อนุมัติลงทุนยักษ์8ปี

เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยหลังการประชุมคณะรักษาความสงบ
แห่งชาติ (คสช.) ว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบอนุมัติกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของ
ไทย ระยะ 8 ปี ตั้งแต่ปี 2558-2565 ประกอบด้วย 4 ด้าน 5 แผนงาน ประกอบด้วย 1.การสร้างรากฐานความมั่นคงทางสังคม
2.การสร้างมาตรฐานความมั่นคงทางเศรษฐกิจ 3.การสร้างโอกาสสำหรับการใช้ประโยชน์สูงสุดจากการเป็นประชาคม
อาเซียน และ 4.เสริมสร้างความมั่นคง ความปลอดภัยในการเดินทางและการขนส่ง

ส่วนแผนพัฒนา 5 แผนงาน ได้แก่ 1.การพัฒนาโครงข่ายรถไฟระหว่างเมือง 2.การพัฒนาโครงข่ายขนส่งสาธารณะ
เพื่อแก้ไขปัญหาจราจรในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 3.การเพิ่มขีดความสามารถทางหลวงเพื่อเชื่อมโยงฐานการผลิตที่สำคัญ
ของประเทศเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน 4.การพัฒนาโครงข่ายการขนส่งทางน้ำ และ 5.การเพิ่มขีดความสามารถในการ
ให้บริการขนส่งทางอากาศ กำหนดระยะเร่งด่วนปีงบประมาณ 57-58 เพื่อเชื่อมโยงประตูการค้าของประเทศ และพัฒนา
ท่าเรือแหลมฉบัง รวมทั้งสนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินเชียงใหม่ สนามบินภูเก็ต และสนามบินอู่ตะเภา ที่จะใช้ในเชิง
พาณิชย์

นางสร้อยทิพย์กล่าวว่า ส่วนโครงการเร่งด่วนปี 2557-2558 ประกอบด้วย ขยายรถไฟทางคู่เดิม 6 เส้นทาง วงเงิน
127,472 ล้านบาท และรถไฟทางคู่แบบขนาดทางมาตรฐาน ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า (ไฮสปีดเทรนเดิม) 2 เส้นทาง
วงเงิน 741,460 ล้านบาท และโครงข่ายถนนสายหลักเชื่อมเมืองหลัก กทม.และปริมณฑล จะมีคณะทำงานร่วมกันระหว่าง
สำนักงบประมาณ กระทรวงการคลังและกระทรวงคมนาคม โดยมี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ. รองหัวหน้า คสช.และ
หัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ เป็นประธานในการพิจารณาจัดสรรเงินลงทุนในระยะเร่งด่วนเพื่อให้ได้ข้อสรุปภายใน 30 วัน

ปลัดกระทรวงคมนาคมกล่าวต่อว่า รถไฟทางคู่รางมาตรฐาน หรือรางขนาด 1.435 เมตร วิ่งด้วยความเร็ว 160 กม.ต่อ
ชม. ที่ประชุมเห็นชอบที่ 2 เส้นทางคือ สายหนองคาย-โคราช-สระบุรี-แหลมฉบัง-มาบตาพุด ระยะทาง 737 กม. วงเงิน
392,570 ล้านบาท และสายเชียงของ-เด่นชัย-บ้านภาชี ระยะทาง 655 กม. วงเงิน 348,890 ล้านบาท ระยะเวลาก่อสร้าง 2558-
2564 จะใช้ในการขนส่งผู้โดยสาร ใช้ความเร็ว 160 กม.ต่อ ชม.และขนสินค้า ใช้ความเร็ว 120 กม.ต่อ ชม. ตามแผนจะ
เชื่อมต่อกับประเทศจีนตอนใต้ ขั้นตอนในช่วงแรกจะมีการว่าจ้างศึกษาเพื่อปรับแบบและกำหนดแผนการก่อสร้างจากเดิมที่
มีการศึกษาก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ทำให้ค่าก่อสร้างจากเดิม กม.ละ 500-600 ล้านบาท เหลือเพียง 350-400 ล้านบาท

“ทางคู่แบบมาตรฐานก็คือรถไฟความเร็วสูงเดิม แต่ปรับลดขนาดความเร็วจากเดิมมากกว่า 200 กม.ต่อชั่วโมง เหลือ
เพียง 160 กม.ต่อชั่วโมง จึงไม่เรียกว่ารถไฟความเร็วสูง แต่อนาคตจะเพิ่มความเร็วเปลี่ยนไปเป็นรถไฟความเร็วสูงได้ เพราะ
รางรองรับได้ จึงถือว่าเป็นการลงทุนเพื่อลดภาระการลงทุนในอนาคต“ นางสร้อยทิพย์กล่าว

สำหรับโครงการรถไฟทางคู่ ระยะเร่งด่วน 6 เส้นทาง 887 กม. วงเงิน 127,472 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.ชุมทางจิระ-
ขอนแก่น 185 กม. วงเงิน 16,007 ล้านบาท 2.ประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร 167 กม. วงเงิน 17,293 ล้านบาท 3.นครปฐม-หัวหิน
165 กม. วงเงิน 20,038 ล้านบาท ซึ่งจะดำเนินการช่วงปี 2558-2561 ส่วน 4.มาบกะเบา-นครราชสีมา 132 กม. วงเงิน 29,855
ล้านบาท 5.ลพบุรี-ปากน้ำโพ 148 กม. วงเงิน 24,842 ล้านบาท 6.หัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์ 90 กม. วงเงิน 9,437 ล้านบาท
ระยะเวลาดำเนินการ 2559-2563 ยังไม่รวม สายฉะเชิงเทรา-คลอง 19-แก่งคอย อยู่ในขั้นตอนเตรียมเปิดประกวดราคา รอ
ทางคณะกรรมการ คตร.ตรวจสอบรายละเอียดโครงการ หากสามารถขยายทางคู่ได้ตามแผน จะทำให้ขบวนรถไฟที่
ให้บริการวันละ 288 เที่ยวต่อวัน เพิ่มเป็น 800 เที่ยวต่อวัน

เธอกล่าวว่า ระยะเร่งด่วนนอกจากการขยายทางคู่แล้ว จะมีการจัดหัวรถจักร ขบวนรถใหม่ และปรับเปลี่ยนระบบ
อาณัติสัญญาณไปใช้ระบบอัตโนมัติ ในส่วนของหัวรถจักรที่มีการจัดหาแล้ว 20 หัว จะส่งมอบภายในเดือน ส.ค.นี้ และ
จัดหาเพิ่มเติมใหม่อีก 50 หัว และส่วนที่จะซ่อมหัวรถจักรเดิม 50 หัว จะเปลี่ยนเป็นจัดซื้อใหม่ 36 หัวแทน รวมจะมีหัวรถ
จักรใหม่ทั้งสิ้น 106 หัว ส่วนการพัฒนาทางหลวง 4 ช่องจราจร ได้แก่ ทางหลวงหมายเลข 4 กระบี่-อ.ห้วยยอด ทางหลวง
หมายเลข 12 กาฬสินธุ์-อ.สมเด็จ ตอน 2 ทางหลวงหมายเลข 304 กบินทร์บุรี-อ.ปักธงชัย ทางหลวงหมายเลข 314 อ.บางปะ
กง-อ.ฉะเชิงเทรา ตอน 2 ทางหลวงหมายเลข 3138 อ.บ้านบึง-อ.บ้านค่าย ตอน 3 และบูรณะทางหลวงสายหลักที่เชื่อม
ระหว่างภาค ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายพัทยา-มาบตาพุด ทางหลวงที่สนับสนุนการเกษตรและการท่องเที่ยว รวมทั้ง
พัฒนาสถานีขนส่งสินค้าด้วย

นางสร้อยทิพย์กล่าวว่า ในส่วนรถไฟฟ้า 10 เส้นทาง จะเร่งรัดโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง 4 เส้นทาง 89 กม. คือ
สายสีม่วง บางใหญ่-บางซื่อ 23 กม. จะสร้างเสร็จปี 2558 สายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยาย ช่วงบางซื่อ-ท่าพระ-บางแค 27 กม.
สร้างเสร็จปี 2560 สายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ 12.8 กม. สร้างเสร็จปี 2560 สายสีแดง บางซื่อ-รังสิต 26 กม. จะมี
การพิจารณาปรับแบบ คาดจะสร้างเสร็จปี 2560 ส่วนที่อยู่ระหว่างดำเนินการปี 2557-2558 คือ สายสีเขียว ช่วงสะพานใหม่-
คูคต 7 กม. และหมอชิต-สะพานใหม่ 11.4 กม. จะเร่งรัดประกวดราคา ส่วนที่พร้อมประกวดราคา 3 โครงการ 86.4 กม.ใน
ความรับผิดชอบของ รฟม. คือ สายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี 20 กม.อยู่ระหว่างเสนอคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม
แห่งชาติ

สายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี 36 กม. และสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-พัฒนาการ 30.4 กม. เตรียมขออนุมัติโครงการ
ส่วนอีก 3 เส้นทาง ในความรับผิดชอบของ ร.ฟ.ท. คือ 1.บางซื่อ-พญาไท-มักกะสัน 25.5 กม. 3. ส่วนต่อขยายแอร์พอร์ตลิงค์
พญาไท-ดอนเมือง 21.8 กม. ทาง ร.ฟ.ท. พร้อมประกวดราคา และ 3.ส่วนต่อขยายสายสีแดง ช่วงรังสิต-
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 10.3 กม. เตรียมเสนอคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม

นางสร้อยทิพย์กล่าวว่า เนื่องจากโครงการเร่งด่วน จะเน้นเชื่อมโยงโครงข่ายประตูการค้าระหว่างประเทศ การค้า
ชายแดน และระบบถนนที่เชื่อมโยงประตูการค้าของประเทศ เชื่อมโยงเมืองหลัก เชื่อมโยง กทม.และปริมณฑล รวมทั้งการ
พัฒนาท่าเรือชายฝั่ง ศูนย์ขนส่งสินค้าทางรถไฟ ถนนเชื่อมกับท่าเรือ ท่าอากาศยานต่างๆ ทั้งสุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต
เชียงใหม่และอู่ตะเภา รวมทั้งด่านการค้าตามแนวชายแดน เช่น ด่านแม่สอด จ.ตาก, ด่านแม่สาย ด่านเชียงแสน ด่านเชียงของ
จ.เชียงราย, ด่านบ้านคลองลึก จ.สระแก้ว, ด่านคลองใหญ่ จ.ตราด, ด่านสังขละบุรี จ.กาญจนบุรี, ด่านมุกดาหาร ด่าน
นครพนม และด่านหนองคาย ด่านปาดังเบซาร์ จ.สงขลา และด่านสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ตลอดจนการจัดทำศูนย์เปลี่ยน
ถ่ายสินค้าด้วย

นอกจากนี้ นางสร้อยทิพย์กล่าวว่า ที่ประชุม คสช.เห็นชอบให้มีการขยายระยะเวลาการให้บริการรถไฟและรถเมล์ฟรี
ออกไปอีก 6 เดือน คือตั้งแต่ ส.ค.2557 ถึง ม.ค.2558 ด้วย ทั้งนี้ หัวหน้า คสช.สั่งการให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อ
บริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคม ครอบคลุมทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ และมอบหมายให้กระทรวง
คมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้ความสำคัญกับการสร้างความรับรู้ เผยแพร่ และชี้แจงข้อมูล ยุทธศาสตร์การพัฒนา
โครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของไทยให้ประชาชนได้รับทราบในโอกาสต่อไป

ด้านนายภากรณ์ ตั้งเจตสกาว รองผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยภายหลังการเปิดซองราคางาน
ก่อสร้างรถไฟชานเมืองสายสีแดง สัญญาที่ 3 หรืองานระบบรถไฟฟ้าและเครื่องกล รวมงานจัดซื้อตู้รถไฟฟ้าช่วงตลิ่งชัน-
บางซื่อ-รังสิต วงเงิน 28,899 ล้านบาท ซึ่งมีผู้ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติเพียง 1 ราย ว่า กลุ่มกิจการร่วมค้าเอ็มเอชเอสซี คอน
ซอร์เทียม ประกอบด้วย บริษัท มิตซูบิชิ เฮฟวี่ อินดัสเตรียล, บริษัท ฮิตาชิ และบริษัท ซูมิโตโม คอร์ปอเรชั่น เสนอราคารวม
4.9 หมื่นล้านบาท หรือสูงกว่ากรอบวงเงินที่กำหนดไว้ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท

“หลังจากนี้จะเข้าสู่กระบวนการเจรจาต่อรองราคา คาดว่าจะใช้เวลา 1-2 เดือน หลังจากนั้นจะเสนอให้บอร์ด ร.ฟ.ท.
และองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งประเทศญี่ปุ่น หรือไจกา ซึ่งเป็นเจ้าของเงินกู้พิจารณาอนุมัติ ก่อนเสนอ
กระทรวงคมนาคมและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต่อไป โดยคาดว่าจะใช้เวลา 4-6 เดือน และยอมรับว่าความ
ล่าช้าของสัญญาที่ 3 น่าจะกระทบให้งานก่อสร้างล่าช้าไปอีก ทั้งนี้ รถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต จะเปิดให้บริการปี
2560 แต่คงล่าช้าไปถึงปี 2561" นายภากรณ์กล่าว.

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

ขั้นตอนที่ 1 จาก 2

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ประเภทอสังหาฯ *
ช่วงราคา (บาท)

-

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา

ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ช่วงราคา (บาท)

-

ข้อมูลการติดต่อกลับ?

เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย

ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์ *

บทความแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง