นายวิรัตน์ จินดานุวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คอนกรีตไลน์ จำกัด ผู้ประกอบธุรกิจผลิตและ
จำหน่ายเสาเข็ม เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า สถานการณ์ตลาดเสาเข็มในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมายังคง
ชะลอตัวอย่างต่อเนื่องตามภาวะเศรษฐกิจ โดยช่วงเดือนกันยายนถึงตุลาคมบริษัทมียอดขายเสาเข็มลดลงจาก
ช่วงกลางปีประมาณ 25-30% จากเดิมขายได้เฉลี่ย 400 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ลดเหลือ 270-300 ลูกบาศก์เมตร
ต่อวัน และวิเคราะห์ว่าตลาดในช่วง 2 เดือนสุดท้ายน่าจะทรงๆ
อย่างไรก็ตาม สำหรับแนวโน้มภาพรวมตลาดเสาเข็มในปีหน้าประเมินว่าอาจชะลอตัวลงอีก เพราะ
คาดว่าภาวะเศรษฐกิจน่าจะได้รับผลกระทบต่อเนื่องจากวิกฤตเศรษฐกิจสหรัฐ ดังนั้นในธุรกิจเสาเข็ม สิ่ง
สำคัญที่ต้องดำเนินการในปีหน้าคือ 1) การลดค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะการลดความสูญเสียในกระบวนการผลิต
2) ต้องพยายามรักษาฐานลูกค้าเก่า
"ปัจจัยบวกที่พอมองเห็นตอนนี้คงเป็นราคาวัตถุดิบ อย่างเหล็กข้ออ้อยเริ่มลดลงตามราคาน้ำมัน
ยกเว้นเหล็กพีซีไวร์ (PC Wire) ที่ปัจจุบันยังต้องสั่งซื้อในราคาสูงคือประมาณ 46 บาทต่อกิโลกรัม เท่าที่
ทราบเป็นเพราะโรงงานเหล็กส่วนใหญ่ยังมีสต๊อกสินค้ารอขายอยู่ในมือจำนวนหนึ่งทำให้ราคาขายยังไม่
ปรับลงตามตลาดโลก อย่างไรก็ตามคาดว่าประมาณเดือนธันวาคมนี้เมื่อ สต๊อกเหล็กของโรงงานต่างๆ หมด
ลง ราคาเหล็กพีซีไวร์อาจปรับลดลงเหลือกว่า 30 บาทต่อกิโลกรัมในทันที"
รศ.ดร.พิชัย นิมิตยงสกุล นายกสมาคมคอนกรีตไทย กล่าวในทำนองเดียวกันว่า สถานการณ์
อุตสาหกรรมคอนกรีตผสมเสร็จในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมาชะลอตัวลงค่อนข้างมาก เนื่องจากนักธุรกิจนัก
ลงทุนไม่มั่นใจสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมือง จึงพากันชะลอการลงทุน
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผู้ประกอบการควรระมัดระวังคือการเลือกลูกค้าที่มีเครดิตการเงินดี เพราะเท่าที่
ทราบจากผู้ประกอบการเริ่มประสบปัญหาลูกค้าขอเลื่อนและผิดนัดชำระเงินเนื่องจากขาดสภาพคล่อง ซึ่งมี
ทั้ง ผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ถึงรายเล็ก>