นายวินัย ลิ่มสกุล ผู้อำนวยการสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร (กทม. )เปิดเผย"ฐานเศรษฐกิจ" ว่า โครงการ
เร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาจราจรในเขตพื้นที่มีนบุรี สำนักการโยธาได้ว่าจ้างบริษัท เอฟซีลอน จำกัด บริษัท เทสโก้
จำกัด และบริษัท โปรเฟชชั่นแนล โปรเจคท์ แมนเนจ เม้นท์ จำกัด เป็นที่ปรึกษาเพื่อศึกษาโครงการ แก้ปัญหา
จราจรบริเวณจุดเชื่อมต่อถนนรามคำแหง ถนนนิมิตใหม่ ถนนสีหบุรานุกิจ ถนนร่มเกล้า ถนนสุวินทวงศ์เขตมีนบุรี
นับจากเดือนกันยายน 2554-กันยายน 2555
ด้านนายศักดิ์ชัย บุญมา ผู้อำนวยการกองจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน กทม. กล่าวว่าโครงการดังกล่าวกทม.ได้ศึกษา
ไว้ กว่า 10 ปีแล้ว ว่าจะต้องก่อสร้างถนนเพิ่ม เพื่อเชื่อมต่อถึงกันกับถนนทุกสายในละแวกเดียวกันร่นระยะทางให้
สั้นลง ไม่ต้องอ้อม 2-3 แนวอย่างไรก็ดีการเวนคืนมองว่าจะไม่มาก น่าจะไม่เกิน 100 แปลง เพราะส่วนใหญ่เป็น
ที่นา สวน พื้นที่โล่งแปลงใหญ่ สิ่งก่อสร้างน้อยมาก แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผลการศึกษา โดยราคาที่ดินยอมรับว่า
ค่อนข้างแพง โดยเฉพาะย่านรามคำแหงและถนนสุวินทวงศ์ ที่ปัจจุบันมีราคาเฉลี่ย 50,000-60,000 บาทต่อตาราง
วา
"ที่ปรึกษาจะลงสำรวจพื้นที่อีกครั้งและกำหนดแนวที่เหมาะสม ในพื้นที่เกษตรเพื่อลดค่าชดเชยจากการ
เวนคืน และผลกระทบต่อชาวบ้านเพราะย่านนั้นมีหมู่บ้านจัดสรรจำนวนมาก รวมถึงโรงเรียน และโครงการที่จะ
ขยายเพิ่ม"นายศักดิ์ชัยกล่าว
ขีด3แนวถนนใหม่
นายพิเศษ เสนาวงษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทเทสโก้ จำกัด เปิดเผยว่าพื้นที่ศึกษา และแนวเส้นทางจะ
ครอบคลุม 2 เขต 4 แขวง ได้แก่ พื้นที่เขตมีนบุรีแขวงมีนบุรี แขวงคลองแสนแสบ พื้นที่เขตคลองสามวา แขวง
ทรายกองดินใต้ และแขวงทรายกองดินโดยมีแนวเส้นทางปัจจุบันที่ใช้เพื่อการเดินทางเดิม ในบริเวณใกล้เคียงกับ
พื้นที่ศึกษาโครงการ เชื่อมต่อกับถนนบึงขวาง ถนนรามคำแหง ถนนสุวินทวงศ์ ถนนนิมิตใหม่ ตลอดจนเชื่อมโยง
กับถนนสุวินทวงศ์ (ยกระดับ2)
อย่างไรก็ดี ในเบื้องต้นได้กำหนดแนวที่เหมาะสมเพื่อก่อสร้างถนนเชื่อมโครงข่ายถนนดังกล่าวจำนวน3
แนว เฉลี่ยสายทางละ 3-5 กิโลเมตร ขนาด 6 ช่องจราจร ประกอบด้วยแนวที่ 1 โครงการก่อสร้างถนนรามคำแหง
เชื่อมต่อกับถนนราษฎร์อุทิศโดยส่วนที่เป็นแนวใหม่มีระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร เริ่มต้นจากบริเวณจุดสิ้นสุด
ของถนนรามคำแหงตัดกับถนนสุวินทวงศ์ โดยจะตัดตรงไปเชื่อมกับถนนราษฎร์อุทิศแต่มีปัญหาว่าจะตัดผ่าน
อาคารสำนักงานของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) นายวิชาญ มีนชัยนันท์ พรรคเพื่อไทย เขตมีนบุรี หมู่บ้าน
จัดสรร และโรงเรียนสารสาสน์วิเทศ สุวินทวงศ์ ซึ่งจะต้องเสียค่าเวนคืนหลายร้อยล้านบาทดังนั้นจึงกำหนดแนว
ให้อ้อมอาคารสำนักงานส.ส. โรงเรียนและหมู่บ้านเลาะไปตามแนวคลองแสนแสบ และไปเชื่อมกับถนนราษฎร์
อุทิศแทนซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่จะเป็นที่ตาบอด ที่นาของชาวบ้านราคาเวนคืนจะลดลงไปมาก(ดูแผนที่ประกอบ)
แนวที่2โครงการเชื่อมต่อถนนนิมิตใหม่-ถนนร่มเกล้าโดยแนวสายทางเริ่มจากบริเวณถนนนิมิตใหม่ใกล้กับ
หมู่บ้านพนาสนธิ์ลากเป็นแนวเฉียงผ่านโรงเรียนวัดแสนสุขและวัดแสนสุข จากนั้นลากไปเชื่อมกับถนนร่มเกล้า
ระหว่างห้างบิ๊กซี และหมู่บ้านปรีชาร่มเกล้า บริเวณถนนร่มเกล้า ระยะทางประมาณ 4-5 กิโลเมตร (ดูแผนที่
ประกอบ)
แนวที่3 โครงการเชื่อมต่อถนนประชาร่วมใจ-ถนนสุวินทวงศ์ โดยถนนทั้งสองสายจะเป็นแนวขนานกันไป
โดยแนวใหม่จะตั้งฉากให้เชื่อมต่อระหว่างสองถนนดังกล่าว(ดูแผนที่ประกอบ หน้า 1)ทั้ง 3 แนวถนนเชื่อมต่อ
ดังกล่าวจะเสนอต่อกทม.เห็นชอบต่อไป
นอกจากนี้ยังมีแผนก่อสร้างจุดเชื่อมต่อ 5 จุด ที่จะสร้างทางยกระดับ ได้แก่ถนนร่มเกล้าตัดรามคำแหงไม่มี
เวนคืน ซึ่งมีเขตทางขยายไว้แล้วซึ่งอาจจะเป็นจุดร่มเกล้าตัดสุวินทวงศ์จุดแยกสุวินทวงศ์นิมิตใหม่ส่วนแยกกลาง
เมืองมีนบุรีอาจมีปัญหาถนนสุวินทวงศ์กับรามคำแหง โดยจะออกแบบใหม่เบี่ยงใกล้คลองแสนแสบทำทาง
ยกระดับทั้งหมดจะเสนอให้กทม.ตัดสินใจโดยจะเน้นที่โล่งและเวนคืนน้อยที่สุดคาดว่ามีบ้านเรือนประชาชนไม่
เกิน4 หลังคาเรือน
เปิดหน้าดินที่ตาบอด
นายพิเศษ กล่าวต่อว่าบริษัทมองว่าจะคัดเลือกพื้นที่ที่เป็นที่โล่งไร่นาที่ตาบอด เพราะจะกระทบต่อชาวบ้าน
น้อย ขณะเดียวกันยังช่วยลดการจ่ายค่าชดเชยของกทม.แต่ทางกลับกันการเวนคืนเพื่อก่อสร้างถนนเชื่อมต่อ
โครงข่ายดังกล่าวนอกจากจะช่วยแก้ปัญหาจราจรในพื้นที่เขตมีนบุรีและพื้นที่ใกล้เคียงแล้ว ยังช่วยเพิ่มมูลค่าที่ดิน
ตลอดสองฝั่งของทั้ง3 แนวที่กำหนด เพราะเท่ากับเป็นการเปิดหน้าดินให้มีทางเข้าออก โดยเฉพาะที่ดินตาบอด
ส่งผลให้จากที่ดินตาบอดราคาไม่ถึง10,000 บาทต่อตารางวา เพิ่มมูลค่าขึ้น กลายเป็นที่ดินติดถนนใหญ่ราคาจะ
ปรับขึ้นหลายเท่าตัวไม่ต่ำกว่าตารางวาละ 30,000-50,000 บาทจะกลายเป็นทำเลทองสำหรับการพัฒนาโครงการ
บ้านจัดสรรในอนาคตนอกจากนี้รถไฟฟ้าสายสีชมพู(แคราย-มีนบุรี) และรถไฟฟ้าสายสีเหลือง จะวิ่งไปตามแนว
ถนนรามคำแหงไปถึงร่มเกล้า จะเกิดขึ้นในอนาคตมองว่าจะทำให้ย่านตะวันออกของกทม.บูมขึ้นจากการลงทุนที่
เกิดขึ้นนอกจากนี้ในจุดอื่นๆ จะแก้ปัญหาด้วยการสร้างทางข้ามแยก เช่น ทางยกระดับสุวินทวงศ์ฯลฯอย่างไรก็ดี
บริษัทจะลงสำรวจพื้นที่เพื่อตรวจสอบแนวอีกครั้งว่า มีพื้นที่ไหนที่เหมาะสมมีที่ดินกี่แปลงที่ได้รับผลกระทบซึ่ง
จะชัดเจนมากขึ้น
จัดประชาพิจารณ์
อย่างไรก็ดีเมื่อวันที่30 มีนาคม 2555 กทม. ร่วมกับบริษัทที่ปรึกษาจัดประชาพิจารณ์เปิดรับฟังความคิดเห็น
ของประชาชนที่สำนักงานเขตมีนบุรีพบว่ามีประชาชนให้ความสนใจเข้าร่วมประมาณ90 คนโดยเสียงส่วนใหญ่
ต้องการให้กทม.เข้ามาแก้ปัญหาจราจรในพื้นที่เพราะมีบ้านจัดสรรห้างสรรพสินค้าเกิดขึ้นจำนวนมากอีกทั้ง
รถบรรทุกสินค้ามักใช้เส้นทางดังกล่าวทั้งถนนร่มเกล้า สุวินทวงศ์ ฯลฯ เพื่อส่งสินค้าเข้าออก
สอบถามนางเพลิน เถาทอง และนางอารีย์ ศักดิ์วิชิต ชาวบ้านเขตมีนบุรีสะท้อนว่า เห็นด้วยที่จะก่อสร้าง
ถนนเชื่อมเพื่อแก้ปัญหาจราจรในพื้นที่แม้ว่าปัจจุบันจะมีสะพานข้ามแยกมีนบุรี แต่ก็ยังไม่ช่วยแก้ปัญหามากนัก
ขณะที่สะพานข้ามแยกสุวินทวงศ์กำลังก่อสร้างแต่เมื่อเปิดใช้แล้วไม่แน่ใจว่ารถจะติดอีกหรือไม่เพราะบ้านจัดสรร
เกิดขึ้นทุกวันและรถก็เพิ่มทุกวันหากมีการแก้ไขในภาพรวมทั้งระบบจะมีผลดีกว่าแก้เป็นจุดๆ
ขณะเดียวกัน สมาชิกสภาเขต มีนบุรีนางสาวดวงพร ยิ้มเจริญ กล่าวว่าเห็นด้วยให้มีการก่อสร้างถนนเชื่อม
โครงข่ายให้เชื่อมถึงกันทุกเส้น ทั้งรามคำแหง ร่มเกล้าสุวินทวงศ์ นิมิตใหม่ และจุดตัดต่างๆ เพื่อสะดวกต่อการ
เดินทางเช่นเดียวกับ นางสาววรรณ สังข์ทอง ที่ปรึกษา ส.ส.จิรายุ ห่วงทรัพย์และส.ส.วิชาญ มีนชัยนันท์ มองว่า
ควรเร่งแก้ปัญหาจราจรในภาพรวมโดยเฉพาะส.ส.วิชาญ ยินดีจะให้เวนคืนที่ดินของตนเองแต่ทั้งนี้จะต้องวางแผน
เผื่ออนาคตข้างหน้า4-5ปีที่จะก่อสร้าง เพราะอนาคตรถจะเพิ่มขึ้น บ้านจัดสรร ห้างต่างๆจะเพิ่มมากขึ้นหลายเท่าตัว
และหากไม่วางแผนถนนที่สร้างขึ้นก็ไม่ช่วยแก้ปัญหาจราจรได้เท่าที่ควร