อรฤดีมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนโฉมธุรกิจของบริษัท ยูนิเวนเจอร์ จำกัด (มหาชน) จากอุตสาห กรรมสังกะสี เข้าสู่
ธุรกิจอสังหาริม ทรัพย์ ก่อนที่จะขายกิจการให้กับกลุ่มเจริญ สิริวัฒนภักดี ในปี 2550 หลังจากการขายหุ้นให้กับกลุ่มเจริญ
อรฤดียังคงบริหารงานในบริษัทยูนิเวนจอร์ จำกัด (มหาชน) ต่อมาอีก 5 ปีเศษ ก่อนที่จะลาออกในเดือนมิถุนายน 2556 และ
ได้รับการทาบ ทามจากพัชรา นิธิวาสิน กรรมการผู้จัดการและผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัท นารายณ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ในเดือน
กรกฎาคม 2556 ก่อนที่จะตัดสินใจเข้ามาเป็นกรรมการบริหารในบริษัทในปี 2557
แนวคิดในการพัฒนาบริษัท นารายณ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ของ อรฤดี คือเน้นการพัฒนาโครงการอสัง หาริมทรัพย์โดย
เจาะตลาดไฮเอนด์ ทั้งแนวราบและแนวสูง โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่อยู่อาศัยเป็นหลัก ส่วนโครงการ
อสังหาริมทรัพย์ที่สร้างรายได้จากการเช่าทั้งค้าปลีก และสำนักงานให้เช่า เป็นโครงการรอง โดยมีแผนที่จะสร้างรายได้จาก
การขายไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ส่วนรายได้จากการเช่าคิดเป็นสัดส่วนเพียงร้อยละ 10 ของรายได้รวม โดยมีแผนที่จะเปิดตัว
โครงการใหม่อย่างก้าวกระโดดในปี 2558 ไม่น้อยกว่า 6 โครงการ มูลค่า 8,000 ล้านบาท จากเดิมที่บริษัทนารายณ์ พร็อพ
เพอร์ตี้ จำกัด(มหาชน) จะเปิดตัวโครงการโดยเฉลี่ยเพียง 1-2 โครงการต่อปี ถือเป็นการรุกธุรกิจแบบก้าวกระโดดหลังจากที่
บริษัทผ่านพ้นวิกฤติเศรษฐกิจในปี 2540
บริษัท นารายณ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ก่อตั้งในปี 2527 โดยพัชรา นิธิวาสิน หนึ่งในผู้ถือหุ้น และเจ้าของโรงแรม
นารายณ์ และกลุ่มบริษัท ฮั่วกี่ เปเปอร์ จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 1.2 พันล้านบาท โดยพัฒนาโครงการอสังหา ริมทรัพย์
ภายใต้ชื่อ พาร์คแลนด์
แต่หลังจากวิกฤติเศรษฐกิจในปี 2540 บริษัทต้องเผชิญกับภาระหนี้ที่สูงขึ้น หลายโครงการที่ขายและอยู่ระหว่างการ
ก่อสร้างต้องหยุดชะงักเนื่องจากสถาบันการเงินที่ปล่อยกู้ให้กับโครงการประสบปัญหาทางการเงิน ทำให้ผู้บริหารบริษัท
ภายใต้การบริหารของพัชรา ต้องเร่งเจรจาปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้ และหาวงเงินกู้ใหม่เข้ามาเพื่อที่จะพัฒนาโครงการ
ให้สามารถส่งมอบให้กับลูกค้าได้ตามสัญญา เพื่อนำเงินมาชำระคืนเงินกู้ให้กับเจ้าหนี้ และเร่งฟื้นฟูธุรกิจ
จนกระทั่งในปี 2546 บริษัทกลับมาอีกครั้งถือเป็นยุคที่ 3 ของบริษัท (ยุคแรกเป็นยุคก่อตั้งในปี 2527-2540 ยุคที่ 2 เป็น
ยุคฟื้นฟูกิจการ ระหว่างปี 2540-2546) ที่หันกลับมาพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์อีกครั้ง โดยเริ่มรุกตลาดด้วยโครงการ
ระดับไฮเอนด์เป็นโครงการแรก อย่างโครงการอมันตรา ที่รัชดาภิเษก ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีในการทำตลาด
หลังจากที่หวนกลับมาพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อีกครั้งในปี 2546 บริษัทเน้นการบริหารแบบอนุรักษ์ เปิดตัวโครงการ
แบบค่อยเป็นค่อยไปเฉลี่ย 1-2 โครงการต่อปี มูลค่าเฉลี่ย 2-2.5 พันล้านบาทต่อปี โดยพัฒนาทั้งโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อขาย
ทั้งในแนวราบอย่างบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ และแนวสูงอย่างคอนโดมิเนียม และยังพัฒนาโครงการให้เช่าทั้งเซอร์วิส อพาร์ต
เมนต์ และสำนักงาน
การจัดโครงสร้างรายได้ดังกล่าว ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการเผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจในปี 2540 ที่บริษัทนำมาเป็น
บทเรียนในการพัฒนาโครงการแบบค่อยเป็นค่อยไป จนกระทั่งในปี 2556 เมื่อกองทุน Arch Capital ของกลุ่มไอยรากรุ๊ป
จากประเทศฟิลิปปินส์มาเป็นพันธมิตรในการลงทุน ในแบบลงทุนเป็นโครงการๆ ไป ตามความเหมาะสม ทำให้บริษัทมี
ฐานเงินทุนที่เพียงพอที่จะขยายการลงทุนเชิงรุก โดยมีแผนที่จะเปิดตัวโครงการใหม่ทั้งแนวราบ และแนวสูงไม่น้อยกว่า 5
โครงการต่อปี รวมเม็ดเงินลงทุนไม่น้อยกว่า 5.5 พันล้านบาทในปี 2556 ถือเป็นการลงทุนแบบก้าวกระโดดของบริษัทอีก
ครั้ง หลังจากที่ฟื้นตัวจากวิกฤติเศรษฐกิจในปี 2540 พร้อมกับดึงผู้บริหารมืออาชีพที่มีผลงานในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
อย่างอรฤดี ณ ระนอง เข้ามาร่วมงาน ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของบริษัทนารายณ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ในทศวรรษที่ 4
ภายใต้การบริหารงานของมืออาชีพ ในห้วงเวลาที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายจากการแข่งขันที่
รุนแรงขึ้นทุกขณะ