ซ่อมแซมพื้นบ้านหลังน้ำท่วม

สำหรับการซ่อมแซมพื้นหลังน้ำท่วม ให้ ตรวจสอบความเสียหาย หากไม่เกิดเสียหาย ก็เพียงแค่ทำความสะอาดก็สามารถใช้งานต่อไปได้ตามปกติ สำหรับพื้นที่มักประสบปัญหาหลังจากน้ำท่วมก็คือ พื้นไม้ปาร์เก้ และพื้นปูพรม>

สำหรับพื้นไม้ปาร์เก้ มัก จะเกิดการหลุดร่อนได้ง่ายเมื่อโดนน้ำท่วม เพราะกาวที่ยึดไม้ปาร์เก้กับพื้นคอนกรีตจะเสื่อมประสิทธิภาพเมื่อแช่น้ำเป็น เวลานาน วิธีการแก้ไขก็คือ น้ำชิ้นส่วนที่หลุดร่อนไปพึ่งลมให้แห้ง ทาด้วยกาวลาเท็กซ์หนาประมาณ 1-2 มิลลิเมตร แล้ว ค่อยๆ กดลงไปที่เดิมให้แน่น ทิ้งไว้ประมาณ 2 สัปดาห์ จึงจะใช้งานได้ ถ้าหลุดร่อนมากๆ ก็ควรรื้อขึ้นมาทำการปูใหม่ทั้งหมด

สำหรับพื้นปูพรม ต้องลอกออก นำไปซักทำความสะอาดและตากให้แห้งสนิท จึงสามารถนำกลับมาปูใหม่ได้

สำหรับผนังไม้ ก็ให้เช็ดทำความสะอาด รอจนไม้แห้งสนิท ชะโลมด้วยน้ำยารักษาเนื้อไม้ หลังจากนั้นหากต้องการทาสีก็สามารถทำได้

หากเป็นผนังก่ออิฐฉาบปูน ก็มีวิธีปฏิบัติเช่นเดียวกับผนังไม้ แต่ต้องทิ้งระยะเวลาให้ผนังแห้งสนิทนานกว่าผนังไม้

สำหรับผนังยิปซั่มบอร์ด ให้ทำการรื้อส่วนที่เสียหายออก หากเป็นโครงเคร่าเหล็กก็สามารถติดตั้งยิปซั่มบอร์ดแผ่นใหม่เข้าไปได้ทันที หากเป็นโครงเคร่าไม้ก็ต้องรอให้โครงเคร่าแห้งสนิทก่อนเช่นกัน

สำหรับผนังซึ่งติดวอลล์เปเปอร์ เมื่อ แช่อยู่ในน้ำก็จะเกิดการลอกหรือล่อน ดังนั้นจึงควรลอกวอลล์เปเปอร์ออกมาเพื่อให้ผนังแห้งได้รวดเร็ว หลังจากนั้นจึงค่อยทำการติดวอลล์เปเปอร์กลับเข้าไปใหม่ หากวอลล์เปเปอร์เก่าเสียหายมากก็ควรเปลี่ยนวอล์เปเปอร์ใหม่เลยจะดีกว่า  

ส่วนพื้น ปาเก้เป็นไม้ซึ่งอยู่ได้ด้วยกาว ดังนั้น พื้นปาเก้จึงเป็นพื้นที่อ่อนแอ กับอาการน้ำท่วมอย่างยิ่งเพราะทั้งไม้ก็จะบวมขึ้นมา กาวก็จะหลุดล่อน ดังนั้นเมื่อน้ำท่วมพื้นปาเก้ก็ต้องมีปัญหาแน่นอน อย่าไปโทษช่างทำปาเก้ หรือ อย่าไปคิดอะไรมากเรามีวิธีการแก้ไขปัญหาพื้นปาเก้มาบอกเล่าให้ฟังเป็นขั้นๆดังนี้ค่ะ  

-หากน้ำท่วมสัก 5-7 วัน นอกจากปาเก้จะหลุดล่อนลอยน้ำ ปูดโปนขึ้นมาแล้ว ยังจะมี อาการ "บูดเน่า" ให้เกิดกลิ่นเหม็น และอาจ เป็นอันตราย น้อย ๆ หากต้อง สูดดมอยู่ตลอด ทั้งวันทั้งคืน  

-หากปาเก้เปียกน้ำสักเล็กน้อย ไม่ถึงกับหลุดล่อนปูดโปนไม่ต้องทำอะไรมาก เช็ดทำความสะอาด แล้วปล่อยทิ้งไว้ เปิดหน้าต่าง ประตู ให้อากาศถ่ายเท ความชื้นออกไป ไม่กี่วันปาเก้ก็อาจเข้ารูปเดิมปกติได้ แต่มีข้อที่น่าคิดก็คือ อย่าเอาน้ำมัน หรือแลคเกอร์ หรือแว็กซ์ ไปทาทับตอนที่ปาเก้ยังชื้นอยู่ เพราะ สารเหล่านั้น จะไปเคลือบ ผิวไม้ ทำให้ความชื้น ในเนื้อไม้ (และเนื้อพื้นคอนกรีต ใต้ปาเก้) ไม่ระเหยออกมา

-หากปาเก้มีอาการหนัก บิดงอ ปูดโปน เบี้ยวบูด ผุกร่อน เหม็นเน่า…กรุณาอย่าเสียดาย กรุณาเลาะออกมา หากเลาะออกมาแล้ว ยังอยู่ในสภาพดี ก็ผึ่งลมเอาไว้ให้แห้ง เผื่ออาจมีประโยชน์ในวันหลัง  

-หากเลาะพื้นปาเก้ออกมีข้อคิดว่า หากจะปูอะไรทับแทนก็ต้องระวังเรื่องน้ำหนักของวัสดุที่จะปูแทนนั้น ว่าหนักมากไหม หากหนักมาก ก็ต้องดูระบบโครงสร้างบ้านเราด้วยว่ามีความแข็งแรงไหม (ถามช่างผู้รู้ ให้ช่วย ดูก็ได้) เพราะปาเก้นั้น เป็นไม้ น้ำหนักเบา พื้นที่หนึ่งตารางเมตร อาจจะหนักเพียง 5 กิโลกรัม แต่พื้นหินอ่อน หรือแกรนิต น้ำหนักรวมปูนทราย ที่ใช้ปู หนึ่งตารางเมตรอาจหนักตั้ง 120 กิโลกรัม  

-หากจะปูปาเก้เช่นเดิม (เพราะชอบความเป็นไม้ที่ให้ความนุ่มนวล) หรือปูวัสดุอื่นที่ใช้ "กาว" เป็นตัว ประสาน กรุณาอย่า ปูทับลงทันที ต้องรอ ให้พื้นคอนกรีตแห้งก่อน (อาจใช้เวลาเป็นเดือน) แล้วจึงปูลงไปได้ ไม่เช่นนั้น รับรองว่าปูเท่าไรลงไป ก็ล่อนออกมาเท่านั้น  

ที่มาข้อมูลและรูปภาพ : homedecorthai

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

ขั้นตอนที่ 1 จาก 2

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ประเภทอสังหาฯ *
ช่วงราคา (บาท)

-

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา

ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ช่วงราคา (บาท)

-

ข้อมูลการติดต่อกลับ?

เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย

ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์ *

บทความแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง