ในชั่วโมงการเลคเชอร์แสนคลาสสิกที่ถูกนำมากล่าวถึงซ้ำคือฉากจากภาพยนตร์เรื่อง “Indecent Proposal” ฉากประทับใจชาวสถาปนิกเริ่มต้นด้วยคำถามว่า “ในมือนี้คืออะไร?” บางคนบ้างก็ตอบว่าอิฐ บ้างก็ตอบว่าอาวุธ ที่สิ่งที่ตัวพระเอกของเรื่องคือ เดวิด เมอร์ฟี่ (รับบทโดยวู๊ดดี้ แฮเรนสัน) ต้องการจะบอกแก่เหล่านักศึกษาที่ฟังเลคเชอร์นั้นตาแป๋วคือจริงๆแล้ว “อิฐ ไม่ได้อยากเป็นแค่อิฐ” อิฐสามารถเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่มากกว่าตัวมันมากมาย อิฐก้อนนั้นถุกเล่าผ่านงานสถาปัตยกรรมชั้นครูอย่างพีระมิดสุดยอดสถาปัตยกรรมแห่งยุคอียิปต์จนถึง Salk institute ของ Louis I. Kahn
อิฐจึงเป็นธุลีสู่มหาวิหารโลก เป็นวัสดุที่ถูกใช้ในการสร้างสถาปัตยกรรมในหลายวัฒนธรรมของโลก มันได้พัฒนาตัวเองไปตามยุคสมัย สร้างส่วนผสมแตกต่างกันไปตามแต่ละท้องถิ่นโดยมีคุณสมบัติคือส่วนใหญ่ก่อรูปจากดินเหนียวในท้องนา ดินโคลนในลุ่มแม่น้ำ แล้วเพิ่มส่วนประสานเข้าไปจากวัสดุธรรมชาติในท้องถิ่นนั้นๆ เช่น ฟาง แกลบ เป็นต้น อิฐที่เกิดขึ้นมีทั้งอิฐแบบดินดิบ (adobe) แต่ที่นิยมในบ้านเราก็คืออิฐเผา ซึ่งให้ความแข็งแรง คงทนกว่าอิฐแบบดินดิบ ซึ่งกระบวนการเผาอิฐแบบดั้งเดิม มักก่อเกิดปัญหามลภาวะจากการเผาด้วยต้องใช้ความร้อนสูงจากการเผาในเตา เปลืองทั้งฟืน ทั้งเพิ่มความร้อน แม้กระนั้นก็ตาม อิฐก็ยังเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมอยู่ แบบที่ความต้องการใช้อิฐแทนที่จะลดลงไปตามเทคโนโลยีใหม่เข้ามาทดแทน แต่เราก็ยังสามารถพบอิฐได้ทั่วไป ในขณะที่ได้รับความนิยมสูง แต่ก็ต้องแลกมาด้วยคาร์บอนไดออกไซด์เช่นกัน
อิฐอีโค่ ที่มากกว่า 55% คือวัสดุรักษ์โลก และเป็นอิฐที่ไม่ผลิตคาร์บอนไดออกไซด์เลย
ส่วนผสมที่ประกอบเข้ากันเป็นอิฐอีโค่ ทั้งทราย ถ่าน ขี้เลื่อยไม้
แต่ในกระบวนการผลิตแบบใหม่ที่ School of Science แห่ง University of Greenwich ที่ได้เสนอถึงการศึกษาของการปล่อยรอยเท้าคาร์บอนซึ่งก็คือการวัดผลระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากกิจกรรมของมนุษย์ที่ส่งผลต่อภาวะโลกร้อน ซึ่งในทางเลือกนั้นได้เสนอถึงวัสดุอิฐแบบใหม่ หรือ ‘The Carbon Buster‘ ซึ่งเป็นอิฐแบบใหม่ เกิดจากส่วนผสมของวัสดุรีไซเคิลที่ล้วนเป็นวัสดุรักษ์โลกทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นคาร์บอน ทราย ขี้เลื่อย และน้ำ ซึ่งอิฐอีโค่นี้นำเสนอถึงการลดการสร้างคาร์บอนไดออกไซด์ในกระบวนการผลิตวัสดุ และวัสดุที่เลือกใช้มาแทนดินก็มีน้ำหนักเบาสามารถลดภาระของโครงสร้างลงด้วยเช่นกัน ซึ่งสอดคล้องไปกับของการผลิตอิฐอีโค่นี้ที่ต้องการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ลดผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของผู้คนในสังคม โดยหากเทียบกับอิฐแบบทั่วไปที่ผลิตคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา 220 กิโลกรัมต่อตัน แต่อิฐอีโค่นี้ผลิตคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาต่ำถึง -14 หรือเรียกได้ว่า 0% ทั้งนี้ยังได้รับการการันตีจาก BRE Green ถึงการผลิตมลภาวะน้อยของวัสดุนี้
ปัจจุบันอิฐอีโค่นี้ยังไม่ได้นำมาจำหน่ายในบ้านเรา แต่จัดจำหน่ายในสหราชอาณาจักร แม้ว่ากระบวนการผลิตจะน่าสนใจ ที่นำเสนอถึงการลดภาวะโลกร้อน แต่เมื่อนำมาใช้กับบ้านเรานั่นเป็นสิ่งที่เราต้องขบคิดหาวิธีปรับใช้ให้เหมาะสมเช่นกัน แม้ว่าในปัจจุบันวัสดุยังเป็นจุดเริ่มต้นที่ยังไม่นิยมใช้มากนัก แต่ได้เริ่มต้นการรักโลกไปแล้วอย่างงาน Cumbria Archives, Chapel of Love เป็นต้น
ขอขอบคุณแหล่งที่มาของข้อมูลและภาพจาก:
http://www.lignacite.co.uk/products/carbon-buster-old/carbon-buster-detail