ขายทิ้งบ้านเวนคืนสุวรรณภูมิ

นายสมชัย สวัสดีผล รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายงานวิศวกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศบริษัทท่า
อากาศยานไทย จำกัด(มหาชน)หรือทอท. ในฐานะประธานคณะกรรมการชดเชยผลกระทบด้านเสียง จากการ
ดำเนินงานท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเปิดเผยกับ"ฐานเศรษฐกิจ" ว่ามีแผนที่จะนำบ้านอาคาร สิ่งปลูกสร้างที่ซื้อคืน
จากผู้ที่ถูกเวนคืนจากผลกระทบปัญหาเรื่องเส้นเสียงเกินที่จะอยู่อาศัยบริเวณรอบสนามบินสุวรรณภูมิมาประมูล
ขายให้กับผู้ที่สนใจทั่วไปถ้าขืนปล่อยไว้ทรัพย์สินเหล่านี้จะเสื่อมสภาพและด้อยค่าลงไปทุกขณะแต่ถ้าสามารถ
นำมาประมูลขายก็จะทำให้ทอท.มีรายได้และในทางปฏิบัติก็สามารถดำเนินการได้เนื่องจากตามวัตถุประสงค์ที่
บริษัทเข้าไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯได้เปิดกว้างในเรื่องนี้ว่าสามารถทำการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ได้

ผู้ซื้อต้องรับสภาพ

โดยทอท.จะนำอาคารและบ้านสิ่งปลูกสร้างในส่วนที่ต้องซื้อคืนมาเท่านั้นซึ่งคาดว่าจะมีประมาณ160
หลังคาเรือนมีราคาตั้งแต่หลักแสนบาทจนไปถึงบ้านเดี่ยวหลังละ 10 ล้านบาท หรือราคาเฉลี่ยประมาณ 3 ล้านบาท
แต่ขณะนี้ยังติดปัญหาอยู่อีก 27 หลัง ซึ่งยังไม่สามารถตกลงราคาประเมินกันได้ ต้องรอให้ครบจะได้นำเสนอ
คณะกรรมการบริหาร ทอท.เพื่อพิจารณาถึงแนวทางในการดำเนินการเป็นแพ็กเกจในคราวเดียวกัน ซึ่งคาดว่าจะมี
มูลค่าในราว 200-300 ล้านบาท

สำหรับแนวทางในการปฏิบัติจะต้องมีบริษัทกลางเข้ามาประเมินราคาที่เหมาะสมและที่สำคัญผู้ที่จะประมูล
ต้องรับสภาพความเป็นจริงได้ว่าจะต้องเจอกับปัญหาด้านเสียงราคาอาจจะได้ราคาที่ต่ำกว่ามากแต่ก็ดีกว่าเก็บไว้
ส่วนเมื่อประมูลไปแล้วอาจจะนำไปสร้างเป็นโกดังหรือคัดแปลงเป็นที่อยู่อาศัยทำอย่างอื่นก็แล้วแต่วัตถุประสงค์
ของการใช้งาน

นายสมชัยยังกล่าวอีกว่า"การซื้อคืนทรัพย์สินดังกล่าวเป็นการดำเนินการตามมติผู้ถือหุ้นและมติครม.ที่ให้
การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ไม่ให้มีการละเมิดจ่ายตามมนุษยธรรมและเมื่อทอท.ซื้อมาแล้วก็
เป็นทรัพย์สินของบริษัทสามารถนำมาขายต่อได้"

จ่ายชดเชยแล้ว 1.4 พันล้าน

สำหรับความคืบหน้าในการจ่ายเงินชดเชยแก้ไขปัญหาทางเสียงปัจจุบันได้จ่ายไปแล้วรวมกว่า 1,413 ล้าน
บาท นับตั้งแต่เปิดใช้สนามบินมาร่วม 5ปี ซึ่งหากประเมินเป็นตัวเงินอาจไม่มาก เพราะกรอบที่เสนอครม.ไป
สำหรับการจ่ายชดเชย11,233 ล้านบาทเป็นกรอบที่ประเมินจากราคาในกรณีที่ทอท.ต้องซื้อที่ดินในทุกหลังคา
เรือน แต่เมื่อมีการตรวจสอบจริง ก็จ่ายตามความเป็นจริง โดยบ้านที่มีพื้นที่อยู่ในแนวเส้นเสียงNEF (Noise Expo
sureForecastหรือระดับความดังของเสียง) มากกว่า 40 สร้างก่อนปี 2544 ก็จะเป็นการซื้อที่ดินหรือบางรายก็
ไม่ได้ต้องการขายแต่ขอรับเป็นเงินชดเชยแทนและที่อยู่ระหว่างNEF 30-40 ที่สร้างก่อนปี2544 ก็จะเป็นการจ่าย
เป็นเงินชดเชยไปแต่ละหลังมีการจ่ายไม่เท่าไหร่ซึ่งกรณีซื้อขายที่ดินถือว่าดำเนินการไปได้มากแล้วแต่การจ่าย
ชดเชยเป็นเงิน ยังยอมรับว่าติดขัดเรื่องการยื่นเอกสารของชาวบ้านที่ยังไม่ครบ

โดยในส่วนของบ้านที่อยู่ในพื้นที่NEF มากกว่า 40 จำนวน 627 อาคารนั้นทอท.ซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง
ไปแล้วกว่า 101 อาคาร คิดเป็น 43.91% ที่เหลืออยู่ระหว่างการซื้อขายตามระเบียบพัสดุทอท. ราว 24.78% อยู่
ระหว่างการแก้ไขและตรวจสอบราคาประเมิน4.35% ไม่ยอมรับราคา10.43% เตรียมประเมินราคาที่ดินพร้อมสิ่ง
ปลูกสร้าง (เพิ่มเติม) 6.96%เจ้าของกรรมสิทธิ์รื้อถอนอาคารออกจากพื้นที่0.43% ไม่มีหลัก,ไม่มีหลักฐานแสดง
กรรมสิทธิ์1.30%อยู่ระหว่างการตัดสินใจของเจ้าของกรรมสิทธิ์7.83% และมีส่วนที่ไม่ต้องการขายแต่ขอเป็นเงิน
ชดเชย ซึ่งทอท.จ่ายเงินปรับปรุงอาคารให้ไปแล้ว 89.42%เหลือที่อยู่ในระหว่างการตรวจสอบเอกสาร 5.29% และ
อยู่ระหว่างการตรวจสอบผลการประเมินราคา5.29%

ขณะที่บ้านและอาคารที่อยู่ในพื้นที่NEF 30-40 จำนวน 15,040 อาคารนั้นมีการจ่ายเงินปรับปรุงอาคารไป
แล้ว1,469 อาคาร คิดเป็น 9.77% อยู่ระหว่างตรวจสอบเอกสารประกอบการรับเงิน7,132 อาคาร คิดเป็น 47.42% ที่
เหลือคือยังไม่ยอมรับราคาประเมิน 1.15% อยู่ระหว่างการตัดสินใจตอบรับราคาของเจ้าของกรรมสิทธิ์4.12% อยู่
ระหว่างการตรวจสอบราคาประเมิน4.75% เป็นอาคาร/บ้านร้างที่ไม่สามารถติดต่อเจ้าของกรรมสิทธิ์ได้2.75%
และอยู่ระหว่างการประเมินราคาค่าปรับปรุงอาคาร 30.05% ส่วนการสนับสนุนงบประมาณเพื่อการศึกษาวิจัย
ให้กับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง วงเงิน 214 ล้านบาทก็จ่ายให้ไปแล้ว รวมถึงจ่าย
ชดเชยพื้นที่อ่อนไหวต่อผลกระทบด้านเสียง เช่น สถานศึกษา สถานพยาบาล และศาสนสถานมีการจ่ายชดเชยไป
แล้ว 21 แห่ง และอยู่ระหว่างการตัดสินใจตอบรับราคาประเมินของหน่วยงานต้นสังกัด(กทม.)อีก12 แห่ง

จ่ายทันทีถ้าเอกสารครบ

"ที่ผ่านมาทอท.มีความตั้งใจที่จะเร่งรัดการจ่ายเงินมาตลอด และเพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้ชาวบ้านที่
ได้รับความเดือดร้อนในการประชุมบอร์ดทอท.ครั้งหน้าจะมีการนำเสนอบอร์ดเพื่ออนุมัติให้มีการเบิกบัญชี
ธนาคารให้กับชาวบ้าน ซึ่งยังมีปัญหาการค้างจ่ายอยู่จำนวน 7,132 หลังคาเรือนที่อยู่ในแนวเส้นเสียงฤดูร้อนและ
เส้นเสียงฤดูหนาว ซึ่งหากเอกสารครบก็สามารถเบิกเงินได้กับทางธนาคารได้ทันที ซึ่งเป็นวิธีเดียวกับที่กรมทาง
หลวงชนบทใช้ในการจ่ายเวนคืนที่ดิน เพื่อพิสูจน์ว่าทอท.ก็ไม่ได้ยื้อเวลาที่จะถือเงินไว้กับทอท."

นายสมชัยยังกล่าวอีกว่า เนื่องจากที่ผ่านมาชาวบ้านทั้ง7,132 หลังคาเรือนอยู่ในกระบวนการตรวจสอบ
เอกสารประกอบการรับเงิน อาทิ โฉนดที่ดิน หนังสือการยินยอมของเจ้าของที่ เอกสารยืนยันว่าสร้างก่อนปี2544
ซึ่งหากเอกสารไม่ครบทอท.ก็จ่ายเงินให้ไม่ได้ ซึ่งที่ผ่านมาปัญหาที่ยังค้างจ่าย ส่วนใหญ่จะเกิดจากหลายเหตุ เช่น
บางคนอยู่ในที่ราชการซึ่งก็คือทำผิดกฎหมาย บางคนติดปัญหาจำนอง บางคนไม่มีเอกสารสิทธิยืนยันว่าสร้างก่อน
ปี2544 เป็นต้น ขณะที่บางคนก็ไม่ยอมรับราคาประเมินทำให้ที่พักอาศัยเหล่านี้ยังไม่ได้รับเงินชดเชยแม้ว่าครม.จะ
มีมติให้ทอท.จ่ายชดเชยมาตั้งแต่วันที่29 พฤษภาคม 2550 สำหรับเส้นเสียงฤดูร้อนและมีมติเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม
2553 ให้จ่ายชดเชยในแนวเส้นเสียงฤดูหนาวรวมพื้นที่บ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบราว15,000 หลังคาเรือน วงเงิน
ชดเชยราว11,233 ล้านบาท

กระทบอีก5.5พันหลัง

นอกจากการเร่งรัดการจ่ายเงินเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องเสียงตามที่ครม.มีมติไปแล้ว ในขณะนี้ทาง
คณะกรรมการไตรภาคี ประสานงานร่วมระหว่างชาวบ้านและทอท. ที่มีนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวง
คมนาคมเป็นประธาน ก็มีมติว่าจะพิจารณาการชดเชยปัญหาเรื่องเสียงให้กับชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ NEF 30-40
สามารถเปิดโอกาสให้ขายที่ดินได้ จากเดิมที่ให้เฉพาะเงินชดเชยไปปรับปรุงอาคารรวมถึงการขยายการชดเชยจาก
บ้านที่สร้างก่อนปี 2544 มาครอบคลุมบ้านและอาคารที่สร้างก่อนปี 2549 ด้วย ซึ่งรวมแล้วมีพื้นที่ที่ได้รับ
ผลกระทบเพิ่มอีกราว5,560 อาคาร

แบ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ในแนว NEF 30-40 จำนวน 5,187 อาคารและอาคารที่ขยายมาครอบคลุมถึงปี 2549
จำนวน 373 อาคาร รวมวงเงินชดเชยอยู่ที่30,579 ล้านบาท ซึ่งเป็นการประเมินราคาเฉลี่ยจากการซื้ออาคาร 5.5
ล้านบาทต่อหลัง และการจ่ายเป็นค่าชดเชย 4.62แสนบาทต่อหลัง โดยคณะกรรมการไตรภาคี มีมติให้รัฐบาลเป็น
ผู้สนับสนุนงบในการชดเชยในส่วนนี้ เพราะที่ผ่านมาทอท.ต้องรับภาระการจ่ายชดเชยในส่วนที่ครม.มีมติไปแล้ว
โดยจะมีการนำเสนอเรื่องให้รัฐบาลใหม่เป็นผู้พิจารณาตัดสินใจในเรื่องนี้

นายสมชัย ยังกล่าวต่อว่า ในส่วนของแผนการขยายรันเวย์3 ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ที่ในขณะนี้อยู่
ระหว่างการพิจารณาโครงการจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งการสร้าง
รันเวย์ในส่วนนี้ จะทำให้พื้นที่ด้านถนนกิ่งแก้ว ราว 500 อาคาร ได้รับผลกระทบทางเสียงซึ่งทอท.ก็เตรียมเงิน
ชดเชยในส่วนนี้ไว้แล้วราว 7,000 กว่าล้านบาทเพื่อรองรับผลกระทบที่เกิดขึ้นด้วย

ชาวบ้านพอใจ

ขณะที่นายสุรเดชเบญจาทิกุลประธานกรรมการหมู่บ้านร่มฤดี ลาดกระบังและแกนนำชาวบ้านที่ได้รับ
ผลกระทบจากมลพิษทางเสียงจากการขึ้น-ลงเครื่องบินบริเวณสนามบินสุวรรณภูมิ เปิดเผยว่าขณะนี้ชาวบ้านที่
ได้รับผลกระทบในแนวเส้นเสียงรัศมีโดยรอบสนามบินสุวรรณภูมิที่มีค่า NEF (Noise Exposure Forecast) ระดับ
ความดังของเสียง หรือ NEF มากกว่า 40/ NEF 35-40/ NEF 30-35

ส่วน ค่าNEF มากกว่า 40 หรือ 70 เดซิเบลเอขึ้นไป บริษัทท่าอากาศยานไทยจำกัด (มหาชน) ยินดีจ่ายชดเชย
ด้วยการรับซื้อคืนตามสภาพความเป็นจริงแต่มองว่าราคาต่ำกว่าราคาตลาดประมาณ 30-40% แต่ชาวบ้านก็ยินดีรับ
และทยอยออกไปเพราะรอไม่ไหวส่วนพื้นที่NEF ต่ำกว่า40 ลงไป ที่เหลือจะใช้วิธีชดเชยด้วย การซ่อมแซม

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

ขั้นตอนที่ 1 จาก 2

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ประเภทอสังหาฯ *
ช่วงราคา (บาท)

-

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา

ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ช่วงราคา (บาท)

-

ข้อมูลการติดต่อกลับ?

เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย

ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์ *

บทความแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง