6 อาชญากรรมการเงินบนโลกไซเบอร์และวิธีป้องกัน


ยุคสมัยนี้เทคโนโลยีก้าวล้ำขึ้นทุกวัน และไม่มีแนวโน้มว่าจะหยุดโตง่ายๆ ซะด้วย ซึ่งนี่เป็นช่องโหว่ ที่ทำให้เกิดอาชญากรรมการเงินรูปแบบใหม่ๆ ที่สร้างความเสียหายอย่างหนักต่อประชาชน และระบบเศรษฐกิจ อาชญากรรมเหล่านี้จะผ่านมาทางการสื่อสารยุคใหม่ ใกล้ตัวมากๆ ทั้งจากสมาร์ทโฟน และ อินเตอร์เน็ต ยิ่งตอนนี้เศรษฐกิจไม่ดีเหตุการณ์แบบนี้ก็ยิ่งมีมากขึ้นเรื่อยๆ

1.call center หลอกให้โอนเงิน  วิธีนี้เจอกันบ่อยๆ คุณเองก็อาจจะเคยโดน  โดยมิจฉาชีพจะใช้วิธีสุ่มเบอร์เพื่อโทรศัพท์ไปหาเหยื่อ แล้วแจ้งข้าวร้ายแบบหลอกๆให้ตกใจ อ้างว่าบัญชีเงินฝากถูกอาญัติ บัญชีพัวพันยาเสพติดหรือฟอกเงิน อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรว่าเหยื่อได้รับภาษาคืน อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่จากสถาบันการเงินแล้วหลอกว่าทำข้อมูลลูกค้าหาย อ้างว่าโอนเงินเข้าบัญชีผิด หรือแม้กระทั่งหลอกว่ามาจาก บริการต่างๆ ให้เข้าชำระโดยทันที   จากนั้นพวกเขาจะหลอกให้คุณโอนผ่านตู้ ATM ในที่สุด  

2. โจรกรรมในบัญชีผ่านระบบ Mobile Banking หรือ Internet Banking   เป็นการขโมยข้อมูลจากการทำธุรกรรมทางการเงินของเราด้วยวิธีต่างๆ และสวมรอยเป็นเจ้าของบัญชี โอนเงินออกจากบัญชีของเหยื่อ เช่น มีข้อความจากสถาบันทางการเงิน ส่งลิ้งค์มาในข้อความเพื่อให้คุณ ดาวน์โหลด Apps Banking ใหม่ ต้องเปลี่ยนหรือ Update รหัสผ่าน อีเมลล์ อย่ากดเด็ดขาด เพราะมิจฉาชีพจะเอาบัญชี รหัสผ่านของคุณไปโอนเงินออกจนหมดสิ้น ทางที่ดีต้องตรวจสอบ Apps ให้ดีก่อน ไม่งั้นเงินหมดบัญชีแน่นอน และตามเงินคืนมายากมากๆ  

3.สร้างตัวตนปลอมใน Facebook และ IG  ส่วนใหญ่สวมรอยเป็นเจ้าของเครื่อง เจ้าของบัญชี หลวกลวงเพื่อนฝูงหรือญาติให้โอนเงิน หรือสร้างตัวตนปลอม ที่มีโปรไฟล์ดีๆ ใน Apps หาเพื่อน หาคู่  หลอกผู้หญิงในเชิงชู้สาวหลอกให้โอนเงิน

4.เปิดเว็บไซต์ / โซเชียลมีเดียหลอกขายหรือระดมทุน  วิธียอดฮิตติดชาร์จ โดนกันทั่วบ้านทั่วเมือง ส่วนใหญ่จะเห็นกันในรูปแบบร้านค้าออนไลน์ ซื้อของออนไลน์ ขายสินค้า กระเป๋า นาฬิกาแบรนด์เนม pre-order  หรือชักชวนประชาชนหรือผู้ติดตามให้นำเงินมาฝากลงทุน โดยเสนอผลตอบแทนสูงลิ่ว 10-15 % การันตีไม่ต้องรับความเสี่ยงใดๆ โดยอ้างอิงบุคคลที่มีชื่อเสียงต่างๆ  วิธีนี้เกิดง่ายมาก และใกล้ตัวมากๆ เพราะเรามักจะชอบซื้อของราคาถูกๆ อะไรที่คุ้ม สุดท้ายเสียเงินฟรี

5.E-mail Scam หรือ อีเมล์ตุ้มตุ๋น  มักจะเกิดกับผู้ที่ค้าขายระหว้างประเทศ โดยมิจฉาชีพจะเข้าไปแฮ็คอีเมล์ของบริษัทและเปลี่ยนแปลงหมายเลขบัญชีธนาคาร หรือแจ้งให้ลูกค้าติดต่อผ่านอีเมลล์ใหม่

6.ขโมยหรือปลอมแปลงบัตรเครดิต และATM   โดยคัดลอกข้อมูลจากแถบแม่เหล็กของบัตรด้วยเครื่องสกิมเมอร์ จากนั้นจะทำบัตรปลอมนำเพื่อไปถอนเงิน หรือใช้วงเงินสินเชื่อของเหยื่อที่เป็นเจ้าของบัตร


วิธีป้องกันแก๊งค์ต้มตุ๋น

-ไม่หลงเชื่อคนไม่รู้จักที่ขอข้อมูลส่วนตัวหรือให้โอนเงินต้องเช็คข้อมูลจากหน่วยงานที่ถูกอ้างโดยตรง หรือศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศงค.) โทร.1213

- ห้ามจดรหัสบัตรผ่าน ATM ไว้คู่กับบัตร และเลี่ยงไม่ใช้บัตรกับตู้ที่อยู่ในที่เปลี่ยวหรือห่างไกลชุมชน

- หลีกเลี่ยงการใช้บัตรเครดิต /เดบิตในร้านค้าที่เสี่ยงจะถูกโจรกรรมและการทำรายการบนบัตร ควรจะอยู่ในสายตาตลอดเวลา

- ไม่ให้เอกสาร ข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลทางการเงินแก่บุคคลอื่นง่ายๆ เช่น User ID และ Password บัตรประชาชน ภาพถ่ายบัตรประชาชน หรือข้อมูลบนบัตรประชาชน

-ระวังการใช้อีเมล์ถ้าอีเมล์ไหนไม่ได้ใช้นานๆ  ให้รีบปิดไปเสียดีกว่า

- ควรเปิดเผยข้อมูลใน Social เท่าที่จำเป็น หรือตั้งรหัสผ่านแบบยากๆ และเปลี่ยนรหัสผ่านอยู่เสมอ


อ่านบทความดีๆ เกี่ยวกับกฏหมายบ้าน,การกู้เงิน >> https://www.home.co.th/hometips





ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

ขั้นตอนที่ 1 จาก 2

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ประเภทอสังหาฯ *
ช่วงราคา (บาท)

-

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา

ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ช่วงราคา (บาท)

-

ข้อมูลการติดต่อกลับ?

เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย

ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์ *

บทความแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง