นายธวัชชัย สัจจเดว์ ผู้อำนวยการบริษัท บลู สกาย จำกัด เปิดเผยถึงแผนการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปี
2555 ว่า ปีนี้จะรุกหนักตลาดที่อยู่อาศัยในต่างจังหวัดเมืองท่องเที่ยว โดยเฉพาะตลาดในเมืองพัทยาที่เติบโตอย่าง
ต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุดได้ซื้อที่ดินบริเวณเขาพระตำหนัก บนพื้นที่ประมาณ13 ไร่ พัฒนาโครงการ "แกรนด์ แคริเบียน
คอนโดฯ รีสอร์ต พัทยา" ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท บลู สกาย ดีเวลลอปเปอร์ จำกัด ซึ่งก่อตั้งขึ้นมาด้วยทุน
จดทะเบียน 100 ล้านบาท แบ่งการพัฒนาเป็น 2 ส่วน คือ 1. อาคารพาณิชย์ 3 ชั้นครึ่ง บนพื้นที่ 2 ไร่ ราคา10 ล้าน
บาท รวม 18 ยูนิต มูลค่า 180 ล้านบาท โดยสามารถปิดการขายทั้งหมดภายในเวลา 1 วัน
2. คอนโดมิเนียม บนพื้นที่ 11 ไร่มีความสูง 8 ชั้น จำนวน 4 อาคาร และสูง 30 ชั้น 1 อาคาร ขนาด 34.5-85
ตารางเมตร ราคา 1.59-6.4 ล้านบาท รวม 1,064 ยูนิต มูลค่า 2,800 ล้านบาท พร้อมตกแต่ง สามารถเข้าอยู่อาศัยได้
ทันที โดยได้เปิดตัวไปเมื่อประมาณเดือนเมษายน2555 ที่ผ่านมา มียอดขายแล้ว 60% ด้านการก่อสร้างจะเริ่ม
ดำเนินการในไตรมาส1/56 และแล้วเสร็จในไตรมาส 4/58 โดยได้รับการสนับสนุนวงเงินสินเชื่อจาก
ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ในสัดส่วน 65%
"เมื่อปี 2554 เข้าไปพัฒนาโครงการAtlantic พัทยา ขณะนี้มียอดขายแล้วกว่า 90% และมองว่าพัทยายังมี
ศักยภาพและมีดีมานด์ เพราะตั้งแต่สนามบินสุวรรณภูมิเปิดให้บริการ พัทยาเริ่มเปลี่ยนไป ห้องพักในโรงแรม
ต่างๆเริ่มหายากขึ้นและมีราคาแพงกว่าเดิมประมาณ 20-30% รวมไปถึงราคาที่ดินก็ปรับสูงขึ้น ทั้งนี้ แล้วแต่ทำเล
ขณะเดียวกันก็มีนักลงทุนจากต่างชาติเข้ามาลงทุนโครงการใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง และเร็วๆ นี้ก็จะมีสวนสนุกระดับ
เวิลด์คลาสย่านบางเสร่ เกิดขึ้นอีก จึงได้พัฒนาโครงการ แกรนด์ แคริเบียนฯขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการที่
ยังมีอยู่ในตลาดิ
อนึ่ง สำหรับบริษัท บลู สกายจำกัด ก่อตั้งเมื่อปี 2554 เพื่อพัฒนาโครงการอสังหาฯในกทม.และต่างจังหวัด
โดยเป็นการร่วมทุนของ 6 กลุ่มหลักคือกลุ่มของตน,กลุ่มนายนายสรยิตซิงห์จาวลา, กลุ่มนายนารินเดอร์ซิงห์ โก
ลาตี,กลุ่มนายโปปินเดอร์ ซิงห์ คานิยอ, กลุ่มนายตรีปัตปาลซิงห์ สัจเดย์ และกลุ่มนายพรเทพ จาวลาห์ ในนามขอ
งบลูสกาย กรุ๊ป โดยทุกโครงการที่พัฒนาขึ้นมาจะตั้งบริษัทใหม่ขึ้นมาดำเนินการ(1 บริษัท 1 โครงการ)
ทั้งนี้ มีแผนที่จะนำโครงการแกรนด์ แคริเบียน คอนโดฯ ไปโรดโชว์ที่ประเทศอินเดียประมาณไตรมาส 4 ปี
55 เพราะปัจจุบันในกทม.และพัทยาเริ่มมีกลุ่มชาวอินเดียเข้ามาท่องเที่ยวมากขึ้นซึ่งติดอันดับ 1 ใน 5 ของชาว
ต่างประเทศที่เข้ามาพักอาศัยในประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม ตนมองว่าทิศทางตลาดพัทยายังมีช่องว่างทางการตลาดอีกมาก ซึ่งขณะนี้กำลังมองหาที่ดิน
เพื่อพัฒนาโครงการต่อเนื่องเช่นกัน โดยนับจากนี้ไปแผนการพัฒนาจะดำเนินการปีละ 1-2 โครงการ ซึ่งรูปแบบ
จะฉีกแนวและแตกต่างจาก 2 โครงการที่ผ่านมา เพื่อหาสิ่งใหม่ๆ มานำเสนอลูกค้า โดยพื้นที่ที่จะพัฒนาต้องมี
ขนาดกว่า 10 ไร่ขึ้นไป คาดว่าจะเปิดตัวได้ประมาณไตรมาส 3-4 ปี 2556 นอกจากนี้ยังสนใจพัฒนาโรงแรมที่
พัทยาด้วยเช่นกันแต่ที่ดินติดทะเลเริ่มหายากมากขึ้น
"ในปี 2556 ผมเชื่อว่าราคาขายคอนโดมิเนียมจะยังไม่ปรับขึ้นมากนักแต่ในส่วนของที่ดินจะมีการปรับเพิ่ม
อีกอย่างน้อย 10% และในปี 2558 ที่ประเทศไทยจะเข้าร่วมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(AEC) ก็จะยิ่งมีนักลงทุน
เข้ามาในประเทศไทยมากขึ้น"
นอกจากนี้ ยังสนใจที่จะเข้าไปพัฒนาโครงการในทำเลชะอำ-หัวหินและภูเก็ตอีกด้วย ซึ่งมีผู้นำที่ดินมาเสนอ
ขายหลายแปลง ซึ่งอาจจะพัฒนาทั้งในรูปแบบของโรงแรมและที่อยู่อาศัย ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับศักยภาพของที่ดินคาดว่า
จะสามารถสรุปผลได้ภายในระยะเวลา 1 ปีนี้
>