
ปัญหาที่เกิดกับผนังมีหลายประเด็นมาก ๆ แต่ส่วนใหญ่ที่พบมักเป็นปัญหาเรื่องความชื้นตั้งแต่ผนังบวม ผนังเป็นรา และผนังร่อน โดยสาเหตุของผนังบวมและชื้นนั้นมีหลายสาเหตุ บางครั้งบ้านที่ติดผนังด้วยวอลเปเปอร์จะไม่ทราบถึงปัญหานี้เลย กว่าจะรู้ตัวก็เมื่อรื้อหรือวอลเปเปอร์หลุดร่อนออกมาแล้ว แบบนี้ไม่ดีแน่ งั้นเรามา แก้ปัญหาความชื้นที่ผนัง ตั้งแต่ต้นเหตุกันดีกว่า แก้แล้วไม่ต้องตามมาปวดหัวทีหลังอีก จะมีเทคนิคอะไรบ้างตาม Home Buyers ไปดูกันเลย!
วิธีแก้ปัญหาความชื้นที่ผนัง
ส่วนใหญ่สาเหตุการเกิดปัญหาของความชื้นนั้นมาจาก 2 สาเหตุใหญ่ ๆ คือ น้ำรั่ว กับความชื้นกลั่นตัว หรือที่ช่างชอบเรียกว่าผนังเหงื่อออกนั่นเอง แต่ไม่ต้องกังวลไป มีวิธีแก้ไขแน่นอน
1. น้ำรั่ว
ต้นตอของการรั่วอาจมาจากรอยต่อผนังกับหลังคา หรือเพดานมีรู แก้ไขด้วยการซ่อมรอยต่อเหล่านี้ซะ และหากบ้านยังอยู่ในระยะประกันของผู้รับเหมา ( 1 ปี หลังจากส่งมอบงาน ) ให้รีบเรียกช่างมาซ่อมด่วนเลยค่ะ เพราะผนังส่วนนั้นโดนฝนสาดโดยตรงและความชื้นได้ซึมเข้าทางปูนฉาบที่ยังฉาบไม่ดี พบมากในอาคารที่มีการติดกระเบื้องประดับ กว่าจะรู้ก็กินเวลาเกิน 5 ปีแล้ว ยิ่งตอนเวลามีพายุก็ยิ่งค้างอยู่ภายใน จนสุดท้ายท่อแตกภายในผนังและปรากฎให้เห็นทันทีภายใน 3 วัน วิธีแก้คือต้องทุบอย่างเดียวเพื่อซ่อมท่อจึงจะหาย แต่หากเป็นผนังสองชั้นแล้วเกิดน้ำท่วมภายใน อันนี้ต้องทำให้แห้งสนิทก่อนจึงทำการปิด แนะนำว่าอย่ารีบร้อน ผลงานที่ได้จะดีอย่างน่าประทับใจเลย
2. ความชื้นกลั่นตัว
เกิดจากอุณหภูมิที่ต่างกันอย่างรุนแรง ประกอบกับบ้านเรามีความชื้นสูงทำให้การกลั่นตัวยิ่งง่าย พบมากในกรณีการฝังท่อน้ำทิ้งแอร์กับผนังโดยปราศจากฉนวน เพราะน้ำที่ออกจากเครื่องปรับอากาศมีอุณหภูมิต่ำกว่าห้อง และเมื่อผนังนั้นอยู่ด้านที่ได้รับความร้อนโดยตรง ผนังโดยรอบท่อก็จะเกิดการกลั่นตัวขึ้น ซึ่งถ้าเป็นบ่อย ๆ ผนังบริเวณนั้นจะชื้นอยู่ตลอดเวลา เกิดปัญหาสีร่อน บวม แล้วมีเชื้อราตามมาแน่นอน ดังนั้นอย่าฝังท่อน้ำยาแอร์หรือท่อน้ำทิ้งที่ผนังโดยปราศจากฉนวนเด็ดขาด ให้ใช้วิธีเดินลอยจะดีกว่า แม้ไม่ได้ดูสวยงามมากนักแต่ยังปลอดภัยกว่า
ปัญหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับผนังและมักพบบ่อย ดังนี้
- ปัญหาผนังล้มดิ่ง มักเกิดระหว่างการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน หมายถึงผนังที่ก่อสร้างแล้วไม่ได้ฉากกับพื้น ซึ่งเราสามารถตรวจสอบไดโดยการนำลูกดิ่ง (ลูกเหล็กปลายแหลมหน้าตาเหมือนลูกข่าง) ผูกกับเอ็นห้อยจากจุดอ้างอิงที่ฝ้าเพดานแล้วดูระยะห่างของผนังกับเอ็น ที่ระดับความสูงต่าง ๆ ต้องห่างเท่ากัน แต่การทิ้งดิ่งนี้ต้องดูทั้ง 2 แนวแกนคือ แกน X Y กับแนวดิ่งคือ Z ส่วนผนังที่ไม่ได้ดิ่งนั้นหากต้องการต่อเติมเฟอร์นิเจอร์ติดตาย อันนี้ไม่แนะนำเพราะจะทำให้เกิดปัญหาและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากต้องปรับผนัง หรือหากล้มดิ่งมากเกินไปเวลาเข้าอยู่จะรู้สึกว่าห้องเบี้ยว ในทางกลับกันหากเกิดขึ้นที่ชิ่งประตูหรือการตั้งวงกบจะทำให้การติดตั้งประตูมีปัญหาแทน แก้ไขโดยการปรับด้วยวัสดุปิด
- การละเลยไม่ใส่เสาเอ็นและคาน ปัญหานี้เป็นปัญหาที่พบบ่อยไม่แพ้กัน แล้วยังบวกผนังกว้างเกิน 2.20 เมตรอีก ยิ่งมีปัญหาเพิ่มแน่นอน งั้นเรามาดูก่อนว่าอะไรคือเสาเอ็นและคานเอ็น? 2 สิ่งนี้คือส่วนรับแรงจากเสาและคานหลักของโครงสร้าง เพื่อถ่ายน้ำหนักของผนังที่อยู่เหนือประตูหน้าต่างไม่ให้ลงที่ประตูหน้าต่างโดยตรง ซึ่งอาจส่งผลให้ผนังร้าวได้ในอนาคต แต่ส่วนที่จะร้าวก่อน คือ มุมประตูหน้าต่าง หากบ้านท่านร้าวตรงบริเวณนี้ให้สงสัยไว้ก่อนว่าไม่มีการใส่เสาเอ็น คานเอ็น และหากบ้านยังอยู่ในระยะประกันของผู้รับเหมา ( 1 ปี หลังจากส่งมอบงาน ) รีบเรียกมาซ่อมโดยด่วน อย่ายอมเด็ดขาดนะคะ เพราะเขาเหล่านั้นรับเงินไปแล้วก็ต้องทำงานให้ถูกต้อง อีกอย่างในส่วนผนังผืนกว้าง ๆ ขนาด 3 x 4 เมตรก็ต้องใส่เสาเอ็นและคานเอ็นเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นผนังจะเกิดการทรุดตัวหรือร้าวได้จากน้ำหนักของตัวเอง
- การร้าวเพราะปูนฉาบ เกิดจากสาเหตุด้านบนได้เช่นกัน หากเป็นไปได้ในระหว่างการก่อสร้างบ้าน เราต้องหมั่นไปดูและถามคำถามเหล่านี้เพื่อให้ได้คำตอบชัดเจน แต่หากมีครบแล้วผนังยังร้าวอยู่ปัญหาจะอยู่ที่ปูนฉาบเลยค่ะ อีกทั้งอากาศบ้านเราทำให้ผนังบ้านบางหลังหรือหลายหลังโดนแดดแรง ๆ เกิดการร้าวขึ้นได้เหมือนกัน
เป็นอย่างไรกันบ้าง ไม่ใช่แค่รู้วิธีแก้ปัญหาความชื้นที่ผนังเท่านั้น แต่เรายังทราบสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาความชื้นที่ผนังด้วย เรียกว่ารู้สาเหตุก่อนแล้วแก้ไขตั้งแต่ต้นอันนี้ดีมาก ๆ เลยค่ะ เพราะเราจะได้ไม่ต้องตามแก้ปัญหาที่หลัง ทำให้เสียเวลา เสียความรู้สึก บางทีเสียเงินเพิ่มด้วย รู้แบบนี้แล้วรีบมาเช็คผนังบ้านเรากันเลยดีกว่า!