ต้นแบบ “บ้านสะเทินน้ำสะเทินบก” ที่แรกในไทย

โดยการเคหะแห่งชาติ จากสถานการณ์ที่โลกเปลี่ยนแปลงทำให้เกิดภัยพิบัติมากขึ้นรุนแรงขึ้น ส่งผลเสียหายและสร้างความเดือดร้อนมากมายให้กับประชาชน ซึ่งบ้านเราก็เคยผ่านอุทกภัยครั้งรุนแรงมาแล้วเมื่อปลายปี 2554 จึงเป็นที่มาของโครงการ “บ้านสะเทินน้ำสะเทินบก” โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาการก่อสร้าง การเคหะแห่งชาติ ร่วมมือกับบริษัท Site-Specific วิจัยและพัฒนาบ้านที่สามารถอยู่อาศัยได้ทั้งยามสถานการณ์ปกติและท่ามกลางภาวะน้ำท่วม เพื่อเป็นต้นแบบในประยุกต์หรือพัฒนาเพื่อการใช้สอยจริงต่อไป

ก่อสร้างระบบกึ่งสำเร็จรูป

ต้นแบบบ้านสะเทินน้ำสะเทินบกหลังนี้ก่อสร้างด้วยระบบกึ่งสำเร็จรูป โดยแบ่งการก่อสร้างออกเป็น 2 ส่วนคือก่อสร้างบนพื้นที่จริง ได้แก่ งานตีผัง งานโครงสร้างใต้ดิน งานตอกเสาเข็ม งานขุดดินเพื่อทำฐานรากของบ่อ ฐานรากรับเสาบ้าน งานกำแพงกันดิน ควบคู่ไปกับการก่อสร้างในโรงงาน (Prefab) ได้แก่ งานผลิตชิ้นส่วนอาคาร ผนัง ประตู หน้าต่าง แล้วจึงเคลื่อนย้ายมาประกอบติดตั้งในพื้นที่ก่อสร้าง

ลักษณะการก่อสร้างคล้ายระบบกึ่งสำเร็จรูปทั่วไป แต่จะต่างกันตรงที่ตัวบ้านที่วางอยู่บนเสาเข็มไม่ได้เชื่อมติดกันเท่านั้นเอง

ส่วนเบื้องหลังของการลอยตัวเมื่อเกิดน้ำท่วมก็คือทุ่นที่ทำจากกล่องเหล็กขนาดใหญ่อัดโฟมข้างใน ยึดติดกับฐานบ้านที่วางบนเสาและเสาประคอง ซึ่งใช้เหล็กรูปตัว H พร้อมระบบลูกรอกคอนโทรลเสาไว้ เมื่อเกิดอุทกภัยหรือน้ำหลากมา น้ำก็จะดันทุ่นที่ยึดติดกับฐานบ้านให้ลอยขึ้นมาจากเสาบ้าน โดยมีเสาประคองทำหน้าที่ล็อคให้อยู่ในตำแหน่งเดิมและไม่เกิดอาการโคลงเคลง และปลอดภัยสำหรับการอยู่อาศัยบนบ้านที่พื้นล่างเต็มไปด้วยน้ำ เนื่องจากมีเสาบ้านและเสาประคอง 8 ต้นเป็นเหล็กทั้งหมด โดยตัวบ้านสามารถลอยอยู่บนน้ำได้อย่างปลอดภัยที่ระดับความลึกสูงสุดประมาณ 5 เมตร

(* ในการสร้างบ้านต้นแบบต้องขุดบ่อลึกประมาณ 2 เมตร เพื่อทดสอบการลอยตัวของบ้าน แต่หากก่อสร้างจริงไม่ต้องขุดบ่ออย่างบ้านต้นแบบ สามารถสร้างคล้ายบ้านทั่วไปได้เลย)

เสริมด้วยระบบประหยัดพลังงาน

นอกจากบ้านที่สามารถอยู่อาศัยได้ทั้งในยามปกติและยามน้ำท่วม แล้วบ้านต้นแบบหลังนี้ยังออกแบบโดยคำนึงถึงการประหยัดพลังงาน เช่น ใช้แผงโซลาร์เซลล์รับพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า รวมถึงการออกแบบให้สอดคล้องกับสถานการณ์ยามเกิดอุทกภัย และยังคงเอกลักษณ์ความเป็นไทย เช่น มีชานบ้าน ออกแบบครัวให้เปิดโล่ง เปิดช่องตรงกลางชั้น 2 ของบ้านให้โล่ง เพื่อให้ลมสามารถผ่านได้สะดวกยามเกิดลมพายุป้องกันการโคลงเคลงของตัวบ้าน

รวมทั้งได้ติดตั้งระแนงไม้ไว้หลายจุดรอบตัวบ้านเพื่อกรองแสงแดด และสิ่งสำคัญคือถังสำรองน้ำซึ่งจุได้ราว 1,000 ลิตร และติดตั้งถังบำบัดน้ำเสีย โดยหากเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมจริงก็ยังสามารถอยู่อาศัยได้อย่างน้อย 3-5 วัน

เตรียมเผยแพร่งานวิจัยสิ้นปี

หลังจากใช้เวลาประมาณ 1 ปีในการพัฒนากระทั่งก่อสร้างบ้านต้นแบบจนเสร็จ ปัจจุบันงานวิจัยชิ้นนี้ถือว่าสมบูรณ์เกือบ 100% แล้ว และพร้อมเผยแผร่สู่สาธารณะ ซึ่งจะเริ่มจากหน่วยงานราชการต่างๆ รวมถึงสถาบันการศึกษาก่อน ส่วนเอกชนรายใดสนใจก็สามารถติดต่อได้ หรือในอนาคตหากโครงการเป็นที่สนใจของประชาชนทั่วไปโดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม ก็เป็นไปได้ว่าอาจมีการพัฒนาจริงในโครงการบ้านเอื้ออาทรก็เป็นได้

โดยบ้านต้นแบบหลังนี้ก่อสร้างอยู่ภายในโครงการบ้านเอื้ออาทรอยุธยา (โรจนะ) เป็นบ้านขนาด 50 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 130 ตารางเมตร ราคาค่าก่อสร้าง (ไม่รวมโครงสร้างใต้ดิน 500,000-600,000 บาท) ประมาณ 1.5-1.7 ล้านบาท

ที่มา : เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์วีรยุทธณ์ พิทักษ์ธนางกูร ผู้อำนวยการ กองวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการก่อสร้าง ศูนย์วิจัยและพัฒนาการก่อสร้าง การเคหะแห่งชาติ

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

ขั้นตอนที่ 1 จาก 2

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ประเภทอสังหาฯ *
ช่วงราคา (บาท)

-

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา

ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ช่วงราคา (บาท)

-

ข้อมูลการติดต่อกลับ?

เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย

ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์ *

บทความแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง