
“โอเชี่ยน กรุ๊ป” เป็นกลุ่มธุรกิจของตระกูล “อัสสกุล” ที่อยู่คู่ประเทศไทยมายาวนานกว่า 75 ปี ทำธุรกิจที่หลายคนรู้จักเป็นอย่างดีทั้งธุรกิจประกัน (ไทยสมุทรประกันชีวิต) อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ (โอเชียนกลาส) รวมถึงธรุกิจอสังหาริมทรัพย์ภายใต้ชื่อ “โอเชี่ยน พรอพเพอร์ตี้”
ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของโอเชี่ยน กรุ๊ป บุกเบิกโดย “กฤษณ์ อัสสกุล” เมื่อกว่า 30 ปีก่อน โดยมีลูกสาว “นุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ เป็นผู้สานต่อ ปัจจุบันโอเชี่ยน พรอพเพอร์ตี้บริหารโดยทายาทรุ่นที่ 3 ณพงศ์ ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์ ที่รับภารกิจต่อยอดกิจการให้เติบโตมั่นคงและยั่งยืนต่อไป ทีมงาน Home Buyers Guide ได้มีโอกาสพูดคุยถึงแนวทางการบริหารและทิศทางของบริษัทนับจากนี้
เน้นพัฒนาที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่โฟกัสเซ็กเมนต์
โอเชี่ยน พรอพเพอร์ตี้เป็นบริษัทอสังหาฯ ที่เน้นความหลากหลายในการพัฒนาโครงการมาตลอด แต่ละโครงการล้วนมีความโดดเด่น เช่น การพัฒนาท่าเรือยอชต์บริเวณหาดจอมเทียน พัทยา ที่บุกเบิกโดยคุณตา (กฤษณ์ อัสสกุล) ตั้งแต่ปี 2538 เพราะมองเห็นศักยภาพของทำเลตรงนั้น
ปัจจุบันโครงการโอเชี่ยน มารีน่า ยอช์ทคลับ พัทยา เป็นท่าจอดเรือยอชต์มาตรฐานสากลแบบครบวงจรแห่งแรกของประเทศไทยและมีขนาดใหญ่ที่สุดในอาเซียน และซาน มารีโน่ คอนโดฯ ที่อยู่ในบริเวณเดียวกันก็ได้ชื่อว่าเป็นคอนโดมิเนียมหรูแห่งแรกในพัทยาด้วย นอกจากนี้อาคารสำนักงานแห่งแรกของกลุ่ม “โอเชี่ยน ทาวเวอร์ 1” ตรงข้ามศูนย์ประชุมสิริกิติ์ก็ได้ชื่อว่าเป็นอาคารสำนักงานแห่งแรกที่มีลิฟต์เร็วที่สุดในประเทศไทยด้วย (ข้อมูลเมื่อปี 2539)

“จากแนวการทำธุรกิจอสังหาฯ ที่ยึดความหลากหลายเป็นหลัก จึงทำให้เราไม่ได้เลือกว่าจะเป็นดีเวลลอปเปอร์ในเซ็กเมนต์ไหนเป็นพิเศษ แต่จะมุ่งพัฒนาที่ดินที่มีอยู่ให้ก่อประโยชน์สูงสุดเป็นหลัก” ณพงศ์กล่าว
ขยายพอร์ต “อสังหาฯ เพื่อขาย” สร้างการเติบโต
ก่อนหน้าที่ณพงศ์จะเข้ามาบริหารเต็มตัวในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการเมื่อ 2 ปีก่อน โครงสร้างรายได้ของโอเชี่ยน พรอพเพอร์ตี้ส่วนใหญ่หรือราว 70% มาจากธุรกิจให้เช่าเป็นหลัก เช่น ค่าบริการจอดเรือยอชต์ ค่าเช่าพื้นที่อาคารสำนักงานและโรงแรม เป็นต้น ส่วนรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นสัดส่วนเพียง 20-30% โครงสร้างรายได้หลักที่มาจากรายได้ประจำ (Recurring Income) ทำให้ฐานะการเงินของบริษัทค่อนข้างมั่นคง แต่ขณะเดียวกันทำให้การเติบโตเป็นไปแบบเรื่อยๆ

เมื่อเข้ามาบริหารเต็มตัวจึงกำหนดเป้าหมายปรับโครงสร้างรายได้ใหม่ เพิ่มพอร์ตรายได้จากการขายให้สมดุลกับรายได้จากค่าเช่าในสัดส่วน 50:50 “ในปี 2562 ที่ผ่านมาถือว่าเราสามารถทำได้ใกล้เคียงกับเป้าหมาย โดยมีรายได้รวมเกือบ 1,000 ล้านบาทเป็นครั้งแรก และมีสัดส่วนรายได้จากทั้งสองฝั่งใกล้เคียงกัน”
ไม่ฝืนตลาด ไม่หวือหวา ลงทุนตามภาวะเศรษฐกิจ
แม้โจทย์ในการบริหารกิจการคือการสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจอย่างต่อเนื่อง มั่นคงและยั่งยืน แต่บริษัทจะไม่ลงทุนอะไรที่เป็นความเสี่ยง ไม่เน้นขยายธุรกิจบนความหวือหวา แม้ว่าในความเป็นจริงจะสามารถทำได้เพราะไม่มีปัญหาเรื่องเงินทุนหรือปัจจัยในการลงทุนแต่อย่างใด
ด้วยแนวคิดดังกล่าวจึงทำให้การพัฒนาโครงการอสังหาฯ ของโอเชี่ยน พรอพเพอร์ตี้ค่อนข้างยืดหยุ่น ไม่ตามกระแส “ในอดีตเราเน้นพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรี่ เพราะสินค้ากำลังเป็นที่่ต้องการของตลาดในขณะนั้น แต่ปัจจุบันตลาดเปลี่ยนไป อีกทั้งมีดีเวลลอปเปอร์หลายเจ้ากระโดดเข้ามาทำโครงการลักชัวรี่กันมาก เราเลยต้องฉีกแนวไปเน้นพัฒนาสินค้าระดับกลาง รวมถึงการขยายไปลงทุนในต่างจังหวัดในขณะที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ชะลอการลงทุน เช่น คอนโดมิเนียมในจังหวัดขอนแก่น และทาวน์เฮ้าส์ที่ภูเก็ต ซึ่งถือว่าได้รับการตอบรับค่อนข้างดีมาก”

แลนด์แบงก์ = ความได้เปรียบและความท้าทาย
ในฐานะที่เป็นบริษัทในเครือโอเชี่ยน กรุ๊ปหรือกลุ่มไทยสมุทร ทำให้โอเชี่ยน พรอพเพอร์ตี้มีข้อได้เปรียบเรื่องที่ดินที่ไม่ต้องไปแย่งชิงซื้อจากตลาด สามารถเลือกนำแลนด์แบงก์ของกลุ่มไทยสมุทรที่มีอยู่มากมายทั่วประเทศราวหมื่นไร่มาพัฒนาได้
แต่ในความได้เปรียบนั้นก็แฝงด้วยความท้าทายอยู่ไม่น้อย ณพงศ์บอกว่า การทำธุรกิจท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวมานานและตลาดที่เปลี่ยนแปลงสูงตามพฤติกรรมผู้ซื้อ ทำให้การพัฒนาโครงการในปัจจุบันจะต้องใช้ความรอบคอบมากขึ้น เน้นการสำรวจสภาพตลาดอย่างลึกซึ้ง ซึ่งทุกบริษัทต่างก็ทำแบบนี้เหมือนกัน แต่โจทย์สำหรับตนจริงๆ คือการมองหาหรือเลือกที่ดินที่มีศักยภาพมาพัฒนาต่างหากที่จะท้าทายมากกว่า ซึ่งแน่นอนว่าต้องเลือกให้ถูกทำเล ถูกแปลง และพัฒนาโปรดักต์ที่เหมาะสมกับตลาดด้วย
ยึด “ความซื่อสัตย์” เป็นที่ตั้ง
สิ่งหนึ่งที่ทำให้โอเชี่ยน กรุ๊ปอยู่มาได้อย่างยาวนานกว่า 75 ปีในโลกธุรกิจ คือยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต สิ่งนี้แม้ไม่ได้เขียนหรือกำหนดเป็นปรัชญาขององค์กร แต่พนักงานทุกคนรวมถึงณพงศ์ที่ทำงานในบริษัทมากว่า 10 ปี ซึบซับเรื่องนี้มาตลอด
“ความซื่อสัตย์สุจริตเป็นบ่อเกิดของความไว้เนื้อเชื่อใจ ความไว้วางใจกันซึ่งกันและกัน ทั้งผู้บริหาร พนักงาน ลูกค้า ตลอดจนพาร์ทเนอร์ที่ทำงานด้วยกัน
“เราทำธุรกิจจะไม่เอาเปรียบใคร อะไรที่เรารับปากว่าจะทำให้ก็จะต้องทำตามนั้นให้ได้ เป็นสิ่งที่เรายึดถือและปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่อง และถ่ายทอดความคิดนี้ให้กับพนักงานตลอดเวลา
“อย่างเราทำโครงการก็อยากให้ลูกค้าได้ทั้งเรื่องคุณภาพของสินค้าและราคาที่เหมาะสม เราสร้างห้องตัวอย่างขึ้นมาก็เพื่อให้ลูกค้าชมสินค้าตัวอย่าง ซึ่งหมายถึงลูกค้าจะต้องได้ห้องหรือบ้านที่เหมือนกับสินค้าตัวอย่างนั้นตามจริง เหมือนตามโฆษณาและโบรชัวร์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า และจะเรียกว่าเป็นกลยุทธ์ในการทำธุรกิจของเราก็ว่าได้”
ชูแบรนด์ “โอเชี่ยน” ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง
ณพงศ์ ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์ เป็นหลานตาของกฤษณ์ อัสสกุล ผู้บุกเบิกอาณาจักรโอเชี่ยน กรุ๊ป จบปริญญาตรีและโทด้าน Civil Engineering จากสหรัฐอเมริกา เริ่มเข้ามาทำงานในบริษัทเมื่อ 13-14 ปีก่อน ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้จัดการเมื่อ 2 ปีก่อน ผลงานแรกภายใต้การบริหารคือคอนโดมิเนียม “โอเชี่ยน เรสซิเดนซ์ มิตรภาพ-ขอนแก่น”
หนึ่งในกลยุทธ์สร้างการเติบโตให้กับ “โอเชี่ยน พรอพเพอร์ตี้” นอกจากการคัดเลือกที่ดินทำเลศักยภาพเพื่อพัฒนาโครงการอย่างเหมาะสมแล้ว ที่ต้องทำควบคู่กันไปคือการสร้างการรับรู้ในแบรนด์ในวงกว้าง โครงการใหม่ๆ จึงเน้นการนำหน้าด้วยชื่อ “โอเชี่ยน”

ปัจจุบันโอเชี่ยน พรอพเพอร์ตี้มีโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ได้แก่
• โอเชี่ยน เรสซิเดนซ์ มิตรภาพ-ขอนแก่น (คอนโดฯ)
• โอเชี่ยน ทาวน์ เมือง-รัษฎา ภูเก็ต (ทาวน์โฮม)
• โอเชี่ยน พอร์โตฟิโน่ พัทยา (คอนโดฯ)
ติดตามข่าวสารอสังหาฯและข่าวดังในกระแส www.home.co.th/news
ติดตามข้อมูลโครงการและความเคลื่อนไหวด้านอสังหาฯ www.home.co.th และ www.facebook.com/Homebuyersfanpage
หรือชมวิดีโออื่นๆ คลิกที่นี่ www.home.co.th/vdo , www.youtube.com/tvhomebuyer