++คงไม่มีอะไรในกอไผ่มากไปกว่า "ผมทำมาถึงที่สุดแล้ว"
กรณีการเทกโอเวอร์บริษัทพัฒนา ที่ดินรุ่นเก๋ากึ้กส์ บมจ.มั่นคงเคหะการ (MK) ของ "ชวน ตั้งมติธรรม" วัย 78 ปี พี่ชาย
แท้ ๆ ของ เสี่ยประทีป ตั้งมติธรรมบอสใหญ่ศุภาลัย
เป็น 41 ปีของแบรนด์ "ชวนชื่น" ที่น่าจดจำ ก่อนที่ "ข่าวใหญ่" จะคอนเฟิร์มเป็นทางการ กระแสการถูกเทกโอเวอร์ก็
ออกมาเป็นระยะ ๆ แล้วก่อนหน้านี้
การแจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯของ "ชวน" และครอบครัว ที่ขายหุ้น 20.64% หรือ 177.55 ล้านหุ้นให้กับ "สุเทพ วงศ์วร
เศรษฐ" เจ้าของบริษัท แคสเซิล พีค ดีเวลลอป เม้นท์ส จำกัด และบริษัท ซีพีดี โฮลดิ้ง จำกัด ที่เหมาซื้อในราคาหุ้นละ 6.75
บาท รวมเป็นเงินกว่า 1,198.46 ล้านบาท
แน่นอน นักธุรกิจในวงการคงมีคำถาม ทำไมคุณชวนจึงขายหุ้นมั่นคงฯ ประเด็นนี้ "ประชาชาติธุรกิจ" ได้โทรศัพท์
สอบถามแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดคุณชวน ตั้งมติธรรม และได้รับคำตอบว่า "คุณชวนอายุมากแล้ว ปีนี้ท่านอยากวางมือจริง ๆ"
แม้ว่าท่านประธานชวนจะมี "ทายาท" ถึง 2 คน เป็นชายหนึ่งหญิงหนึ่ง ชื่อว่า "ชูเกียรติ-ชุติมา ตั้งมติธรรม" ปัจจุบันรั้ง
ตำแหน่ง "ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ" และช่วยบริหารกิจการบริษัทมาพักใหญ่แล้ว
++แต่ทว่าการดำเนินธุรกิจของ บมจ.มั่นคงเคหะการก็ยังเป็นไปแบบสไตล์ เดิม ๆ ไม่มีอะไรใหม่หรือหวือหวา
++ขณะที่บริษัทหน้าใหม่หน้าเก่าในตลาดหุ้นก็แข่งขันสร้างแบรนด์กันดุเดือด
"คงเป็นเรื่องที่ท่านอยากพักผ่อน เพราะคุณชวนอายุเกือบ 80 ปีแล้ว ทำอสังหาฯมาก็กว่า 50 ปี บวกกับเงื่อนไขและ
ราคาหุ้นคงเป็นที่พอใจ หลังมีผู้ถือหุ้นใหม่เข้ามา น่าจะทำให้ฐานะการเงินบริษัทแข็งแกร่งขึ้น จากปัจจุบันมีอัตราหนี้สินต่อ
ทุนต่ำอยู่แล้วแค่ 0.37 เท่า การลงทุนคงแอ็กเกรสซีฟมากขึ้น" แหล่งข่าวจาก บมจ.มั่นคงฯระบุ
ส่วนแผนธุรกิจครึ่งปีหลัง บมจ.มั่นคงฯมีแผนเปิดตัวอีก 4 โครงการ ในทำเลวัชรพล นครอินทร์ อรุณอมรินทร์ สะพาน
พระราม 8 และสุขสวัสดิ์ รวมมูลค่าเฉียด ๆ 5 พันล้าน บาท ตอนนี้มียอดขายพรีเซลเดือนแรก 1.1 พันล้านบาท จากเป้าหมาย
ทั้งปี 4 พันล้านบาท
++หลังจบดีล "สุเทพ" ประธานกรรมการคนใหม่ของมั่นคงฯให้เหตุผลที่ซื้อหุ้นว่า
++"เพราะเห็นศักยภาพ และมั่นใจที่ มั่นคงฯมีจุดเด่นเรื่องโครงการแนวราบ และครอบคลุมทำเลทุกมุมเมือง"
ที่สำคัญเรื่องตัวเลข ปี 2557 มั่นคงฯมียอดรับรู้รายได้ 2.4 พันล้านบาท กำไรสุทธิอยู่ที่ 450 ล้านบาท มีหนี้สินที่มี
ดอกเบี้ยต่ำ 1.5 พันล้านบาท
++เทียบกันแล้วถือว่า "หนี้สินต่อทุน ต่ำมาก แถมกำไรสุทธิก็โดดเด่น"
++"ผมมีแผนจะเพิ่มรายได้จากการให้เช่าอีกทางหนึ่ง ทั้งวางเป้าหมายให้มั่นคงฯเป็นบริษัททำอสังหาฯครบวงจร"
++เชื่อว่าองค์กร พนักงาน และส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องจะพลอยคึกคักไปด้วย
เมื่อพลิกดูประวัติผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่ "สุเทพ" เป็นผู้บริหาร มีตำแหน่งในบริษัทมหาชนหลายแห่ง อาทิ ประธาน
กรรมการ บริษัทหลักทรัพย์ ซีมิโก้ จำกัด (มหาชน) ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เคที ซีมิโก้ จำกัด และยังเป็น
ประธานกรรมการตรวจสอบและกรรมการอิสระ บมจ.ชุมพรอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม ประธานกรรมการ บมจ.น้ำตาลคร
บุรี และเป็นกรรมการ บมจ.บางจากปิโตรเลียม
ทั้งเคยได้รับฉายา "พ่อมดการเงิน" ในสมัย ฟองสบู่แตก และมีสายสัมพันธ์กับ "เสี่ยเบ้ง-ทศพงศ์ จารุทวี" อดีตบิ๊ก บมจ.
เนเชอรัลพาร์ค (เอ็นพาร์ค) หรืออดีตซี้เก่าเจ๊หว่าง "สว่าง มั่นคงเจริญ" หญิงแกร่งในยุคสมัยหนึ่ง
++แต่นั่นอาจไม่น่าสนใจเท่ากับประสบการณ์ที่นักการเงินรุ่นเก๋าอย่างเขา "คิดจะทำอะไรต่อ" กับบริษัทมั่นคงฯ
++ที่สนุกและตื่นเต้น
นั่นคือ มีชื่อ "เสี่ยเบ้ง" เข้าเจรจาซื้อหุ้นเพิ่มจากครอบครัวของ "ตั้งมติธรรม" อีก 44 ล้านหุ้น หรือ 5.8% จากภริยาคุณ
ชวนที่ชื่อ "อัญชัน ตั้งมติธรรม"เท่ากับว่า หมากเกมนี้จบเบ็ดเสร็จ ซึ่งหนึ่งได้สามประมาณนั้น
++ขณะที่คุณชวนและครอบครัวก็อาจ หายเหนื่อย ไม่ต้องเครียดและทำงาน อย่างหนักหน่วงอีกแล้ว
นับจากนี้ สเต็ปต่อไปของมั่นคงฯคง จะพลิ้วไหวตามสไตล์ผู้บริหารใหม่ ไม่มีภาพ คอนเซอร์เวทีฟอีกแล้ว ถ้าจะมีก็คง
เป็นลีลาใหม่ที่เร้าใจสไตล์ MK นิวลุก