การที่เราจะหาซื้อบ้านให้ได้ดังใจเรา ร้อยเปอร์เซ็นคงยาก หลายคนจึงตัดสินใจจะสร้างบ้าน เพื่อให้ได้บ้านที่ตรงตามจุดประสงค์ที่ต้องการ ซึ่งแหล่งที่มาของแบบบ้านก็มีหลายช่องทางด้วยกัน เรามีข้อดีข้อเสียของแต่ละแหล่งมาเล่าสู่กันฟัง
1. จ้างสถาปนิกและวิศวกรออกแบบบางคนอาจคิดว่า "ไม่เห็นจำเป็นต้องจ้างสถาปนิกและวิศวกรเพื่อออกแบบบ้าน แค่จ้างผู้รับเหมาที่รู้จักช่วยออกแบบให้ก็ได้แบบครบพร้อมก่อสร้าง แถมไม่คิดค่าออกแบบด้วย คุ้มกว่าเป็นไหน ๆ" อาจเป็นความคิดที่ไม่ผิด แต่ความสะดวกและประหยัดแบบนี้ก็อาจนำไปสู่ความลำบากและความสิ้นเปลืองในอนาคตได้ เพราะคุณต้องคุมงานด้วยตัวเอง คุมงบเอง ปรับหน้างานเอง เถียงกับผู้รับเหมาเอง ฯลฯ เปรียบได้กับชุดสูทที่สั่งตัดพิเศษย่อมพอดีตัวมากกว่าชุดสูทที่ซื้อแบบสำเร็จรูปนั่นเอง
บางคนอาจคิดว่า "ค่าจ้างสถาปนิกและวิศวกรแพงเกินไป ดูไม่คุ้มค่าเลย" แต่แท้จริงแล้วเงินไม่กี่เปอร์เซ็นต์ที่จ่ายให้สถาปนิกและวิศวกรเป็นส่วนที่คุ้มค่าหากเทียบกับปัญหาที่จะตามมาในภายหลังอย่างน้ำรั่ว ผนังร้าว หลังคาพัง ห้องแคบไป พื้นที่ไม่พอใช้ รวมไปถึงไม่มีการระบายอากาศที่ดี ทำให้ต้องคอยเรียกช่างมาซ่อมบ่อย ๆ ขณะที่การออกแบบที่ดีโดยสถาปนิกนั้น บางครั้งอาจไม่ต้องปรับปรุงต่อเติมเลย
2. แบบบ้านสำเร็จรูปจากหนังสือ เมื่อได้แบบมาพอเป็นไอเดียก็ต้องนำแบบมาให้สถาปนิกเขียนแบบและให้วิศวกรคำนวณโครงสร้างเพื่อก่อสร้างจริงอีกทั้งยังควรปรับขนาดการวางตำแหน่งและลักษณะของบ้านให้เหมาะสมกับที่ดินของเราด้วย วิธีนี้อาจช่วยประหยัดค่าออกแบบได้บางส่วน แต่สุดท้ายก็ต้องจ้างคนมาทำแบบใหม่ แบบจากหนังสืออาจเป็นเพียงแรงบันดาลใจในการไปคุยกับสถาปนิกว่าเราต้องการบ้านแบบไหน
3. แบบบ้านจาก อบต.หรือเขตทาง อบต.หรือเขตจะมีบริการขายแบบบ้านสำเร็จรูป แต่แบบที่ได้อาจยังไม่เหมาะที่จะสร้างในพื้นที่ของเรา จึงจำเป็นต้องมีการปรับแบบ (มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเล็กน้อย) เพื่อให้พอดีและเหมาะสมกับที่ดินของเรา วิธีการนี้จะสะดวกรวดเร็วในขั้นตอนของการขออนุญาตก่อสร้าง เมื่อขออนุญาตผ่านแล้วจึงดำเนินการหาผู้รับเหมาและก่อสร้างได้เลย
4. แบบบ้านจากบริษัทรับเหมาเบ็ด เสร็จ (Turn Key) บริษัทเหล่านี้จะให้บริการหลายรูปแบบแตกต่างกันไป แต่ส่วนใหญ่จะเป็นบริการที่ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงงานก่อสร้างแล้วเสร็จ บางบริษัทมีทีมนักออกแบบ ทีมวิศวกร และผู้เชี่ยวชาญครบ แต่บางบริษัทที่ไม่มีก็จะไปจ้างผู้เชี่ยวชาญอีกทอดหนึ่ง จึงเหมาะกับเจ้าของบ้านที่อาจไม่มีเวลาในการควบคุมและใส่ใจในการสร้างบ้านมากนัก เพราะบริษัทเหล่านี้จะช่วยให้งานเสร็จและจบลงได้ด้วยดี
ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์