ข้อคิดในการติดตั้งระบบไฟฟ้า
เมื่อได้ตรวจสอบแบบระบบไฟฟ้าแล้วก็มาถึงขั้นตอนการติดตั้งระบบไฟฟ้า ซึ่งแบ่งงานออกได้เป็น 2 ช่วงหลักๆ คือช่วงติดตั้งสายไฟและช่วงติดตั้งอุปกรณ์ ในการติดตั้งสายไฟฟ้าสามารถตรวจสอบความเรียบร้อยถูกต้องของงานได้ดังนี้
-ตรวจสอบชนิด ขนาด และมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมของสายไฟที่ใช้
-ตรวจสอบการยึดหรือการร้อยสายไฟ ไม่ว่าจะเป็นการเดินลอยตีกิ๊บหรือการร้อยสายในท่อ ควรมีความแน่นหนามั่นคงแข็งแรง
- ตรวจสอบจุดเชื่อมต่อสายไฟ ควรใช้อุปกรณ์การต่อสายที่มั่นคงแข็งแรง เช่น ลูกเต๋าสำหรับต่อสายไฟ หรือ Wire Nut เป็นต้น และจุดต่อสายไฟควรพันเทปฉนวนหุ้มทับ ให้ได้ความหนาชั้นเทปตามคำแนะนำของผู้ผลิตเทปฉนวน และต้องพันเทปอย่างแน่นหนาให้ไม่สามารถแกะออกออกได้ง่าย
-ทดสอบฉนวนสายไฟ โดยใช้เครื่องทดสอบที่เรียกว่า Mega Ohm Meter หรือ Insulator Tester ทำการจ่ายกระแสไฟตรงขนาด 500 โวลต์ แช่ไว้นาน 30 วินาที และอ่านค่าที่เข็มวัดค่า ซึ่งจะต้องได้ค่าสูงกว่า 0.50 เมกะโอห์ม
สำหรับการติดตั้งอุปกรณ์สามารถตรวจสอบความเรียบร้อยได้ดังนี้
-ตรวจสอบจุดเชื่อมต่อสายไฟกับอุปกรณ์ให้แน่นหนาทุกจุด รวมทั้งการต่อสายเข้าตำแหน่งขั้วต่อของอุปกรณ์ไฟฟ้าแต่ละชิ้นนั้นให้ตรงตามคำแนะนำของผู้ผลิตอย่างถูกต้อง
-ตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานของอุปกรณ์ก่อนนำไปติดตั้ง ได้แก่
1.สวิตช์และเต้ารับ ควรเป็นของใหม่ เป็นผลิตภัณฑ์ที่น่าเชื่อถือ หากเจ้าของบ้านเป็นผู้จัดซื้ออุปกรณ์ต่างๆ เหล่านี้เองก็จะมั่นใจได้ว่าได้ใช้ของที่มีคุณภาพจริงๆ เพราะหากช่างติดตั้งไปก่อนที่จะได้ตรวจสอบก็อาจจะเป็นเรื่องยาก ถึงขั้นที่ต้องรื้อออกมาเพื่อตรวจสอบอุปกรณ์นั้นๆ
2.โคมไฟ นอกจากจะดูสภาพทั่วๆ ไปของดวงโคมแล้ว จะต้องดูคุณภาพภายในชุดโคมด้วย ได้แก่ ขั้วหลอด บัลลาสต์ สตาร์ทเตอร์ หม้อแปลง สายไฟที่อยู่ในดวงโคม โดยเฉพาะโคมไฟที่มีวัตต์สูงๆ สายไฟควรใช้ชนิดที่ฉนวนทนอุณหภูมิได้สูง 105 องศาเซลเซียส หรือมีปลอกทนความร้อนหุ้มสายไฟอีกชั้นหนึ่ง ในกรณีที่เป็นโคมไฟใช้ภายนอกควรตรวจดูว่าเป็นโคมไฟที่สามารถกันน้ำได้ โดยดูที่เลข IP ต้องมีค่าไม่น้อยกว่า 55 ถ้าเป็นโคมไฟใต้น้ำต้องมีเลข IP เท่ากับ 68 และควรเลือกใช้หลอดไฟแรงดันต่ำไม่เกิน 12 โวลต์ เช่นเดียวกับสวิตช์และเต้ารับ และเจ้าของบ้านควรจัดซื้ออุปกรณ์เหล่านี้เองด้วยเช่นกัน
3.ตู้โหลดไฟฟ้า ควรตรวจสอบขนาดของเซอร์กิตเบรกเกอร์ว่าเป็นไปตามแบบไฟฟ้าหรือไม่
4.เครื่องตัดไฟรั่วหรือ Earth Leak Circuit Breaker ควรมีคุณสมบัติในการตัดกระแสไฟรั่วที่น้อยกว่า 30 มิลลิแอมแปร์ได้ และสามารถตัดกระแสไฟรั่วได้ภายใน 0.04 วินาที เมื่อมีไฟรั่ว 150 มิลลิแอมแปร์ และควรจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองผลิตภัณฑ์มาตรฐานอุตสาหกรรม ควรติดตั้งอุปกรณ์ชิ้นนี้ในวงจรไฟฟ้าเฉพาะจุด เพื่อให้สามารถตรวจสอบว่าเกิดไฟรั่วที่อุปกรณ์ไฟฟ้าชิ้นใดได้อย่างรวดเร็ว จะได้ทำการปิดวงจรไฟฟ้าย่อยที่จ่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เกิดไฟฟ้ารั่วดังกล่าวไว้ชั่วคราว จนกว่าจะได้ซ่อมแซมแก้ไขเรียบร้อยแล้ว เครื่องตัดไฟรั่วแนะนำให้ติดตั้งเพื่อควบคุมอุปกรณ์ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายกับชีวิต ได้แก่ เครื่องทำน้ำร้อนหรือน้ำอุ่น เครื่องซักผ้า อุปกรณ์ไฟฟ้าในห้องครัว วงจรไฟฟ้าจ่ายเต้ารับไฟฟ้าในห้องน้ำหรือห้องที่เปียกชื้น โคมไฟฟ้าใต้น้ำ วงจรไฟฟ้าจ่ายภายนอกอาคาร เป็นต้น นอกจากนี้ควรติดตั้งควบคู่กับสายดินและหลักดินด้วยเสมอ
5.สายดินและหลักดิน หลักดินต้องทำด้วยทองแดงหรือเหล็กชุบ หรือหุ้มด้วยทองแดง ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 16 มม. ยาว 2.40 ม. ห้ามใช้แท่งอะลูมิเนียมเพราะกร่อนง่าย หลักดินต้องปักลงในเนื้อดินแท้ๆ ไม่ปนด้วยหิน ทราย กรวดหรือคอนกรีต ต้องต่อหลักดินกับสายดินที่เป็นสายทองแดง และต่อกันด้วยวิธีการหลอมละลายหรือหัวต่อยึดด้วยแรงกลที่ได้มาตรฐาน
ถึงแม้จะสามารถตรวจสอบการติดตั้งระบบไฟฟ้าได้ด้วยตนเอง แต่เพื่อความไม่ประมาทควรจะอยู่ในความดูแลของวิศวกรไฟฟ้า หรือช่างไฟฟ้าที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญและมีความรับผิดชอบด้วย
เรื่อง : ศูนย์รับสร้างบ้าน พีดี เฮ้าส์
แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
-
เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย