นายบุญจิตร โล่ห์วงศ์วัฒน ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการก่อสร้าง การเคหะแห่งชาติ เปิดเผยว่า การเคหะแห่งชาติมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาที่อยู่อาศัยโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและสังคม จึงร่วมกับศูนย์วิจัยนวัตกรรมเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้าง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศึกษาวิจัยบ้านประหยัดพลังงานต้นทุนต่ำ เพื่อการอยู่อาศัยในภาวะโลกร้อน เพื่อศึกษาและประเมินผลแบบลักษณะบ้านพักอาศัย 2 ชั้น ให้มีความสอดคล้องกับสภาพความเป็นอยู่ในประเทศไทย ด้วยการศึกษาวัสดุที่เหมาะสมที่นำมาใช้ร่วมในการก่อสร้างและวัสดุทางเลือกที่ประหยัดพลังงาน เป็นการพึ่งพาธรรมชาติให้อยู่อาศัยได้ในสภาวะน่าสบายโดยไม่ใช้เครื่องปรับอากาศ และผลจากการวิจัยนำมาซึ่งการก่อสร้างบ้านต้นแบบประหยัดพลังงาน 2 ชั้น บนพื้นที่สำนักงานใหญ่ การเคหะแห่งชาติ ตัวบ้านมีลักษณะเป็นอาคาร 2 ชั้น ใต้ถุนโล่งสูง 2.80 เมตร เนื่องจากคำนึงถึงการอยู่อาศัยในยามเกิดอุทกภัย ชั้นบนของอาคารแบ่งเป็น ห้องนอน 2 ห้อง ห้องพักผ่อนหรือห้องทำงาน ห้องครัวและห้องน้ำ รวมพื้นที่ใช้สอยประมาณ 120 ตารางเมตร
นายวีรยุทธณ์ พิทักษ์ธนางกูร ผู้อำนวยการกองวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการก่อสร้าง การเคหะแห่งชาติ ในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการ กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันบ้านต้นแบบประหยัดพลังงาน 2 ชั้น ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ 100 เปอร์เซ็นต์ ด้วยกระบวนการก่อสร้างที่คำนึงถึง 3 ปัจจัยหลัก ประกอบด้วย ปัจจัยด้านกายภาพ อาทิ การวางผังบ้าน และการเลือกใช้วัสดุ ปัจจัยด้านเศรษฐศาสตร์ คำนึงถึงความคุ้มทุนและการเลือกใช้ที่ดินให้เหมาะสมกับรูปแบบบ้าน และปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมคำนึงถึงการจัดการขยะและสิ่งปฏิกูลอย่างถูกวิธี ทั้งนี้ บ้านต้นแบบประหยัดพลังงาน 2 ชั้น มีจุดเด่นทางด้านเทคนิคการทำความเย็น โดยวิธีธรรมชาติ 3 ประการ ได้แก่ มวลสาร จะใช้มวลสารเบา เช่น ยิปซั่มบอร์ด ผนังโครงเคร่าที่มี
คุณสมบัติพิเศษในการระบายความร้อนกับห้องนอน เพื่อถ่ายเทความร้อนและ ดูดความเย็นเข้าห้องในเวลากลางคืน และใช้วัสดุมวลสารหนัก เช่น คอนกรีตเสริมเหล็กกับห้องที่ใช้ประโยชน์ในเวลากลางวัน ได้แก่ ห้องทำงาน ห้องนั่งเล่น เพื่อกันความร้อนที่จะเข้ามาในห้อง ผู้อยู่อาศัยจึง
สามารถดำเนินกิจกรรมต่างๆ ได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องปรับอากาศ ลมธรรมชาติด้วยการสร้างหลังคา 2 ชั้น เพื่อให้ลมไหลผ่านได้มาก และมีช่องเปิดเพื่อรับลมตามจุดต่างๆ ให้เหมาะสม เช่น ห้องทำงานจะมีช่องเปิดน้อยสุด เพราะอากาศด้านนอกจะร้อนกว่าด้านใน ส่วนห้องนอนจะมีช่องเปิดมากกว่าเพื่อให้ลมพัดผ่านได้มาก และระบบการระเหยของน้ำ ทำการติดตั้งปั๊มน้ำไว้บนหลังคา ปล่อยน้ำให้ไหลลงมาตามโซ่ที่ได้ติดตั้งไว้ ทำให้เกิดไอความชื้นหรือไอน้ำ ช่วยให้อากาศบริเวณบ้านเย็นขึ้นเพื่อรักษาอุณหภูมิภายในบ้านที่เหมาะสมให้อยู่ในระดับประมาณ 27 องศาเซลเซียส
ภายหลังการก่อสร้างแล้วเสร็จได้มีผู้สนใจขอแบบไปก่อสร้างแล้วมากกว่า 100 ราย รวมถึงได้เข้ามาศึกษาดูงานในพื้นที่จริง อาทิ นักศึกษาปริญญาตรี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นักศึกษาปริญญาโท คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นต้น และต่อจากนี้การเคหะแห่งชาติจะดำเนินการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมด้านการอยู่อาศัยเพื่อหาผลลัพธ์ว่า สามารถอยู่ได้แบบสุขสบายอย่างแท้จริงหรือไม่ ควบคู่กับการศึกษาวิจัยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าให้เป็นศูนย์ (Net Zero Energy) ด้วยการติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์บนหลังคาเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าทดแทนใช้ภายในบ้าน โดยจะเริ่มดำเนินการวิจัยเร็วๆ นี้
ส่วนแผนการดำเนินงานในปี 2556 การเคหะแห่งชาติเตรียมจะดำเนินการศึกษาวิจัยการใช้ประโยชน์จากการติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Roof) ในโครงการของการเคหะแห่งชาติทั่วประเทศครอบคลุม 5 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ รวมถึงกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อศึกษาหาพื้นที่ที่สามารถผลิตพลังงานทดแทนได้สูงและสร้างประโยชน์อย่างคุ้มค่าทั้งในด้านประสิทธิภาพและประสิทธิผล ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงพลังงานที่สนับสนุนการติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์บนหลังคามากกว่าการดำเนินการในลักษณะ Solar Farm โดยทั้งสองหน่วยงานจะศึกษาแนวทางการร่วมมือระหว่างกันต่อไป
การเคหะแห่งชาติ ขอเชิญชมรายการ"เรื่องน่ารู้กับการเคหะแห่งชาติ" ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 ทุกวันอาทิตย์ เวลา 15.50 น. โดยประมาณ
ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์