นายอีริค มัลเลส กรรมการผู้จัดการ บริษัท โจตัน (ประเทศไทย)จำกัด กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปีที่
ผ่านมา ที่สีโจตันเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย ถือว่าเป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับจากกลุ่มลูกค้าธุรกิจ
และอุตสาหกรรม ทางด้านสีทาเรือ สีเคลือบเหล็ก อุตสาหกรรมเคมี ปิโตรเลียม และอุตฯเคมีเป็นส่วนมาก
ในขณะที่ตลาดสีทาอาคารนั้น สีโจตันยังไม่เป็นที่รู้จักในกลุ่มลูกค้าสีทาอาคารมากนัก เนื่องจากตลอดเวลาที่
ผ่านมา โจตันเน้นทำตลาดสีทาอาคารในกลุ่มตลาดพรีเมียม และตลาดระดับกลางโดยมาก
โดยที่ผ่านมาสีโจตัน มีส่วนแบ่งตลาดรวมสีในตลาดพรีเมียมและตลาดระดับกลางอยู่ที่ 12% จาก
มูลค่าตลาดรวม7,000 ล้านบาท ส่วนตลาดสีทาอาคารในตลาดระดับล่าง ซึ่งมีมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 4,000 –
5,000 ล้านบาทนั้น บริษัทยังไม่เคยเข้ามาทำตลาดมาก่อน ทั้งนี้ ในปี 52 บริษัทมีแผนจะขยายตลาดเข้าสู่ตลาด
สีทาอาคารเต็มตัว โดยบริษัทตั้งเป็นว่าภายใน 5 ปีจากนี้ สีโจตันจะเพิ่มส่วนแบ่งตลาดรวมให้สูงขึ้นให้ได้
18%
" ในปีหน้า บริษัทจะเริ่มใช้งบการตลาดปีละประมาณ 150ล้านบาท ซึ่งสูงมากถึง 300% เมื่อเทียบ
กับช่วงที่ผ่านมา ที่จะใช้งบส่วนนี้ปีละ 50 ล้านบาท เพื่อทำการเร่งสร้างแบรนด์โจตันให้เป็นที่รู้จักในกลุ่ม
ลูกค้าสีทาอาคารเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ บริษัทจะเน้นการขยายช่องทางการขายเพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าให้มาก
ขึ้น โดยตั้งเป้าว่าในระยะ 5ปีจากนี้จะขยายเพิ่มตัวแทนจำหน่ายจาก 500-600รายทั่วประเทศเป็น 1,000 ราย
ทั่วประเทศภายใน3-5 ปีจากนี้ "นายอีริคกล่าว และยอมรับว่า
แม้ปัญหาวิกฤตการเงินโลก จะส่งผลต่อการชะลอตัวของการลงทุน รวมถึงเศรษฐกิจในประเทศ
ไทยที่มีความผันผวนอยู่ในขณะนี้ จะเป็นปัจจัยลบต่อการขยายตลาดของบริษัท แต่บริษัทยังมองว่า ยังมี
ช่องทางการที่บริษัทจะสร้างยอดให้ให้เติบโต และสามารถเพิ่มส่วนแบ่งในตลาดสีทาอาคารได้ ใน
ขณะเดียวกันบริษัทแม่ ซึ่งทำตลาดอยู่ทั่วโลก ก็มีประสบการณ์และกลยุทธ์ในการทำตลาดที่หลากหลาย ซึ่ง
จะสามารถนำเข้ามาช่วยในการขยายตลาดของบริษัทในประเทศไทยได้
" การเพิ่มส่วนแบ่งตลาดจาก 12% เป็น 18% หรือติดอยู่ใน 3 ของผู้นำตลาดสีทาอาคารตามเป้าที่
กำหนดไว้ ก็หมายความว่า ทางโจตันต้องเข้าไปเพิ่มส่วนแบ่งตลาดสีทาอาคารของคู่แข่งให้เพิ่มขึ้น ซึ่งการ
เติบโตของยอดขายของบริษัทจะต้องสูงกว่าสภาวะการขยายตัวของตลาดสีด้วย โดยจะมีการเติมผลิตภัณฑ์สี
ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ๆออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ปีละ 5-6 ตัว เพื่อให้มีช่องทางการขยายตลาดและขยับอัตรา
เติบโตของยอดขายให้มากขึ้น"
สำหรับปีที่ผ่านมา บริษัทโจตันฯมีรายได้รวมจากการขายสีชนิดผงและสีน้ำ 20 ล้านเหรียญสหรัฐ
ส่วนในปีนี้ ตั้งเป้าว่าจะมียอดขายรวมเติบโตจากปีที่ผ่านมาประมาณ 20% โดยแหล่งรายได้ของบริษัทฯมา
จากการจำหน่ายสีน้ำและสีชนิดผง ซึ่งผลประกอบการของธุรกิจสีน้ำ (Paints Business) ใน 3 ไตรมาสที่ผ่าน
มาเติบโตกว่าปี50ประมาณ 20%>