ความคืบหน้ามอเตอร์เวย์สายนครปฐม-ชะอำ ระยะทาง 109 กิโลเมตร วงเงิน 6.3 หมื่นล้านบาท ยังไม่มีข้อสรุปเรื่องการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน โดยอยู่ระหว่างการออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดิน (พรฎ.) สายนครปฐม-ชะอำ ล่าสุดเตรียมเสนออธิบดีกรมทางหลวงว่าจ้างที่ปรึกษา ศึกษารายละเอียดและประเมินราคาการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินใหม่ เพื่อเร่งรัดการเวนคืนให้สอดรับกับแผนก่อสร้างมอเตอร์เวย์สายดังกล่าวปี 2562
คาดว่าพร้อมเดินหน้าลงพื้นที่ทำการศึกษาเดือน ต.ค.ปีงบ ประมาณ 2561 ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาศึกษาแล้วเสร็จประมาณ 7 เดือน นับจากการอนุมัติ ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวจะสอดรับกับการออกออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดิน (พรฎ.)
สำหรับโครงข่ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสาย 8 มีแผนที่จะเปิดให้บริการในปี 2565 โดยคาดว่าจะเปิดให้ภาคเอกชนยื่นข้อเสนอประมูลในรูปแบบ PPP และเป็นหนึ่งในเส้นทางตามแผนระยะเร่งด่วนที่มีความพร้อมในการดำเนินงานสูง ปัจจุบันได้ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียดแล้วเสร็จทั้งหมด และรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม EIA ผ่านความเห็นชอบจาก สผ. แล้ว
แนวเส้นทางของโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายนครปฐม–ชะอำ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 8 นครชัยศรี–นราธิวาส(สุไหงโก-ลก) มีจุดเริ่มต้นเชื่อมกับโครงข่ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางใหญ่-กาญจนบุรี ที่ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ผ่านไปยัง จ.ราชบุรี จ.สมุทรสงคราม และสิ้นสุดที่ อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ระยะทางรวมทั้งสิ้น 109 กิโลเมตร ออกแบบเป็นทางหลวงพิเศษขนาด 4 ช่องจราจร มีการควบคุมทางเข้าออกอย่างสมบูรณ์และมีทางบริการในพื้นที่จำเป็น เพื่อลดผลกระทบของชุมชน มีด่านเก็บค่าผ่านทางด้วยระบบปิดทั้งหมด 9 ด่าน และมีการติดตั้งระบบชั่งน้ำหนักบริเวณด่านเก็บเงินค่าผ่านทาง ตลอดแนวเส้นทาง กำหนดให้มีที่พักริมทางทั้งหมด 5 แห่ง แบ่งเป็นศูนย์บริการทางหลวง (Service Center) 1 แห่ง สถานที่บริการทางหลวง (Service Area) 2 แห่ง และสถานที่พักริมทางหลวง (Rest Area) 2 แห่ง
