นอกจากองค์ประกอบในส่วนโครงสร้างและสถาปัตยกรรมความสวยงามของบ้านแล้ว อุปกรณ์ประกอบต่างๆ ของตัวบ้านก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน วันนี้เราจะมาคุยกันในเรื่องของอุปกรณ์ประกอบที่มีความสำคัญอีกตัว ซึ่งหากไม่มีอุปกรณ์ประกอบตัวนี้แล้ว หากวันไหนน้ำประปาไม่ไหลเราจะคิดถึงเจ้าสิ่งนี้ขึ้นมาทันที เจ้าสิ่งนี้ก็คือถังเก็บน้ำนั่นเอง

จุดประสงค์ของถังเก็บน้ำมีไว้เพื่อเก็บน้ำสำรองไว้ใช้ยามฉุกเฉิน หากน้ำประปาไม่ไหลเรายังมีน้ำสำรองไว้ใช้
การคำนวณขนาดถังเก็บน้ำสามารถคำนวณได้ง่ายๆ จากปริมาณการใช้น้ำ ซึ่งทั่วไปกำหนดที่ 200 ลิตรต่อคนต่อวัน (สำหรับประเภทที่อยู่อาศัย ตึกแถว อาคารพาณิชย์) และทั่วไปจะคิดจำนวนผู้อยู่อาศัย 5 คนต่อบ้าน ดังนั้นหากต้องการเก็บน้ำสำรองไว้ใช้ 1 วัน ขนาดถังเก็บน้ำไม่ควรน้อยกว่า 200 ลิตรx5 คนx1 วัน ก็จะได้ถังขนาดเท่ากับ 1,000 ลิตร เป็นต้น
ถังเก็บน้ำในบ้านเราก็มีหลายประเภทหลายรูปแบบให้เลือกมากมาย หากจะแบ่งตามประเภทของการติดตั้งก็จะแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ
1.ถังเก็บน้ำบนดิน
2.ถังน้ำดีใต้ดิน

ข้อดีและข้อเสียของถังเก็บน้ำแต่ละประเภท
1.ถังเก็บน้ำบนดิน
ถังเก็บน้ำบนดินเป็นถังที่ติดตั้งอยู่เหนือพื้นดิน เหมาะกับบ้านที่มีพื้นที่เพียงพอในการวางถังเก็บน้ำ เช่น บริเวณหลังบ้าน หรือข้างบ้าน เป็นต้น ประเภทถังเก็บน้ำบนดินที่นิยมใช้กัน ได้แก่ ถังน้ำสเตนเลส และถังน้ำพลาสติก ติดตั้งโดยทำการลงเสาเข็มสั้นและเทฐานคอนกรีตเพื่อรองรับถังเก็บน้ำ
2.ถังเก็บน้ำใต้ดิน
ถังเก็บน้ำใต้ดินเป็นถังที่ติดตั้งอยู่ใต้พื้นดิน เหมาะกับบ้านที่มีพื้นที่จำกัด ไม่สามารถวางถังน้ำบนดินได้ ประเภทถังเก็บน้ำใต้ดินที่นิยมใช้กัน ได้แก่ ถังน้ำคอนกรีต และถังน้ำพลาสติกชนิดติดตั้งใต้ดิน ติดตั้งโดยทำการลงเสาเข็มสั้นและเทฐานคอนกรีตเพื่อรองรับถังเก็บน้ำ
ถังเก็บน้ำแต่ละประเภทต่างก็มีข้อดีและข้อเสียไม่เหมือนกัน การพิจารณาเลือกใช้ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของเจ้าของบ้านเป็นสำคัญ ทั้งนี้โดยอาจพิจารณาดูข้อดีและข้อเสียตามตารางที่แนบมาครับ>