“Innovation” ฉบับก่อนกล่าวถึงระบบก่อสร้างคอนโดมิเนียมที่นิยมใช้กันในปัจจุบัน ข้อดีข้อเด่นของแต่ละระบบ และการประเมินคุณภาพคอนโดฯจากปัจจัยด้านการก่อสร้าง,ฉบับนี้เป็นภาคต่อเนื่องของการพูดคุยกับ วิโรจน์ เจริญตรา กรรมการผู้จัดการ บมจ.พรีบิลท์ บริษัทรับเหมาก่อสร้างชื่อดัง ว่าถึงเรื่องวิธีการทำงาน กระบวนการ และนวัตกรรมการก่อสร้างคอนโดฯ ที่ทำ “พรีบิลท์” ขึ้นแท่นเป็นผู้รับเหมาที่บริษัทอสังหาฯ แบรนด์ดังรอคิวใช้บริการเนืองแน่นนานเป็นปีๆ
ระบบงาน และ Solution
โดยทั่วไปงานก่อสร้างประกอบด้วย 3 ขั้นตอนหลักๆ เริ่มต้นด้วยเรื่องของ “แบบ” ได้แก่ การรับแบบ ตรวจเช็คแบบ เคลียร์แบบกับผู้ออกแบบ ทั้งแบบสถาปัตย์ฯ โครงสร้างและงานระบบ เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของงานที่สามารถชี้ชะตาความสำเร็จหรือไม่สำเร็จได้
ถัดไปก็เป็นเรื่องของ “Owner” หรือเจ้าของ โดยผู้รับเหมาต้องเข้าใจหรือรู้ความต้องการของเจ้าของ เช่น มาตรฐานของเจ้าของสูงขนาดไหน, ราคาขายห้องชุดเป็นอย่างไร, มาตรฐานที่ลูกค้าคาดหวังเป็นอย่างเรา เราต้องทำให้ได้มากกว่าที่ลูกค้าคาดหวัง
“หากเปรียบเทียบระหว่างงานราคาสูงกับงานราคาต่ำ งานราคาต่ำจะทำ ยากกว่า เพราะเราต้องใช้ฝีมือแรงงานมาก เพื่อให้ได้งานที่ดี เรียกว่าวัสดุแย่ แต่ต้องทำให้ดี...ประมาณนั้น”
ขั้นตอนหลังเคลียร์แบบ ทำความเข้าใจกับเจ้าของแล้ว จากนั้นก็จะ “วางแผนการทำงาน” ด้วยการเริ่มต้นด้วยงานที่มีผลต่อระยะเวลา หรือที่เรียกว่า “งานสายวิกฤติ” เช่น ฐานราก ต้องรีบทำ เพราะถ้าไม่ทำ งานโครงสร้างอื่นก็ทำต่อไม่ได้ ขณะที่งานถนนไม่ต้องรีบ เป็นต้น
ข้อได้เปรียบอย่างหนึ่งของพรีบิลท์ คือ สามารถก่อสร้างให้ทุกระบบ เรียกว่าสามารถหา Solution ให้กับเจ้าของโครงการได้หมด ไม่ว่าจะเป็นระบบพื้นเสา(Flat Slap) พรีคาสท์(Precast),Tunnel หรือ Post-Tension อยู่ที่ความต้องการและความเหมาะสมของแต่ละไซส์งาน เช่น ถ้าเป็นระบบพรีคาสท์ อาจเหมาะสมแค่ตึกโลว์ไรส์ เพราะถ้าสูงกว่านั้นคนส่วนใหญ่ยังกังวล หรือกรณีไซส์งานมีพื้นที่น้อย อาจต้องใช้พรีคาสท์จากโรงงาน แทนที่จะหล่อที่ไซส์ เป็นต้น
นวัตกรรม “Texca Wall” “Mesh Sheet”
ผนัง “Texca Wall” เป็นผนังภายในประเภทหนึ่งที่พรีบิลท์เลือกใช้ ลักษณะเป็นผนังสำเร็จรูปหล่อจากโรงงาน เป็นการผสมระหว่างเซรามิกกับซีเมนต์ มีรูตรงกลาง สามารถร้อยท่อหรือสายไฟได้เลย ติดตั้งโดยการยึดด้วยเหล็กและเชื่อมด้วยปูนกาว ในแง่คุณสมบัติ ถือเป็นคอนกรีตมวลเบา แข็งแรงกว่าเมื่อเทียบกับคอนกรีตมวลเบา แต่ดูดซึมน้ำต่ำกว่า น้ำหนักมากกว่าคอนกรีตมวลเบา แต่เบากว่าแผ่นพรีคาสท์
ในประเทศไทยเริ่มมีการใช้ผลิตภัณฑ์ชนิดนี้มา 2-3 ปีแล้ว ส่วนหนึ่งเป็นการแก้ปัญหาอิฐมวลเบาขาดตลาด และมีราคาสูง
อีกนวัตกรรมหนึ่งที่อาจถือว่าพรีบิลท์เป็นรุ่นบุกเบิกในการนำมาใช้ คือ ผ้าใบกันฝุ่น “Mesh Sheet” ซึ่งถือเป็นระบบเซฟตี้มาตรฐานสูง แทนการใช้ตาข่ายสีเขียวที่เห็นกันอยู่ตามตึกและไซส์งานก่อสร้างทั่วไป โดยเส้นใยของตาข่ายผลิตจากเนื้อโพลีเอสเตอร์ มีความแข็งแรงและไม่ลามไฟ สามารถป้องกันฝุ่นผงจากการก่อสร้าง และสามารถรับน้ำหนักสิ่งของวัสดุที่ร่วงหล่นได้ระดับหนึ่ง ราคาค่อนข้างสูง แต่สามารถใช้ซ้ำได้
“ระบบโบกี้” เคล็ดลับ ส่งมอบงานตามกำหนด
นอกจากนวัตกรรมที่ช่วยให้งานเสร็จไว ปลอดภัย มาตรฐานสูง ยังมีการบริหารจัดการแนวใหม่ที่ช่วยร่นระยะเวลาก่อสร้างได้เร็วขึ้น นั่นคือ “ระบบโบกี้”
ระบบโบกี้ ลักษณะการทำงานจะคล้ายๆ กับระบบสายพาน วิธีการคือ แบ่งคนงานเป็นทีม แต่ละ จะรับผิดชอบเฉพาะงานในหน้าที่ของตน และมีการกำหนดเวลาทำงานของแต่ละทีม เช่น ทีมก่อผนังมีหน้าที่ก่อผนังอย่างเดียว กำหนดทำงาน 7 วัน/ชั้น เมื่อครบ 7 วันทีมผนังออกไปทำชั้นอื่น ทีมอื่นก็เข้ามาทำงานต่ออาจเป็นทีมกระเบื้อง ปูกระเบื้อง 7 วันให้ได้ 1 ชั้น เมื่อเสร็จก็จะมีทีมอื่นมาทำงานอื่นต่อ เคลื่อนอย่างนี้ไปเรื่อยๆ เหมือนโบกี้รถไฟ ถ้าใครในทีมใดที่ทำงานของตัวเองไม่เสร็จในกำหนดก็ต้องหาเวลามาเก็บงานที่ค้างภายหลัง แบบนี้จะไม่มีการเสียเวลารอ งานไม่สะดุด ที่สำคัญ ในทางปฏิบัติยังได้กำหนดเวลาทำงานของแต่ละทีมให้สั้นกว่าหรือเร็วกว่าแผนงานจริง เผื่อไว้ในกรณีเกิด error ก็ยังมีเวลาเพียงพอในการแก้ปัญหา
ระบบนี้เพิ่งเริ่มนำมาใช้เมื่อปีที่แล้ว ทุกงานของพรีบิลท์ตอนนี้สามารถส่งมอบให้กับเจ้าของได้ทันตามกำหนดทุกงาน และบางงานเสร็จเร็วกว่าสัญญาด้วยซ้ำ
เตรียมพัฒนาระบบห้องน้ำสำเร็จรูป
ยังมีอีกหลายนวัตกรรมที่อยู่ในแผนที่เตรียมจะทำ เช่น ระบบห้องน้ำสำเร็จรูป เพราะปกติงาน ห้องน้ำ แต่เป็นงานที่จุกจิกเพราะมีรายละเอียดมาก แม้จะเป็นงานพื้นที่ก่อสร้างเล็กๆ ไม่กี่ตารางเมตร แต่จำเป็นต้องใช้คนมาก ใช้แรงงานปลายประเภทและสิ้นเปลืองเวลามาก ดังนั้น ในอนาคตอันใกล้ห้องน้ำถูกพัฒนาเป็นห้องน้ำแบบสำเร็จรูปมาจากโรงงาน เพียงนำมาติดตั้งเท่านั้น เป็นการต่อยอดเทคโนโลยีจากประเทศญี่ปุ่น ที่คาดว่าจะช่วยลดระยะเวลาการก่อสร้างได้มากทีเดียว
รวมถึงการปรับเปลี่ยนระบบ Formwork (แม่แบบ) จากเหล็กเป็นFormworkอลูมิเนียม เนื่องจากแบบอลูมิเนียมถือเป็นFormworkที่ดีที่สุด น้ำหนักเบา ก่อสร้างได้เร็ว(ที่สุด) แต่ราคาก็สูงมากเช่นกัน ปัจจุบันมีใช้กันแพร่หลายในเกาหลีใต้
เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการทำงานรับเหมาของพรีบิลท์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริษัทขนาดกลางๆ จากจุดเริ่มต้นด้วยบิลลิ่งไม่กี่พันล้าน ตอนนี้มี Backlog งานก่อสร้างขึ้นหลักหมื่นล้านบาทไปแล้ว
โปรย
“Owner มาหาเรา หลายรายถึงจะต้องรอก็ยอม อาจเป็นเพราะเรามี Solution ให้เค้า สามารถทำได้ทุกระบบ คุณภาพเหมือนกันหมด เนื่องจากวัสดุส่วนใหญ่ผลิตเองจากโรงงานของเราเอง นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญมากเรื่องการบริหารจัดการ เพราะถือเป็นหัวใจของงานรับเหมาก่อสร้าง ”
นิตยสาร HOMEBUYERS'GUIDE ฉบับที่ 255 เดือนมีนาคม 2557
บรรยายภาพ
1.โครงการ The room วงศ์เวียนใหญ่ คอนโดฯสูง 28 ชั้น + ใต้ดิน จำนวน 201 ยูนิต มีกำหนดแล้วเสร็จวันที่ 15 ตุลาคม 2557
บทสัมภาษณ์โดย
คุณวิโรจน์ เจริญตรา กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรีบิลท์ จำกัด (มหาชน)