กรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของประเทศไทย เป็นพื้นที่ที่มีการจราจรติดขัดหนาแน่นมาก เพราะเป็นศูนย์รวมของ
ทุกอย่างทั้งย่านเศรษฐกิจ การค้า อาชีพ และที่อยู่อาศัย ซึ่งปัญหาดังกล่าวได้ขยายตัวออกไปยังจังหวัดปริมณฑล
ด้วย นอกจากนี้กรุงเทพฯ ยังเป็นเมืองที่มีแม่น้ำเจ้าพระยาขวางกั้นแบ่งฝั่งพระนครและฝั่งธนบุรีออกจากกัน ทำให้
ต้องมีการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างพื้นที่ ให้สามารถสัญจรไปมาด้วย
รถยนต์ได้สะดวก
ปัจจุบันพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาที่เปิดใช้งานอยู่ทั้งสิ้น 22 แห่ง เป็น
สะพานที่เปิดให้รถยนต์ทั่วไปวิ่งใช้ได้ 19 แห่ง เป็นสะพานในระบบทางด่วน 2 แห่ง และสะพานสำหรับรถไฟ 1
แห่ง เริ่มจากด้านเหนือของแม่น้ำเจ้าพระยา ที่จังหวัดปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพฯ และสมุทรปราการ
ประกอบด้วย1. สะพานเชียงราก 2. สะพานปทุมธานี 1 3. สะพานปทุมธานี 2 (บางคูวัด) 4. สะพานนนทบุรี (นวล
ฉวี) 5. สะพานพระราม 4 6. สะพานพระนั่งเกล้าใหม่ 7. สะพานพระนั่งเกล้า 8. สะพานพระราม 5 9. สะพาน
พระราม 7 10. สะพานพระราม 6 11. สะพานกรุงธน(ซังฮี้) 12. สะพานพระราม 8 13. สะพานพระปิ่นเกล้า 14.
สะพานพระพุทธยอดฟ้า 15. สะพานพระปกเกล้า 16. สะพานตากสิน (สาทร) 17. สะพานพระราม 3 18. สะพาน
กรุงเทพฯ 19. สะพานพระราม 9 20. สะพานภูมิพล 1 21. สะพานภูมิพล 2 และ 22. สะพานกาญจนาภิเษก
แม้จะมีสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่หลายแห่ง แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อปริมาณการจราจร ที่เพิ่มขึ้นอย่าง
ต่อเนื่อง จากข้อมูลผลการศึกษาของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) พบว่า ปัจจุบันมี
ประชาชนเดินทางข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลกว่าวันละ 2.7 ล้านเที่ยว ใน 19 สะพาน
ซึ่งยังไม่รวมสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาที่อยู่ในระบบทางด่วนอีก 2 แห่ง คาดว่าใน 10 ปีข้างหน้าจะมีประชาชน
เดินทางเพิ่มขึ้นอีกกว่า 3.5 ล้านเที่ยวต่อวัน สนข. จึงว่าจ้างที่ปรึกษาจัดทำแผนแม่บทสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา
ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยให้พิจารณาร่วมกับแผนแม่บทรถไฟฟ้าเป็นหลัก ดูว่าหากมีรถไฟฟ้า
ตามที่กำหนดในแผนแม่บทแล้ว ยังต้องก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นอีกกี่ตัว เพื่อรองรับปริมาณ
การจราจร
จากการศึกษาพบว่า ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลควรก่อสร้างสะพานเพิ่มอีก 11 แห่ง ภายในระยะเวลา
20 ปี เป็นโครงการเร่งด่วนที่ต้องเร่งก่อสร้างใน 5 ปี คือสะพานนนทบุรี 1 ใช้เงินลงทุนประมาณ 2,500 ล้านบาท
ซึ่งกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ลงนามสัญญากับผู้รับเหมาแล้ว และจะก่อสร้างได้ภายในปีนี้ อีกสะพานคือ
สะพานเกียกกาย ของ กทม. ที่อยู่ระหว่างเตรียมการประกวดราคาและจัดทำการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ใช้
เงินลงทุนประมาณ 9,100 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปีหน้า ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 3 ปีครึ่ง สำหรับ
โครงการระยะ 10 ปี คือ 1. สะพานปทุมธานี 3 2. สะพานสมุทรปราการ 3. สะพานพระราม 2 4. สะพานจันทน์-
เจริญนคร 5. สะพานลาดหญ้า-มหาพฤฒาราม 6. สะพานราชวงศ์-ท่าดินแดง 7. สะพานท่าน้ำนนท์ 8. สะพานสาม
โคก ส่วนโครงการที่ต้องก่อสร้างภายในระยะ 20 ปี คือ สะพานสนามบินน้ำ รวมค่าก่อสร้างทั้งหมดเป็นเงิน
50,530 ล้านบาทในจำนวนนี้เป็นโครงการที่ศึกษาเพิ่มแนวขึ้นใหม่ 3 สะพาน ได้แก่ 1. สะพานปทุมธานี 3 เป็น
สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาและโครงข่ายถนนต่อเชื่อมระหว่างถนนวงแหวนตะวันตกกับถนนรังสิต-ปทุมธานี
บริเวณแยกโรงพยาบาลเซนต์คาร์ลอส ผ่านตัวจังหวัดปทุมธานี 2. สะพานท่าน้ำนนท์ ต่อเชื่อมจากถนนท่าน้ำ
นนท์-วัดโบสถ์ ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปลงที่ถนนนนทบุรี 1 3. สะพานพระราม 2 เริ่มต้นโครงการตั้งแต่ถนน
พระราม 2 ตัดกับถนนสุขสวัสดิ์ ยกระดับข้ามถนนราษฎร์บูรณะ ข้ามน้ำเจ้าพระยา ไปสิ้นสุดที่ถนนพระราม 3
ส่วนสะพานอีก 8 แห่งได้แก่ 1. สะพานนนทบุรี 1 ถนนนนทบุรี 1 ใกล้โรงเรียนศรีบุณยานนท์ แนวเส้นทาง
อยู่ในพื้นที่ด้านใต้ของท่าน้ำพิบูลสงคราม 4 และชุมชนตลาดขวัญ ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปขึ้นฝั่งด้านตะวันตก
บริเวณพื้นที่ฝั่งใต้ของคลองอ้อมนนท์ ระหว่างศาลหลักเมือง และอุทยานเฉลิมกาญจนาภิเษก ตัดผ่านถนนวัด
โบสถ์ดอนพรหม-ท่า น้ำนนทบุรี ประมาณที่ กม.1+300 จากนั้น ขนานไปทางด้านใต้ของแนวถนนวัดโบสถ์ดอน
พรหมท่าน้ำนนทบุรี สิ้นสุดโครงการที่ถนนราชพฤกษ์ 2. สะพานเกียกกาย เป็นสะพานยกระดับจากถนน
กำแพงเพชร เทอดดำริ พระราม 5 ถนนทหาร ข้ามแยกเกียกกาย แม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านถนนจรัญสนิทวงศ์ ไปถนน
เลียบทางรถไฟ 3. สะพานสมุทรปราการ เริ่มต้นจากถนนเลียบคลองสรรพสามิต ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านเมือง
โบราณ ฟาร์มจระเข้ เข้าถนนสุขุมวิท 4. สะพานจันทน์-เจริญนคร จากถนนจันทน์ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาลงถนน
เจริญนคร 5. สะพานลาดหญ้า-มหาพฤฒาราม ข้ามจากถนนลาดหญ้าลงถนนมหาพฤฒาราม 6. สะพานราชวงศ์-ท่า
ดินแดง ข้ามจากถนนท่าดินแดงไปลงถนนราชวงศ์ 7. สะพานสามโคก มีแนวสายทางจากถนน 347 ข้ามแม่น้ำ
เจ้าพระยา ระหว่างวัดปทุมทองกับวัดบัวทอง ไปลงที่ถนนปทุมธานี-สามโคก-เสนา และ 8. สะพานสนามบินน้ำ
ขึ้นจากถนนสนามบินน้ำไปลงพื้นที่ตัดใหม่ ซึ่งยังไม่ได้ศึกษาในรายละเอียด
จากการศึกษานำเสนอว่า หากสามารถเดินหน้าโครงการได้ตามแผนที่กำหนดไว้นี้ จะช่วยจำนวนช่องจราจร
ของสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ลดปริมาณการใช้สะพานที่ติดขัด สามารถกระจายสู่ทุกสะพานอย่างเท่าเทียม
โดยปี 2558 ได้สำรวจความเร็วเฉลี่ยของรถใช้สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาในช่วงเร่งด่วน มีค่าอยู่ที่ 26.46 กม./
ชั่วโมง ซึ่งในอีก 10 ปีข้างหน้าหากยังไม่มีการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มเติมจะมีความเร็วเฉลี่ย
รถยนต์ลดลง เหลือ 25.39 กม./ชั่วโมง แต่ถ้าก่อสร้างได้ตามแผนแม่บทจะมีความเร็วเฉลี่ยอยู่ที่ 25.88 กม./ชั่วโมง
และอีก 20 ปีข้างหน้าหากไม่มีการก่อสร้างสะพานเพิ่ม ความเร็วเฉลี่ยจะลดลงจนเหลือ 22.69 กม./ชั่วโมง แต่หาก
ทำได้ตามแผนแม่บท จะมีความเร็วเฉลี่ยอยู่ที่ 22.83 กม./ชั่วโมง
อย่างไรก็ตามผลการศึกษานี้จะแล้วเสร็จช่วงเดือน พ.ค.มิ.ย. นี้ หลังจากนั้นต้องนำเรื่องเสนอต่อกระทรวง
คมนาคม เพื่อรอนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) รวมถึงที่ประชุม
คณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขออนุมัติโครงการ แล้วจึงจะเดินหน้าก่อสร้างต่อไปได้ ซึ่งจะเป็นไปตามแผนหรือไม่
คงต้องแล้วแต่การทำงานของหน่วยงานภาครัฐว่าจะมีประสิทธิภาพในการบริหารงานได้ดีเพียงใด
ความเจริญทางวัตถุ ต้องมาพร้อมกับการเสียสละเพื่อส่วนรวมเสมอ ตามแผนแม่บทนี้คงจะมีผู้ที่ต้องย้ายที่
อยู่อาศัยออกจากแนวโครงการไม่มากก็น้อย