

"ห้างจะเปิดใหม่ที่รังสิต" แค่ประโยคเดียวก็จุดกระแสในพื้นที่ได้ทันที คอมเมนต์ที่ตามมามักมีทั้ง "รถติดจะมาทำไม" ไปจนถึง "แออัดขึ้นอีกแล้ว" เป็นปฏิกิริยาที่คนในพื้นที่คุ้นเคยดี ไม่ต่างจากตอนที่มีข่าวว่าเซ็นทรัลจะเปิดสาขาใหม่ใจกลางสยาม ซึ่งคนกรุงเทพฯ เองก็เคยตั้งคำถามคล้ายกันว่า "รถมันติดมากอยู่แล้ว ยังจะเปิดอีกเหรอ"
แต่ในความเป็นจริง การที่ห้างสรรพสินค้าเลือกเปิดสาขาใหม่ในทำเลใดทำเลหนึ่ง ไม่ได้ส่งผลแค่เรื่อง "รถติด" ตามที่หลายคนกังวลเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาพร้อมกับผลกระทบทั้งเชิงบวกและเชิงลบอีกหลายด้าน ซึ่งคนที่อาศัยอยู่ในทำเลนั้นอยู่แล้ว รวมถึงคนที่กำลังมองหาบ้านหรือคอนโดในละแวกใกล้เคียง ควรทำความเข้าใจให้รอบด้านก่อนตัดสินใจ บทความนี้จะพาไปดูทั้งสองมุม พร้อมข้อควรระวังที่มักถูกมองข้าม
ข้อกังวลอันดับต้น ๆ ที่คนในพื้นที่มักพูดถึงเวลาห้างใหม่กำลังจะเปิด คือปัญหาการจราจรและความแออัดที่จะตามมา ยิ่งทำเลที่ถนนเดิมรองรับปริมาณรถได้จำกัดอยู่แล้ว การมีจุดหมายปลายทางใหม่ที่ดึงคนจำนวนมากเข้ามาในพื้นที่พร้อมกัน ย่อมทำให้ช่วงเวลาเร่งด่วนหนักขึ้นกว่าเดิมได้จริง โดยเฉพาะในช่วงแรกที่ห้างเพิ่งเปิดและมีกระแสความสนใจสูง
นอกจากรถติดแล้ว สิ่งที่คนในพื้นที่มักกังวลร่วมด้วยคือความเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศความเป็นอยู่ จากที่เคยเงียบสงบก็อาจมีคนพลุกพล่านมากขึ้น มีเสียงและแสงไฟจากป้ายโฆษณาตลอดวัน ซึ่งสำหรับคนที่อยู่อาศัยมานานและคุ้นเคยกับความสงบแบบเดิม การเปลี่ยนแปลงนี้อาจให้ความรู้สึกด้านลบในช่วงแรกได้ไม่น้อย
ในอีกด้านหนึ่ง ข้อดีของการมีห้างเปิดใหม่ในพื้นที่ก็มีอยู่จริงและมักถูกมองข้ามไปในช่วงที่กระแสความไม่พอใจกำลังมาแรง ข้อแรกคือความสะดวกในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการทำธุรกรรมธนาคาร การซื้อของใช้ การหาร้านอาหาร หรือกิจกรรมพักผ่อนหย่อนใจ ที่ไม่ต้องเดินทางไกลออกจากพื้นที่เหมือนก่อน
ข้อสองคือโอกาสด้านแหล่งงานและรายได้เสริมสำหรับคนในพื้นที่ เพราะห้างขนาดใหญ่มักมาพร้อมพื้นที่เช่าหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ร้านค้าปลีก ร้านอาหาร ไปจนถึงโรงเรียนสอนดนตรีหรือธุรกิจบริการอื่น ๆ ที่รองรับไลฟ์สไตล์ของคนที่มาเดินห้าง คนในพื้นที่ที่มีทำเลติดห้างจึงมีโอกาสทำธุรกิจที่ซัพพอร์ตกลุ่มลูกค้าเหล่านี้ได้ง่ายขึ้น หรือแม้แต่หางานที่ไม่ต้องเดินทางไกลจากบ้าน
ข้อสามซึ่งสำคัญที่สุดในมุมของอสังหาริมทรัพย์ คือมูลค่าที่ดินและที่อยู่อาศัยในทำเลนั้นมักปรับตัวสูงขึ้น เพราะห้างขนาดใหญ่ทำหน้าที่เป็น "แม่เหล็ก" ดึงดูดความเจริญเข้ามาในพื้นที่ ยิ่งเป็นทำเลที่อยู่ใกล้ศูนย์การค้าที่มีชื่อเสียง การขายหรือปล่อยเช่าก็มักทำได้ง่ายกว่าทำเลที่ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใกล้เคียงเลย
ข้อสี่คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมที่มักตามมาพร้อมกัน เพราะผู้พัฒนาห้างมักเลือกทำเลที่มีแผนรถไฟฟ้าหรือทางด่วนรองรับอยู่แล้ว หรือบางกรณีก็ผลักดันให้เกิดการพัฒนาระบบขนส่งเพิ่มเติมในภายหลัง เพื่อให้ลูกค้าเดินทางมาห้างได้สะดวกขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อคนในพื้นที่ที่ได้ใช้ระบบขนส่งเหล่านั้นไปด้วย
อย่างไรก็ตาม มีรถไฟฟ้ามาลงในพื้นที่แล้ว ไม่ได้แปลว่าปัญหารถติดจะหายไปเสมอไป ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือย่านพระราม 9 ที่แม้จะมีรถไฟฟ้าผ่าน แต่การจราจรบนถนนก็ยังคงหนาแน่นอยู่ดี เพราะปริมาณการพัฒนาโครงการต่าง ๆ ในพื้นที่เติบโตเร็วกว่าความสามารถของถนนที่จะรองรับ ดังนั้นการมีรถไฟฟ้าจึงเป็น "ทางเลือก" ให้คนในพื้นที่เดินทางได้สะดวกขึ้น มากกว่าจะเป็นการรับประกันว่ารถจะไม่ติดอีกต่อไป
ข้อเท็จจริงนี้สำคัญสำหรับคนที่กำลังตัดสินใจซื้อบ้านหรือคอนโดในทำเลที่มีห้างและรถไฟฟ้าเปิดใหม่ เพราะแม้ภาพรวมทำเลจะดูมีศักยภาพเติบโต แต่ก็ควรประเมินสภาพการจราจรจริงในช่วงเวลาเร่งด่วนประกอบด้วย ไม่ควรตัดสินใจจากเพียงแผนผังเส้นทางรถไฟฟ้าในอนาคตเท่านั้น
ปรากฏการณ์ห้างและคอมมูนิตี้มอลล์กระจายตัวออกไปยังทำเลชานเมืองมากขึ้น ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นส่วนหนึ่งของเทรนด์การพัฒนาเมืองที่พยายามกระจายความสะดวกสบายออกจากใจกลางเมือง เพื่อลดภาระการเดินทางเข้าเมืองของคนที่อาศัยอยู่รอบนอก แทนที่จะต้องขับรถหรือนั่งรถไฟฟ้าเข้าเมืองเพื่อไปห้างใหญ่เพียงไม่กี่แห่ง การกระจายศูนย์การค้าออกไปตามมุมเมืองต่าง ๆ ช่วยให้คนในแต่ละพื้นที่มีตัวเลือกใกล้บ้านมากขึ้น
เทรนด์นี้ยังสอดคล้องกับการเติบโตของคอมมูนิตี้มอลล์ขนาดเล็กตามซอยต่าง ๆ ที่ทำหน้าที่เป็นจุดอำนวยความสะดวกระดับย่อย เสริมกับห้างขนาดใหญ่ที่เป็นศูนย์กลางของแต่ละทำเล ภาพรวมคือคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ชานเมืองมีแนวโน้มดีขึ้นเรื่อย ๆ เพราะไม่ต้องพึ่งพาใจกลางเมืองเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป
กรณีของรังสิตที่ถูกพูดถึงในกระแสดราม่าเรื่องห้างเปิดใหม่ ก็เป็นตัวอย่างที่สะท้อนเทรนด์นี้ได้ชัดเจน ด้วยทำเลที่มีทั้งแผนรถไฟฟ้าและทางด่วนรองรับ บวกกับความต้องการที่อยู่อาศัยที่ขยายตัวออกจากใจกลางกรุงเทพฯ มาโดยตลอด การมีห้างขนาดใหญ่เปิดเพิ่มในพื้นที่จึงเป็นสัญญาณที่ตอกย้ำว่ารังสิตกำลังเป็นทำเลที่นักพัฒนาให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง และมีโอกาสเห็นมูลค่าที่อยู่อาศัยในพื้นที่ปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วยในระยะยาว
สำหรับคนในพื้นที่ที่กำลังรู้สึกหงุดหงิดกับความวุ่นวายที่เพิ่มขึ้นในช่วงแรก คำแนะนำคือให้มองภาพระยะยาวควบคู่กันไปด้วย เพราะสิ่งที่มาพร้อมกับความวุ่นวายในช่วงเปลี่ยนผ่าน มักเป็นมูลค่าทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นในระยะถัดไป การรีบตัดสินใจขายที่ดินหรือบ้านออกไปในช่วงที่ยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงเต็มที่ อาจทำให้พลาดโอกาสได้รับมูลค่าที่สูงขึ้นในอนาคต
สำหรับคนที่กำลังมองหาบ้านหรือคอนโดในทำเลที่มีห้างเปิดใหม่หรือกำลังจะเปิด มีประเด็นที่ควรพิจารณาประกอบการตัดสินใจดังนี้
ห้างเปิดใหม่ทำให้ราคาบ้านในพื้นที่ขึ้นทันทีหรือไม่
ไม่เสมอไป โดยทั่วไปมูลค่าที่ดินและที่อยู่อาศัยมักปรับตัวขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไปตามความเจริญที่ตามมา เช่น ร้านค้า ระบบขนส่ง และประชากรที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่ ไม่ใช่การกระโดดขึ้นทันทีที่ห้างเปิดวันแรก
มีรถไฟฟ้าผ่านแล้ว รถจะไม่ติดจริงหรือไม่
ไม่จำเป็นเสมอไป อย่างกรณีพระราม 9 ที่มีรถไฟฟ้าผ่านแต่การจราจรยังหนาแน่น เพราะปริมาณการพัฒนาโครงการเติบโตเร็วกว่าที่ถนนจะรองรับได้ รถไฟฟ้าเป็นเพียงทางเลือกเดินทางเสริม ไม่ใช่การการันตีว่าถนนจะโล่ง
ถ้าไม่ชอบความวุ่นวาย ควรเลี่ยงทำเลใกล้ห้างใหญ่หรือไม่
ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ส่วนตัว หากต้องการความสงบ อาจพิจารณาทำเลที่มีระยะห่างจากตัวห้างพอสมควร แต่ยังอยู่ในรัศมีที่เดินทางไปใช้บริการได้สะดวก เพื่อได้รับทั้งความเงียบสงบและความสะดวกสบายไปพร้อมกัน
สุดท้ายแล้ว การที่ห้างสรรพสินค้าเลือกเปิดสาขาใหม่ในทำเลใดทำเลหนึ่ง ไม่ได้มีแค่มุมมองด้านลบเรื่องรถติดและความแออัดเพียงอย่างเดียวอย่างที่กระแสในโซเชียลมักพูดถึง แต่ยังสะท้อนถึงศักยภาพการเติบโตของทำเลนั้นในสายตาของนักพัฒนา ซึ่งมักมาพร้อมกับความสะดวกสบาย โอกาสด้านอาชีพ และมูลค่าทรัพย์สินที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นในระยะยาว สำหรับทั้งคนในพื้นที่และคนที่กำลังมองหาบ้านใหม่ การเข้าใจทั้งสองมุมอย่างรอบด้าน จะช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจมากขึ้น ไม่ว่าจะเลือกอดทนรอความเปลี่ยนแปลง หรือเลือกทำเลที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเองที่สุด
แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
-
เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย