
เชื่อว่าเด็กจบใหม่หลายคนก็มีความฝันอยากจะมีคอนโดเป็นของตัวเอง อยากเริ่มวางแผนชีวิตหาความมั่นคง แต่ก็คงเจอปัญหาแบบนี้ คือ ไม่รู้จะเริ่มต้นที่ตรงไหนก่อน ต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง ต้องทำยังไงบ้าง สับสนไปหมดใช่มั้ยคะ ไม่เป็นไรนะวันนี้อุ้มมาบอกลายแทงการวางแผนซื้อคอนโดครั้งแรกต้องทำยังไง ทำตามสเต็ปนี้ได้แบบชิลๆ เลย
1.งบประมาณสำคัญมาก
ตั้งงบประมาณไว้เลยค่ะ เอาให้มั่นใจว่าราคาที่เราตั้งไว้จะสามารถผ่อนได้สบายๆ ไม่ตึงมือจนเกินไป เพราะถ้าผ่อนไม่ไหว ปัญหาลากยาวต้องไปหยิบยืมเงินส่วนอื่นมาจ่าย เป็นหนี้ไม่รู้จบแน่ค่ะ คิดกลมๆ ล้านละ 7,000 บาท ถ้าเราจะซื้อคอนโดราคา 2 ล้านบาท ก็ต้องผ่อนเดือนละประมาณ 14,000 บาท ต่อเดือน ถ้าเราเงินเดือน 25,000 ซื้อคอนโดราคานี้ ต้องผ่อนเดือนละ 14,000 บาท เงินเดือนเหลือ 11,000 / เดือน จะพอกินพอใช้มั้ยย

2.เลือกคอนโดที่ตรงใจ
ขั้นตอนแรกไม่ยาก แต่ไม่แนะนำให้ใจร้อน ค่อยๆ ดู เช็คลิสต์ออนไลน์ก่อน ดูรีวิวเยอะๆ แล้วลิสต์มาก่อนค่ะว่าเราชอบคอนโดแบบไหน ส่วนกลางเป็นยังไง เพราะเดี๋ยวนี้มีคอนโดให้เลือกเยอะมาก ถ้าคิดว่าเราไม่ได้ใช้ส่วนกลางเยอะ ก็ลองหาคอนโดที่ไม่เน้น Facility ภายในโครงการก็ได้ค่ะ ค่าส่วนกลางก็จะได้ถูกลง หรือทำเลไหนน่าสนใจ อันนี้เคาะไว้ให้ชัวก่อนเลย + ทำเลที่ต้องการใช้ชีวิตบลาๆ บางทีอาจจะเป็นทำเลใหม่ที่ไม่คุ้นเคย แนะนำว่าหาโครงการเปรียบเทียบด้วยนะ จะได้เลือกช้อยที่ดีที่สุด

3.ไปดูของจริง
ติดต่อโครงการไปดูของจริงก่อน เพื่อ Make Sure ถ้าเป็นกรณีคอนโดสร้างเสร็จแล้วก็ดีค่ะ เราจะได้เห็นตึกจริง ส่วนกลางจริง วิวจริง และห้องจริง แต่ถ้าเป็นคอนโดยังสร้างไม่เสร็จ ก็อาจจะมีโปรฯ ดีๆ ราคาถูกกว่า ซึ่งก็เป็นข้อได้เปรียบที่แตกต่างกันออกไป
พี่เซลล์ที่โครงการเค้าจะดูแลเราดีอยู่แล้ว อยากรู้อะไรให้ถามไปเลย จดทั้งความต้องการและคำถามของเราไปเผื่อเลยค่ะ พี่เซลล์เค้าจะมาถามว่าเราอยากได้ห้องไทป์ไหน ตำแหน่งไหน ชั้นไหน (เดี๋ยวเรื่องคำถามอุ้มจะมาลิสต์ให้อีกทีนะคะ)
ป.ล. ถ้าซื้อคอนโดพรีเซลล์ที่ยังสร้างไม่เสร็จอันนี้ต้องดูละเอียดนะ ทั้งเรื่องความน่าเชื่อถือของแบรนด์จะสร้างไหม สร้างตรงปกหรือเปล่า สเปคดีไหม สมมติเล็งแบรนด์ได้แล้วก็ลองศึกษาหารีวิวจากผู้อยู่อาศัยจริงของโครงการอื่นๆ มาเป็นอีกข้อในการตัดสินใจค่ะ

4.ถูกใจปุ้บก็จองปั้บได้เลย
เงินก้อนแรกจะออกจากกระเป๋าก็ตอนจองนี่แหละค่ะ เมื่อได้ห้อง - คอนโดที่ถูกใจแล้วก็ถึงเวลา F ราคาจองแต่ละโครงการจะไม่เท่ากัน แนะนำให้ถามพี่เซลล์ก่อนได้เลย แต่โดยส่วนใหญ่จะเริ่มต้นที่ 5,000 บาท (**แต่ถ้าโครงการมีโปรฯ ก็แล้วแต่โปรฯ นะ บางที่ก็จอง 0 บาทก็มี) แต่เงินจองก็ไม่สูญเปล่านะคะ จะไปรวมกับค่าห้องของเรา (เหมือนซื้อรถเลย) แต่ถ้าเราเปลี่ยนใจเค้าไม่คืนเงินจองนะ ดูสัญญาดี และตัดสินใจดีๆ
5.วางเงินดาวน์
หลังจากจองแล้วประมาณ 7 วัน (ขึ้นอยู่แต่ละโครงการ) ทางโครงการจะเรียกเข้าไปทำจะสัญญาจะซื้อขาย (มีค่าทำสัญญา) และวางเงินดาวน์เลย โดยจำนวนเงินจะอยู่ที่ประมาณ 10% ของราคาห้องที่เราซื้อ โดยเงินทำสัญญา เงินดาวน์ และเงินจอง จะรวมอยู่ในก้อน 10% นี้แหละค่ะ เช่น ราคาห้อง 1 ล้านบาท เงินจอง + ค่าทำสัญญา + เงินดาวน์ = 100,000 บาท แต่ถ้าหากโครงการยังสร้างไม่เสร็จ เราจะสามารถผ่อนดาวน์ได้เรื่อยๆ ตามระยะเวลาที่โครงการกำหนด แล้วแต่ระยะเวลาก่อสร้างของโครงการ เช่น ถ้าตึก 8 ชั้น ก็ไม่เกิน 12 เดือน ถ้าตึกสูงก็ประมาณ 20 เดือน++

6.รออย่างใจเย็น + เก็บเงินไว้แต่งคอนโดด้วย
ถ้าเราไปจองไว้ตอนโครงการใกล้เสร็จแล้ว ก็จะรอไม่นาน แต่ถ้าเราไปจองไว้ตั้งแต่วัน Pre - sale โดยส่วนใหญ่ก็รอไปประมาณ 2 - 3 ปีค่ะ ขึ้นอยู่กับแต่ละโครงการ ใหญ่หน่อย อลังการหน่อย ก็รอนานกว่านั่นเอง ระหว่างนี้เราก็จะผ่อนดาวน์ไปด้วย ส่วนนี้เราจะยังจ่ายให้กับโครงการนะคะ ยังไม่เกี่ยวกับธนาคาร ระหว่างรอก็หยอดกระปุกเก็บเงินแต่งห้อง หา Ref. เลยว่าจะแต่งห้องแบบไหน เช็คราคา เก็บเงินให้พร้อม
7.เลือกธนาคารที่จะกู้
พอโครงการใกล้จะแล้วเสร็จ ก็จะเรียกเราไปรับโอนฯ ตอนนี้เราก็เตรียมพร้อมสำหรับการกู้ธนาคาร ในส่วนนี้โครงการจะประสานเราและติดต่อธนาคารที่มีดีลพิเศษกับโครงการให้ เค้าจะโทรมาให้เราเช็คและเตรียมเอกสารสำหรับยื่นกู้ โครงการก็จะมีลิสต์แต่ละธนาคารพร้อมดอกเบี้ยและโปรโมชั่นในขณะนั้น มาให้เราเลือก (หรือถ้ามีธนาคารในใจแล้วก็แจ้งได้เลย) พี่เซลล์จะติดต่อกับทางธนาคารให้เบื้องต้น หลังจากนั้นเราก็ดำเนินเรื่องเองได้เลย

8.กู้ผ่านแล้ว ก็ต้องตรวจห้องก่อนโอน
ขั้นตอนนี้สำคัญมากกกกก พกผู้มีความรู้ไปตรวจห้องด้วยเลย หรือทางที่ดีจ้างผู้เชี่ยวชาญไปเลยค่ะ เพราะเมื่อโอนมาเป็นชื่อเราแล้ว เราจะขอให้ทางโครงการแก้ไขอะไรเพิ่มเติมนั้นเป็นเรื่องยากมาก
9.ค่าใช้จ่ายวันโอนมีอะไรบ้าง
- ค่าประกันมิเตอร์ไฟฟ้า
- เงินกองทุน คิดเป็นตารางเมตร (จ่ายครั้งเดียว)
- ค่าส่วนกลาง คิดเป็นตารางเมตรตามขนาดห้อง เก็บปีละครั้ง
- ค่าส่วนกลางสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามมติที่ประชุมเจ้าของร่วม
- ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด
- ค่าเบี้ยประกันภัยอาคารชุด (ของโครงการ ไม่เกี่ยวกับธนาคาร)
- ค่ารักษามาตรวัดน้ำประปา (เก็บล่วงหน้า 1 ปี)
- เงินประกันการใช้น้ำประปา (จ่ายครั้งเดียว)
- ค่าจดจำนอง 1% ของวงเงินสินเชื่อ
- ค่าธรรมเนียมการโอน 1% ของราคาประเมิน

เพียงเท่านี้เราก็จะได้ห้องเป็นของตัวเอง เข้าอยู่ได้แบบสบายใจ สำหรับการซื้อครั้งแรกอาจจะสับสนนิดหน่อย อ่านแล้วก็อาจจะรู้สึกว่ายากจัง แต่อยากให้ใจเย็นๆ สุดท้ายแล้วพี่เซลล์จะคอยให้คำแนะนำ เราก็เลือกปรึกษาเค้าได้เลย ดูแลจนได้ห้องแน่นอน อุ้มเชื่อว่าครั้งแรกยากเสมอ แต่ไม่มีอะไรยากเกินกว่าที่ทุกคนจะทำได้ค่าาา