วันนี้เราขอเอาใจคนที่รักในเสียงเพลง เสียงดนตรี ที่อยากมีห้องสักห้องที่ทำไว้เพื่อเก็บเสียง และอัดเสียง หรือใครที่อยากได้ห้องนอนที่ไร้เสียง ก็สามารถทำผนังห้องนอนแบบเก็บเสียงได้
ผนังเก็บเสียงนั้นไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างในการทำห้องอัดเสียง หรือ ห้องเก็บเสียง ต้องไม่ลืมว่า ยังมี พื้นและเพดาน รวมถึงโครงของอาคารที่เกี่ยวข้องกับการลดทอนเสียง อยากให้มองทุกอย่างรวมกันเป็นภาพรวม การทำผนังแต่เพียงอย่างเดียวให้สามารถลดทอนเสียงได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่กลับไม้ได้ทำพื้น และเพดาน ย่อมไม่เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และเป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่า ในทางกลับกัน การทำผนัง พื้น และเพดาน ให้สามารถลดทอนเสียงได้ในระดับกลางๆ กลับเป็นการลงทุนที่ดีกว่าเมื่อเทียบกับทางเลือกแรก ดังนั้นจึงอยากให้พิจารณาปัจจัยอื่นๆ ร่วมด้วย ตั้งแต่สถานที่ เพื่อนบ้าน วัตถุประสงค์ในการใช้งาน ความสามารถในการรับน้ำหนักของโครงสร้างเดิม ระยะเวลาในการสร้าง และงบประมาณ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการสร้างห้องอัดเสียง หรือ ห้องเก็บเสียงขึ้นมาซักห้อง
วัสดุที่ใช้สำหรับผนังของห้องอัดเสียง
แผ่น ยิบซั่ม (gypsum board)
เป็นวัสดุยอดนิยม ในการทำผนังสำหรับห้องอัดเสียง หรือห้องเก็บเสียง มีหลายชนิด ทั้ง แบบธรรมดา แบบทนชื้น แบบทนไฟ แบบหุ้มอลูมิเนียมฟลอยด์ แบบเคลือบผิวพีวีซี (ใช้แบบธรรมดาก็พอ )
ขนาดที่มักพบเจอตามท้องตลาด คือ กว้าง 120 ซม. X ยาว 240 ซม. ส่วนความหนานั้น มักจะเจอ ความหนา 9 มม. มากที่สุด(เพราะมักถูกใช้สำหรับงานฝ้าเพดานทั่วไป) ส่วนความหนา 12 มม. และ 15 มม. นั้นไม่ค่อยพบเจอมากนัก (ตามร้านค้าทั่วไป)
น้ำหนักของแผ่นยิบซั่ม แบบธรรมดา
กว้าง 120 ซม. X ยาว 240 ซม. ความหนา 9 มม. หนักประมาณ 18 กิโลกรัม
กว้าง 120 ซม. X ยาว 240 ซม. ความหนา 12 มม. หนักประมาณ 24 กิโลกรัม
กว้าง 120 ซม. X ยาว 240 ซม. ความหนา 15 มม. หนักประมาณ 30 กิโลกรัม
** สำหรับ ความหนาของแผ่นยิบซั่ม ที่ใช้ในรูปตัวอย่างของผนังเก็บเสียงแบบต่างๆ จะใช้หน่วยเป็น นิ้ว
5/8 นิ้ว จะเท่ากับประมาณ 16 มม. ดังนั้น จึงต้องใช้แผ่นยิบซั่มที่มีความหนา 9 มม. จำนวน 2 แผ่น จึงจะมีความหนาใกล้เคียงกับแผ่นยิบซั่มที่มีความหนา 5/8” จำนวน 1 แผ่นได้ ผลลัพธ์ที่ได้จึงจะใกล้เคียงความเป็นจริงมากที่สุด
โครงไม้ (หรือ โครงคร่าวไม้ สำหรับใช้ทำโครงของผนัง) Stud
ขนาดที่นิยมใช้กัน คือ 2” x 4”
ระยะห่างระหว่างเสา มักจะอยู่ที่ประมาณ 60 ซม.
ส่วนในแนวนอนนั้น จะใส่ หรือ ไม่ใส่ก็ได้
ในปัจจุบันก็เริ่มนิยมใช้โครงคร่าวที่ทำด้วยเหล็กชุบสังกะสี (light gauge framing) ซึ่งมีข้อดีกว่าไม้ คือ
-น้ำหนักเบากว่า
-การถ่ายเทพลังงานน้อยกว่า (เพราะตัวมันเองจะทำหน้าที่คล้ายสปริง ซึ่งช่วยให้ค่า STC สูงขึ้นอีกเล็กน้อย )
-ไม่หด หรือ ขยายตัว ตัวอุณหภูมิ มากนัก
-ไม่ต้องกังวลเรื่องปลวก
แต่ก็มีข้อเสียคือ การรับน้ำหนักที่น้อยกว่าไม้
ฉนวนใยแก้ว หรือ ใยหิน (Fiberglas or Rockwool)
ทั้งสองอย่างสามารถใช้ได้ดีในการทำผนังของห้องอัดเสียง หรือ ห้องเก็บเสียง ฉนวนใยแก้ว หรือ ใยหิน มักจะมีทั้งแบบม้วน และ แบบแผ่น มีหลายขนาด หลายความหนา นอกจากนี้ยังมีทั้งแบบ ฉนวนเปล่าๆ และแบบฉนวนที่มีวัสดุอื่นๆหุ้มมาด้วย เช่น มีฟลอยด์หุ้ม มีตาข่ายหุ้ม ทั้งแบบหุ้มด้านเดียว หรือ หุ้มทั้งสองด้าน
สิ่งที่ควรจะให้ความสนใจมากเป็นพิเศษก็คือ ความหนาแน่น (Density มีหน่วยเป็น กิโลกรัม / ลูกบาศก์เมตร) ความหนาแน่นยิ่งมากก็ยิ่งดี แต่นั่นก็หมายถึง ราคาที่แพงขึ้น รวมถึงน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นด้วย
ขอขอบคุณ: alicerecordingstudio