
ประเด็นร้อนสำหรับแวดวงลงทุนอสังหาริมทรัพย์เวลานี้ คือ ข่าวเจ้าหน้าที่เข้าตรวจ จับ หรือปรับ บรรดาผู้ประกอบการโรงแรมที่ไม่จดทะเบียน หากใครนำมาปล่อยเช่ารายวันเข้าข่ายเป็นโรงแรม ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการและนักลงทุนในส่วนที่นำอสังหาริมทรัพย์มาปล่อยเช่ารายวัน หรือให้เช่าไม่เกิน 30 วัน ที่กฎหมายถือว่าเข้าข่ายเป็นโรงแรม
ดังนั้นเพื่อเป็นการไข และเคลียร์ประเด็นข้อข้องใจที่ว่า อสังหาฯให้เช่ารายวัน แบบไหนจึงจะถูกต้อง และแบบไหนเข้าข่ายผิดกฎหมาย รวมถึงหากเกิดผิดขึ้นมา จะมีทางออกอย่างไรได้บ้าง ดังนี้
![อสังหาฯ ให้เช่ารายวัน…ทำแบบไหนจึงจะถูกต้อง ? อสังหาฯ ให้เช่ารายวัน…ทำแบบไหนจึงจะถูกต้อง ?]()
1. โรงแรมขนาดกลางและขนาดเล็กที่ไม่จดทะเบียน
เช่น บูติกโฮเต็ล (Boutique Hotel) รีสอร์ท (Resort) เกสต์เฮ้าส์ (Guest House) และโฮสเทล (Hostel) ฯลฯ
แม้ปัจจุบันภาครัฐจะพยายามช่วยบรรดาโรงแรมผิดกฎหมายเหล่านี้ ให้สามารถจดทะเบียนเข้าสู่ระบบง่ายขึ้น โดยแก้กฎหมายผังเมือง ผ่อนปรนให้อาคารโรงแรมถือเป็นที่อยู่อาศัยที่สามารถก่อสร้างได้ในที่ดินทุกประเภท รวมถึงผ่อนปรนหลักเกณฑ์ในการดัดแปลงเปลี่ยนการใช้อาคารประเภทอื่นมาประกอบธุรกิจโรงแรม ได้ภายใน 5 ปี โดยให้เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 19 สิงหาคม 2559
แต่กฎเกณฑ์การปรับปรุงอาคารเพื่อทำเป็นโรงแรมถูกต้องตามกฎหมาย ก็ยังคงมีเงื่อนไขและข้อกำหนดหลายอย่างที่ยากจะเป็นไปได้ในการปฏิบัติมาก เช่น ข้อกำหนดในเรื่องที่จอดรถ และตัวอาคาร ดังนั้นทางออก ทางเดียวที่เหลืออยู่ สำหรับโรงแรมผิดกฎหมายเหล่านี้ ก็คือต้องเปลี่ยนมาดำเนินการเป็นอพาร์ตเม้นต์เช่ารายเดือนแทน
2. อพาร์ตเม้นต์
ด้วยเหตุที่ลักษณะการประกอบการตามปกติเป็นการให้เช่าระยะยาว ที่มีระยะเวลาเกินกว่า 1 เดือนไม่เข้าข่ายเป็นโรงแรม จึงเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่จะไม่มีผลกระทบใดๆ ยกเว้นเพียงเฉพาะอพาร์ตเม้นต์ตามแหล่งท่องเที่ยว ที่เจ้าของนิยมนำห้องพักบางส่วนเอามาปล่อยเช่ารายวัน ในลักษณะของเซอร์วิสอพาร์ตเม้นต์กัน
ส่วนใหญ่มักเปิดให้บริการ 7-8 ห้องในรูปแบบของโรงแรม โดยการดำเนินการลักษณะนี้ ก้ำกึ่งอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายได้ หากต้องการจะให้ไม่ผิดกฎหมายใดๆ วิธีการก็คือให้ปรับลดจำนวนห้องพักปล่อยเช่ารายวันลงมาเหลือเพียง 4 ห้อง ทำให้ไม่เข้าข่ายเป็นโรงแรมตาม พ.ร.บ.โรงแรม (กฎกระทรวงกำหนดประเภทและหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจโรงแรม 2551)
![อสังหาฯ ให้เช่ารายวัน…ทำแบบไหนจึงจะถูกต้อง ? อสังหาฯ ให้เช่ารายวัน…ทำแบบไหนจึงจะถูกต้อง ?]()
3. คอนโดเปิดให้เช่ารายวัน
หากทำเป็นกิจลักษณะ ในรูป “คอนโดเทล (Condotel)” จำเป็นต้องจดทะเบียนเป็นโรงแรมสถานเดียว มิฉะนั้นจะถือว่ามีความผิด ยกเว้นเฉพาะกรณีทำไม่กี่ยูนิต และไม่โฉ่งฉ่าง ซึ่งการพิจารณาว่าจะผิดหรือถูก ผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมายในบ้านเราเคยวิเคราะห์ไว้ว่า ต้องพิจารณาตีความจากผู้ปล่อยเช่า ซึ่งแยกเป็น 2 กรณี คือ
- กรณีแรกเจ้าของหรือผู้พัฒนาโครงการ เป็นผู้นำคอนโดฯ มาปล่อยเช่ารายวันเอง รูปแบบนี้ ถือเป็นการนำอาคารชุดซึ่งไม่ได้จดทะเบียนโรงแรมออกมาให้เช่า เป็นโรงแรม ถือเป็นการจดทะเบียนผิดประเภท เข้าข่ายผิดกฎหมาย 2 ฉบับ คือ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 และ พ.ร.บ.โรงแรม 2547
- กรณีที่สอง เจ้าของห้องชุดผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ เป็นผู้นำห้องชุดออกมาปล่อยเช่ารายวัน ลักษณะนี้หากพิจารณาภายใต้กรอบกฎหมายไทยแล้ว ถ้าปล่อยเช่าไม่เกิน 4 ห้อง จะสามารถทำได้ เพราะไม่เข้าข่ายเป็นกิจการโรงแรม
ทั้งนี้ ในส่วนของนิติบุคคลจะไม่มีสิทธิที่ห้ามเจ้าของห้องเรื่องการปล่อยเช่าได้ มีสิทธิก็เฉพาะเพียงห้ามผู้อื่นเข้ามาใช้พื้นที่ส่วนกลาง และฟ้องร้องกรณีมีการทำทรัพย์สินเสียหาย และของเสียหาย หรือฟ้องร้องหากพบว่าเจ้าของห้องนำห้องชุดไปโฆษณาลักษณะเดียวกับโรงแรม ซึ่งถือเป็นการทำให้อาคารชุดเสียชื่อเสียง
หมายเหตุ
กฎกระทรวงกำหนดประเภทและหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจโรงแรม พ.ศ. ๒๕๕๑ ได้กำหนดสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรมและประเภทของโรงแรม ไว้ตามข้อ ๑ ดังนี้ ให้สถานที่พักที่มีจำนวนห้องพัก ในอาคารเดียวกันหรือหลายอาคารรวมกันไม่เกินสี่ห้องและมีจำนวนผู้พักรวมกันทั้งหมดไม่เกินยี่สิบคน ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อให้บริการที่พักชั่วคราวสำหรับคนเดินทางหรือบุคคลอื่นใดโดยมีค่าตอบแทน อันมีลักษณะเป็นการประกอบกิจการ เพื่อหารายได้เสริมและได้แจ้งให้นายทะเบียนทราบตามแบบที่รัฐมนตรีกำหนดไม่เป็นโรงแรมตาม (๓) ของบทนิยามคำว่า“โรงแรม” ในมาตรา ๔
![อสังหาฯ ให้เช่ารายวัน…ทำแบบไหนจึงจะถูกต้อง ? อสังหาฯ ให้เช่ารายวัน…ทำแบบไหนจึงจะถูกต้อง ?]()
การแบ่งปันที่พักอาศัยปล่อยเช่ารายวัน กับ Airbnb
มักเข้าใจกันว่าน่าจะมีปัญหาเหมือนกรณี Uber ที่นำรถยนต์ส่วนบุคคลมารับผู้โดยสาร แต่สำหรับอสังหาฯ แล้ว อาจผิดหรือไม่ผิดก็ได้ ต้องพิจารณาเป็นรายกรณีไป
เริ่มจากกรณีที่ไม่ผิดก่อน ก็คือในส่วนการนำบ้านและคอนโดฯ มาแบ่งปันให้เช่าไม่เกิน 4 ห้อง และรับผู้พักอาศัยไม่เกิน 20 ราย เนื่องจากจะไม่เข้าข่ายการดำเนินการในรูปโรงแรม เช่นเดียวกับโฮมสเตย์ ของชุมชนในท้องถิ่น ก็ไม่ถือเป็นโรงแรมเช่นเดียวกัน เพราะเป็นกิจกรรมภายใต้การดูแลของหน่วยงานปกครองท้องถิ่นและอำเภอควบคุม
สำหรับส่วนที่จะเข้าข่ายผิดกฎหมาย ก็คือในกรณีที่ อพาร์ตเม้นต์ หรือนำที่พักอาศัยที่มีจำนวนหลายๆ ยูนิต มาให้บริการแบ่งปันห้องพัก จะเข้าข่ายเป็นโรงแรม ถือว่าเป็นการดำเนินการที่ผิดกฎหมายอย่างชัดเจน
ติดตามข่าวสารอสังหาฯและข่าวดังในกระแส www.home.co.th/news
ติดตามข้อมูลโครงการและความเคลื่อนไหวด้านอสังหาฯ www.home.co.th และ www.facebook.com/Homebuyersfanpage
หรือชมวิดีโออื่นๆ คลิกที่นี่ www.home.co.th/vdo , www.youtube.com/tvhomebuyer