เป็นประสบการณ์ที่น่าเรียนรู้ของ"วิวัฒน์ พรอพเพอร์ตี้" เจ้าของแบรนด์บ้าน-คอนโดมิเนียม "พิบูลย์" ในฐานะ
บริษัทพัฒนาที่ดินรายกลางนอกตลาดหลักทรัพย์ฯที่อยู่ในวงการมากว่า 30 ปี พัฒนาอสังหาฯมาแล้ว 35 โครงการ
ในแง่การสร้างที่ยืนให้กับตัวเองแข่งกับรายใหญ่ โดยปีนี้ตั้งเป้ายอดขายไว้ 1,100 ล้านบาท
"ประชาชาติธุรกิจ" สัมภาษณ์พิเศษ "เสี่ยบี-ฐิติวัจน์ สุวิวัฒน์ชัย" รองประธานกรรมการของวิวัฒน์ พร็อพ
เพอร์ตี้ ที่ควบตำแหน่งรองเลขาธิการสมาคมอาคารชุดไทย ทายาทรุ่น 2 เจ้าของแบรนด์บ้าน "พิบูลย์" และ "พิบูลย์
คอนโด""ธุรกิจแรกของเราคือร้านค้าวัสดุชื่อ ต.วิวัฒน์ค้าไม้ ใกล้กับตึกช้าง ล่าสุดเพิ่งเปิดร้านโฮมมาร์ท สมาร์
ทโฮมโปรดักส์ ลงทุนกว่า 300 ล้านบาท เป็นธุรกิจที่เอื้อกับอสังหาฯ เพราะทำให้เรามีต้นทุนซื้อวัสดุได้ถูก"
ส่วนธุรกิจอสังหาฯ ทำมาไล่เลี่ยกับธุรกิจพัฒนาที่ดิน สมัยคุณพ่อเริ่มต้นจากทำอาคารพาณิชย์แรก ๆ 20-40
หลัง เพิ่มเป็นกว่า 100-200 หลัง ต่อมาก็ขยายทำทาวน์เฮาส์ บ้านแฝด บ้านเดี่ยว คอนโดมิเนียม รวมถึง มีธุรกิจซื้อ
มาขายไปที่ดินเปล่า เฉพาะใน จ.นนทบุรีมีที่ดินติดแนวรถไฟฟ้าสาย สีม่วง 2 แปลง ตรงไทรม้า 6 ไร่ และสถานี
บางรักใหญ่กว่า 4 ไร่
ปัจจุบันมีอีก 3 บริษัทในเครือ 1) วิวัฒน์ พรอพเพอร์ตี้ ดูเรื่องซื้อที่ดิน ทำโครงการ 2) บ้านพิบูลย์ พัฒนาบ้าน
แนวราบ 3) สุพรรณภูมิบ้านและที่ดิน ทำคอนโดฯ และ 4) วงศ์วิวัฒน์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ทำคอนโดฯ
เรียกว่ากลุ่มวิวัฒน์ฯเป็นบริษัทที่ทำอสังหาฯทั้งแนวราบ-แนวสูง โครงการแรกคือบ้านจัดสรร เริ่มจากทำเล
พิบูลสงคราม จากนั้นขยายมาที่ลาดพร้าว 101 จรัญสนิทวงศ์ บางโพ นนทบุรี เป็นที่มาของแบรนด์ "พิบูลย์" มา
จากทำเลพิบูลสงคราม
ส่วนคอนโดฯเริ่มทำตั้งแต่ก่อนวิกฤตฟองสบู่ แถวบางโพ 5 อาคาร และช่วงวิกฤตฟองสบู่ ก็พัฒนาอีก 4
อาคาร แบรนด์ "พิบูลย์คอนโดวิลล์" แต่พอเกิดวิกฤต ก็เลยลดขนาดลงเหลือ 2 อาคาร และเมื่อปี'50 ก็กลับมา
พัฒนาต่ออีก 2 อาคารที่เหลือ ตอนนี้เหลือขาย 20 ยูนิตสุดท้าย จากทั้งหมด 388 ยูนิต
แต่ช่วงวิกฤตบริษัทไม่เคยทิ้งโครงการ !
"สไตล์การทำธุรกิจของเราเรียกว่าสโลว์บัตชัวร์ก็ได้ คำสอนของคุณพ่อจะอิงปรัชญาการแข่งงัดข้อ ทำอะไร
ให้ออกแรงแค่ข้อศอกก่อน อย่าโหมไปสุดตัว ให้มีแรงไว้เผื่อเหลือเผื่อขาดด้วย อย่างการพัฒนาโครงการ เราจะกู้
แบงก์ไม่เกิน 50-60%"
ปัจจุบันกลุ่มวิวัฒน์ฯมีโครงการอยู่ระหว่างเปิดขายคือ "พิบูลย์คอนโดวิลล์" โครงการบ้านจัดสรรใน ถ.พิบูล
สงคราม ซอย 10 ราคายูนิตละ 7-8 ล้านบาท และ "พิบูลย์โฮมทาวน์ บางบัวทอง-ราชพฤกษ์" ใกล้รถไฟฟ้าสายสี
ม่วง ซึ่งน้ำไม่เข้าโครงการ
คำถามว่ากลุ่มวิวัฒน์ฯถนัดทำโครงการแนวไหน "เสี่ยบี-ฐิติวัฒน์" ผู้บริหารหนุ่ม วัย 41 ปี ตอบทันทีว่า...
แนวราบครับ "ถ้านึกถึงแบรนด์พิบูลย์ ผมอยากให้นึกถึงคุณภาพงานก่อสร้าง เป็นสิ่งที่ทำให้เราสู้กับแบรนด์ใหญ่
มาได้กว่า 30 ปี และมียอดขายจากการบอกต่อประมาณ 60%"
เคล็ดไม่ลับอย่างงานก่อสร้าง บริษัทเลือกใช้วัสดุคุณภาพ แบรนด์เอสซีจี (เครือซิเมนต์ ไทย) ส่วนงานฐาน
รากและโครงสร้างบ้าน การตอกเสาเข็มจากมาตรฐานทั่วไปตอกลึกประมาณ 18 เมตร แต่บริษัทจะตอกให้ลึกถึง
28 เมตร หรือจนกว่าจะถึงชั้นดินแข็ง งานผนังใช้ก่ออิฐ (อิฐมอญ) ฉาบปูน
"เสี่ยบี" แถมคัมภีร์สู้ศึกการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี'58 ทางรอดของ ผู้ประกอบการอสังหาฯ
รายกลางเบื้องต้น มี 3 ข้อ 1) ต้องไม่ทำโครงการใหญ่เกินไป เพื่อให้เปิดโครงการเร็ว-ปิดการขายเร็ว 2) คุณภาพ
งานก่อสร้างใช้วัสดุคุณภาพดีกว่ารายใหญ่ แต่ต้องตั้งราคาต่ำกว่า
3) สร้างความแตกต่างให้ลูกค้าเห็นว่าซื้อแล้วได้มากกว่าโครงการแบรนด์ใหญ่ เช่น ให้พื้นที่ส่วนกลาง
มากกว่าที่กฎหมายขั้นต่ำกำหนดไว้ 5% ของเนื้อที่โครงการ ทำเลต้องดี ฯลฯ
กับแผนธุรกิจในอนาคตจะขยายไลน์เข้าสู่อสังหาฯให้เช่ามากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงรายได้ผันผวน มีแผน
ลงทุนทำโครงการหอพักใน จ.เพชรบุรี บนถนนบายพาส ใกล้กับ ม.ศิลปากร วิทยาเขตเพชรบุรี มีที่ดินอยู่กว่า 9 ไร่
กำลังออกแบบ คาดว่าจะพัฒนาได้ 8-9 อาคาร ค่าเช่าประมาณเดือนละ 6,500-7,000 บาท
โครงการที่เขาหลัก จังหวัดพังงา มีที่ดินอยู่ประมาณ 400 ไร่ จะแบ่งขายครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งหนึ่งกำลัง
ศึกษาพัฒนาเป็นรีสอร์ต และที่ดินย่านรามอินทรา 8 ไร่ คาดว่าจะพัฒนาเป็นคอนโดฯ
ที่แน่ ๆ ไม่ได้ต้องการเข้าตลาด หลักทรัพย์ฯก็อยู่ได้ เพราะยึดสไตล์สโลว์ บัตชัวร์จึงไม่จำเป็นต้องระดมทุน