KW Thailand ทุ่มงบ 100 ล้านบาทดึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมการขายระดับโลกขยายฐานตลาดในไทย ตั้งเป้า 5 ปี รับมือการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจนายหน้า เป็นยุคของมืออาชีพ ปั้นตัวแทนขาย 1,000 คน ปี'63 สร้างยอดขาย 5,000 ล้านบาท และขยายสาขาในประเทศไทย

วิทย์ กุลธนวิภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท KW Thailand บริษัทตัวแทนขายและที่ปรึกษาการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐอเมริกา และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แคปปิตอล วัน เรียลเอสเตท จำกัด (Capital One Real Estate) เปิดเผยว่า ได้มองเห็นเทรนด์ความเปลี่ยนแปลงของการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต โดยต่อไปตลาดรองหรือตลาดมือสองจะกลายเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่กลุ่มผู้ซื้อให้ความสนใจ เนื่องจากปัจจุบันตลาดรองและตลาดโครงการใหม่ราคาแตกต่างกัน 20-40% จึงได้วางแผนธุรกิจเพื่อให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต
“เราต้องการพัฒนาตลาดรองให้มีฐานข้อมูลที่เป็นระบบมากขึ้น และอยากเปิดโอกาสให้คนซื้อคอนโดมีตัวเลือกที่หลากหลายมากขึ้น เช่น โครงการใกล้กัน เป็นหลักแสนบาทต่อตารางเมตร เราก็พยายามจะพัฒนาฐานข้อมูลขึ้นมาเพื่อให้ลูกค้าได้เห็นข้อมูลเปรียบเทียบโครงการได้มากขึ้น”
ทั้งนี้ที่ผ่านมาตลาดรองหรือตลาดมือสองราคาจะปรับเปลี่ยนไปตามดีมานด์และซัพพลาย โดยไม่มีกลไกที่เป็นระบบเข้ามาควบคุม ทำให้กลุ่มลูกค้าที่ซื้อโครงการมือสองไม่ได้ราคาที่ดีเท่าที่ควรจะเป็น หรือไม่มีฐานข้อมูลเพื่อเปรียบเทียบราคา
จัดตั้งบริษัท KW Thailand
ล่าสุดบริษัทได้ร่วมลงนามสัญญากับบริษัท Keller Williams หรือ (KW) จัดตั้งบริษัท KW Thailand แห่งแรกในประเทศไทย โดยการลงนามสัญญาระยะยาว 20 ปี ด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่มไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งบริษัท KW เป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีการเติบโตสูงมากในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาในสหรัฐอเมริกา เนื่องจากเป็นบริษัทนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ที่มีนวัตกรรมทางเทคโนโลยีมาช่วยอำนวยความสะดวกให้กับตัวแทนขาย และมีระบบผลตอบแทนแบบ Passive Income หรือการใช้เงินทำงานแทนตัวเอง โดยสามารถทำให้ผู้ที่มาเข้าร่วมงานกับบริษัท มีรายได้แบบไม่มีข้อจำกัดตามความสามารถของแต่ละบุคคล
สำหรับเทรนด์ธุรกิจนายหน้าในอนาคตอีก 5 ปีต่อไปมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เนื่องจากตลาดต้องการผู้ขายที่มีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น อีกทั้งยังมองเห็นช่องว่างการตลาดที่จะพัฒนาการขายอสังหาริมทรัพย์ระหว่างเจ้าของทรัพย์กับผู้ซื้อ นอกเหนือจากการทำการตลาดกับโครงการใหม่ ซึ่งต้องใช้ระบบการพัฒนาเครือข่ายตัวแทนขายเข้ามาช่วยขับเคลื่อนนอกเหนือจากการทำการตลาดแบบทั่วไป อีกทั้งการพัฒนาฐานข้อมูลจำเป็นที่ต้องใช้แพลตฟอร์มเดียวกันเพื่อสร้างโอกาสทางการขายให้มากขึ้น

“Keller Williams Realty” หรือ KW
“Keller Williams Realty” รู้จักกันในวงการอสังหาริมทรัพย์ในชื่อ Keller Williams (KW) ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ.1983 หรือ พ.ศ.2526 เป็นบริษัทด้านเทคโนโลยีและแฟรนไชส์ อสังหาริมทรัพย์อันดับ 1 ในด้านยอดขาย โดยมีจำนวนตัวแทนขายมากกว่า 180,000 คนทั่วโลก และปัจจุบันมีจำนวนอสังหาริมทรัพย์กว่า 36 ประเทศทั่วโลก มียอดขายในปี 2561 มากกว่า 9 ล้านล้านบาท
การทำงานของ KW มีระบบที่ให้ตัวแทนขายที่เข้าเป็นสมาชิกกับ KW โดยเป็นระบบ Worldwide ซึ่งเพิ่มโอกาสทางการขายและสามารถทำการขายได้ทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้ง KW ยังมีระบบเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกเพื่อสนับสนุนการทำงานของสมาชิก เช่น ระบบ Front Page ข้อมูลข่าวสาร, KW Connect ระบบ Training, KW Front Door การเชื่อมโยงระหว่าง Agent, KW Control Panel การใส่ Listing แต่ละคนเข้ารวมกันในเว็บไซต์ ที่จะทำให้สมาชิกของ KW ได้รับประโยชน์จากระบบ นอกเหนือจากแบรนด์ระดับโลกที่มีความน่าเชื่อถือ นอกจากนั้น Grown Share (แบ่งปัน) ที่เป็น Passive Income ที่ตัวแทนของ KW ทุกคนจะได้รับตลอดชีวิตภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด ซึ่งเป็นระบบที่ได้มาตรฐานระดับโลก
แผนธุรกิจ “KW Thailand” ปี'63
สำหรับการเริ่มต้นธุรกิจในช่วงปีแรก (ปี 2563) KW Thailand ตั้งเป้าเปิดสาขาใหม่ 4 สาขา แบ่งเป็นพื้นที่กรุงเทพฯ 3 สาขา และพัทยา 1 สาขา ในช่วงปีแรกจะเริ่มจัดตั้งระบบต่างๆ ใหม่ โดยตั้งเป้ายอดขาย 5,000 ล้านบาท และตั้งเป้ายอดขายในปีต่อไปเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว อีกทั้งยังยกระดับเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดับโลกและเป็นทางเลือกใหม่สำหรับการขายอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย
“แคปปิตอล วัน” แตกไลน์ธุรกิจเป็นดีเวลลอปเปอร์
ด้านแผนธุรกิจของบริษัท แคปปิตอล วัน เรียลเอสเตท จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทตัวแทนด้านอสังหาริมทรัพย์และที่ปรึกษาด้านการบริการตลาดและอสังหาริมทรัพย์ โดยเป็นบริษัทของคนไทย มีพอร์ตที่บริหารโครงการในหลากหลายทำเลทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด (สุขุมวิทและศรีราชา) รวมมูลค่ากว่า 30,000 ล้านบาท ได้ตั้งเป้ายอดขายเพิ่มขึ้น 10% ในปี 2563 โดยคาดว่ายอดขายในแต่ละโครงการจะมีแนวโน้มลดลง เนื่องจากภาพธุรกิจโดยรวมชะลอตัวมาอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตามบริษัทยังคงรักษายอดขายไว้อย่างต่อเนื่อง โดยมีโครงการในพอร์ตการบริหารอยู่ประมาณ 15 โครงการ และมีแนวโน้มเพิ่มจำนวนโครงการขึ้นอีก 40% เพื่อรักษาระดับรายได้ภาพรวม ทั้งนี้ยังคงบริหารพอร์ตไม่ให้มีจำนวนโครงการมากเกินไป เพื่อให้สามารถบริหารการขายได้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้บริษัทเองมีแผนที่จะขยายธุรกิจโดยการพัฒนาโครงการแนวราบมูลค่า 300-500 ล้านบาท ในทำเลศักยภาพใกล้แหล่งงาน ระดับราคาขายไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อยูนิต
เรียบเรียงโดย : มาลิลี พรภัทรเมธา
อีเมล : [email protected]
ติดตามข่าวสารอสังหาฯและข่าวดังในกระแส www.home.co.th/news
ติดตามข้อมูลโครงการและความเคลื่อนไหวด้านอสังหาฯ www.home.co.th และ www.facebook.com/Homebuyersfanpage
หรือชมวิดีโออื่นๆ คลิกที่นี่ www.home.co.th/vdo , www.youtube.com/tvhomebuyer