เมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมาผมได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนสนิทให้ไปช่วยเดินเลือกพื้นลามิเนตมาปูที่ห้อง ผมต้องขับรถไปรับเขาที่คอนโดฯ เพื่อไปยังงานสถาปนิก (ไปช่วยเลือกแล้วยังต้องไปรับอีก เทวดาจริงๆ) ตอนแรกก็ไม่ถามอะไรว่าทำไมต้องปูพื้นห้องใหม่ แต่พอได้เดินเลือกในงานจึงรู้ว่าเขาต้องการพื้นที่แน่น ไม่ยวบยาบ และมีความคิดว่าพื้นลามิเนตเดิมๆ นั้นบางเกินไปต้องเพิ่มขนาดความหนาเป็น 12 มิลลิเมตร จึงจะได้พื้นที่แน่น นุ่มเท้ามากขึ้น ไม่ยวบแอ่น ซึ่งนั่นเป็นความเชื่อที่ผิด ผิด และผิดครับ!
ผมจึงต้องลากเจ้าเพื่อนผมคนนี้ไปนั่งคุยที่ร้านซับเวย์ (แล้วบังคับให้เขาเลี้ยงด้วย) เพื่อไปทำความเข้าใจถึงปัญหาก่อน การที่่พื้นลามิเนตของห้องมีอาการเดินแล้วยวบยาบ มีเสียงกรอบแกรบนั้น ไม่ได้เกิดจากพื้นลามิเนตที่บางเกินไปจนเท้าเราสัมผัสได้ถึงพื้นปูนด้านล่าง แต่มันเกิดจากปัญหาเรื่องพื้นชั้นล่างไม่ได้ระดับตั้งแต่งานก่อสร้าง หรือตอนปูช่างไร้ฝีมือปูมาชุ่ยๆ เพื่อเร่งงานให้เสร็จทันกำหนดต่างหาก เมื่อปูไม่ได้ระดับพื้นจึงเกิดการเบียดกันเป็นเสียงดังและยุบตัวไม่เรียบ
แล้วเจ้าพื้นหนา 12 มิลลิเมตร ของเพื่อนผมเกี่ยวอะไรด้วย พื้นไม้ลามิเนตในตลาดมีขายหลักๆ 2 ขนาด คือ 8 มิลลิเมตร และ12 มิลลิเมตร ซึ่งความแตกต่างเรื่องความแน่นหนาหรือสัมผัสที่ดูแน่นมันคงก็มีบ้าง แต่มีผลน้อยมากครับ
ข้อดีของลามิเนตหนา 12 มิลลิเมตรคือทนต่อการใช้งานหนัก ทนต่อแรงกดทับได้ดี ซึ่งการปูพื้นด้วยลามิเนตหนา 12 มิลลิเมตรไว้ในห้องอย่างคอนโดมิเนียมก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร แต่จะเป็นการสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุและยังใช้งานไม่คุ้มค่าเต็มความสามารถของไม้ลามิเนต ซึ่งการใช้งานปกติในชีวิตประจำวันพื้นลามิเนตหนา 8 มิลลิเมตรก็เพียงพอแล้ว ทั้งนี้ความคงทนจะขึ้นอยู่กับการดูแลรักษา ความประณีตเรียบร้อยในการปู รวมถึงคุณภาพของไม้อีกด้วย ดังนั้นพื้นที่เดินแล้วยวบของเพื่อนผมจึงเป็นผลงานของช่างที่เพิ่งออกฤทธิ์นั่นเอง ส่วนเรื่องที่หลายท่านเข้าใจผิดอีกว่าพื้นหนา 12 มิลลิเมตรนั้นทนน้ำทนชื้นได้ดีกว่า จากการถามช่างที่มีประสบการณ์ผมได้คำตอบว่า เช็ดน้ำให้แห้งดีกว่าไหม?
จากที่เพื่อนผมเล่าให้ฟังตอนตรวจรับห้องด้วยความที่เพื่อนผมไม่มีความรู้ด้านนี้ ตรวจเจอพื้นที่มัน นูน มีอาการยวบ พอได้คำยืนยันจากช่างว่า “เป็นเพราะรองพื้นด้วยแผ่นโฟมบางๆ อยู่ๆ ไปเอาเฟอร์นิเจอร์ลงมันก็เรียบอยู่ตัว” จึงไม่ใช่ความจริง พื้นปูนที่ไม่เรียบเมื่อนำแผ่นไม้พื้นลามิเนตมาวางปิดเข้าไป แล้วหวังว่าเมื่อวางเฟอร์นิเจอร์ลงไปหรือเดินเหยียบไปนานๆ แล้วจะทำให้เรียบได้ มันไม่จริง (หากเป็นเสื่อน้ำมันก็ยังพอตอบว่าเป็นไปได้) เพื่อความเข้าใจผมขอยกข้อมูลจากฉบับกรกฏาคม ปี 2555
มาเกริ่นคร่าวๆ พื้นลามิเนตมีส่วนประกอบดังนี้
1.แผ่น Backing Film ติดฟิล์มด้านหลังเพื่อป้องกันไม้บิดงอ
2.แผ่นไม้ HDF หรือ MDF เพื่อเป็นความหนาของพื้น
3.ชั้นลวดลาย
4.ชั้น Melamine เคลือบผิว
จะเห็นได้ว่าในแผ่นไม้ลามิเนตนั้นมีแผ่นไม้ HDF วางซ้อนอยู่ ดังนั้นพื้นจะไม่สามารถอ่อนเข้ารูปไปกับพื้นห้องที่ไม่เรียบอย่างแน่นอน ดังนั้นขั้นแรกคือช่วงตรวจรับห้องควรตรวจความเรียบร้อยของพื้นให้ว่าปูได้ระดับดีหรือไม่
ส่วนการปูพื้นลามิเนตใหม่จะมีขั้นตอนอยู่คร่าวๆ ดังนี้
1.รองพื้นด้วยโฟมแผ่นบางๆ หรือโฟม PE จะรู้สึกนุ่มเท้าแต่ไม่ยวบ เดินแล้วไม่แอ่น เพราะไม้ลามิเนตมีแผ่นไม้อัด HDF ซ้อนอยู่
2.ปูด้วยพื้นลามิเนตทีละแผ่นจนสุดแนวห้อง โดยเว้นพื้นที่ผนังไว้ประมาณ 1 เซ็นติเมตร ควรปูรอยต่อของพื้นสลับฟันปลากัน เพื่อทำให้พื้นยึดกันแน่นหนามากขึ้น
3.เมื่อปูจนเต็มพื้นที่โดยเว้นพื้นที่ติดผนังไว้ 1 เซ็นติเมตรแล้ว จึงปิดเชิงบัวโดยปิดให้ชิดกับพื้น
4.ติดตั้งตัวจบตามขอบประตูหรือชุด Build-in และตัวจบต่างระดับที่ใต้ประตูห้องน้ำ
5.เก็บงานด้วยซิลิโคน ซึ่งผสมกับสีให้ตรงกับสีพื้นไม้เพื่อความเรียบร้อยของงาน
แม้ 5 ขั้นตอนนี้คุณจะไม่ได้ทำเอง แต่ก็ควรรู้ไว้สำหรับการตรวจรับงานจากช่าง เพื่อตรวจความ “ชัวร์” หรือความ “ชุ่ย” จากงานที่ช่างส่งมอบให้