การออกแบบตกแต่งห้องน้ำให้มีความสวยงามเฉพาะตัวมักถูกออกแบบมาตั้งแต่ผู้ผลิตสุขภัณฑ์ ที่ดีไซเนอร์จะออกแบบงานระบบและอุปกรณ์มาพร้อมๆ กัน เพื่อสร้างสไตล์การอยู่อาศัยที่สอดคล้องกับคนรุ่นใหม่อย่างนั้นเดี๋ยวเราลองมาดูขั้นตอนเพื่อให้ได้ห้องน้ำสมบูรณ์แบบในฝันของเรากันว่าต้องทำอย่างไร
1.ขั้นตอนแรกคือการตัดสินใจว่าเราจะใช้สุขภัณฑ์ยี่ห้อใด ซึ่งตรงนี้เราต้องมีข้อมูลของผลิตภัณฑ์หลายๆบริษัท หลายๆ รุ่นมาเปรียบเทียบกัน ก็จะสามารถเลือกที่โดนใจได้เลย แต่ถ้ามีเวลาน้อยอาจไปที่โชว์รูมสินค้าที่มีหลากหลายยี่ห้อก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด แต่ตรงนี้เราต้องสรุปความต้องการของทุกคนในบ้านไปก่อน
2.ต่อมาคือการกำหนดขนาดห้องที่เหมาะกับการใช้งานและสุขภัณฑ์ที่เราเลือก ในกรณีที่มีห้องน้ำอยู่แล้วหรืออาจเป็นการปรับปรุงห้องน้ำ ควรวัดพื้นที่ห้องและตำแหน่งท่อต่างๆ ด้วยค่ะ การเลือกรุ่นของสุขภัณฑ์ จำเป็นต้องพิจารณาให้เหมาะกับขนาดพื้นที่ที่มีอยู่และตำแหน่งเดิมของระบบท่อ หากแก้ไขได้ก็ปรับเปลี่ยนไปตามรุ่นที่เราเลือกอีกครั้ง แต่หากมีปัญหาหรือต้องการประหยัดงบประมาณก็ควรเลือกรุ่นที่ใกล้เคียงเดิม
3.ขั้นตอนนี้คือการร่างแบบแปลนกันค่ะ คือการนำสุขภัณฑ์รุ่นที่เลือกมาวางลงบนตำแหน่งที่ต้องการ ที่สำคัญต้องเข้าสเกล หมายถึงเขียนขนาดให้มีสัดส่วนที่ถูกต้อง เช่น แบบห้องมีขนาดย่อลงมาจากของจริง 100 ส่วน ขนาดสุขภัณฑ์ที่เราจะเขียนลงไปก็ต้องย่อลง 100 ส่วนเช่นกัน
4.ในส่วนการวางแปลนนี้ต้องแน่ใจด้วยว่ามีที่ว่างรอบๆ สุขภัณฑ์ตามที่ถูกกำหนดไว้ในมาตรฐานการติดตั้งในคู่มือ คงเคยเห็นห้องน้ำในร้านอาหารหรืออาคารสาธารณะที่ใช้งานไม่สะดวก จะขยับซ้ายขวาก็ดูเกะกะไปหมด ซ้ำร้ายบางแห่งโถส้วมชิดไปด้านใดด้านหนึ่ง แทบไม่มีที่ให้แหย่ขาลงไปนั่งปล่อยทุกข์ สร้างความรู้สึกไม่สะอาดขึ้นมาทันตาเห็น นี่ล่ะค่ะประโยชน์ของกระดาษร่างแผ่นเล็กๆ ที่ต้องออกแบบแปลน ระบุขนาดและตำแหน่งทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อนลงมือสร้างจริง
5.ขั้นตอนนี้เป็นเหมือนหัวใจของการออกแบบห้องน้ำ นั่นคืองานระบบท่อทั้งท่อน้ำดีและท่อน้ำทิ้ง เห็นชื่อห้องก็บอกแล้วว่ามันเกี่ยวกับน้ำเต็มๆ มีหน้าที่ชำระล้างโดยเฉพาะ ถ้าระบบไม่ได้รับการออกแบบอย่างเหมาะสมก็จะซ่อมกันไม่รู้จบ ตรงนี้อาจต้องปรึกษาทั้งสถาปนิก ผู้ผลิตและช่างนะคะ ทำเองอาจขาดตกบกพร่องได้ พึงระวังว่าสุขภัณฑ์ทุกชิ้นมีSpecification ที่ต่างกัน ผู้ออกแบบไปจนถึงผู้ติดตั้งต้องศึกษาคู่มืออย่างละเอียดก่อนลงมือทำงาน
6.ในเมื่อเป็นห้องที่มีการใช้งานห้องหนึ่งก็จะต้องอออกแบบระบบอื่นๆ ควบคู่ไปด้วย ทั้งระบบไฟฟ้าให้ความสว่างและให้พลังงานไปขับเคลื่อนอุปกรณ์ต่างๆ ที่ต้องใช้ในห้องน้ำ โดยเฉพาะระบบการระบายอากาศ เพื่อไม่ให้กลิ่นหรือเชื้อโรคไม่พึงประสงค์ตกค้างอยู่ภายในห้อง
7.ขั้นตอนการประมาณราคาทั้งสุขภัณฑ์ อุปกรณ์และค่าออกแบบ ค่าติดตั้ง ควรคิดรวมไปถึงงานปูกระเบื้องทาสีด้วยเลย เพื่อให้ทราบงบประมาณที่ต้องใช้
8.สำหรับคุณที่ปรับปรุงห้องน้ำเดิมไม่ควรถอดอุปกรณ์เดิมออกก่อน ที่ของใหม่จะเข้าไปติดตั้ง เนื่องจากอาจเกิดปัญหา 2 รอบ ที่สำคัญคือต้องตรวจสอบท่อต่างๆ ทันทีที่ถอด ดังนั้นหากให้ช่างที่ติดตั้งดำเนินการไปเลยจะมั่นใจมากขึ้น
9.หลังจากแน่ใจว่าสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ต่างๆ ใช้งานได้ เรื่องระบบก็ไร้ที่ติแล้ว ก็ถึงเวลาของความสวยงามอย่างการออกแบบลวดลายกระเบื้อง สีสันของพื้น-ผนัง ฝ้าเพดาน กระจกเงา รวมทั้งการประดับตกแต่งอื่นๆ หรือเพิ่มเติม Accessory อำนวยความสะดวกตามที่ต้องการ
10.สุดท้ายคือให้ทักคนมีความสุขกับห้องน้ำใหม่ที่ดูยังไงก็ชอบใจ เพราะได้ลงมือควบคุมการผลิตเองในทุกขั้นตอน