เพราะว่าบ้าน คือพื้นที่ของความสุข ความอบอุ่น และความผ่อนคลาย ‘ธรรมชาติ’ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้การพักผ่อนในบ้าน มีความร่มเย็นเป็นสุข เติมชีวิตชีวาหลังผ่านวันที่อ่อนล้าท่ามกลางความวุ่นวายในเมืองใหญ่ ให้เราได้ฟื้นฟูกายใจ
เพราะว่าบ้าน คือพื้นที่ของความสุข ความอบอุ่น และความผ่อนคลาย ‘ธรรมชาติ’ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้การพักผ่อนในบ้าน มีความร่มเย็นเป็นสุข เติมชีวิตชีวาหลังผ่านวันที่อ่อนล้าท่ามกลางความวุ่นวายในเมืองใหญ่ ให้เราได้ฟื้นฟูกายใจ
แต่ในยุคที่เมืองเติบโตอย่างรวดเร็ว การอยู่บ้านในเมืองโดยที่ยังมีพื้นที่ธรรมชาติโอบล้อมนั้นเป็นเรื่องยาก จึงเห็นได้บ่อยๆ ว่าโครงการบ้านจัดสรรในเมืองส่วนใหญ่จะเน้นให้บ้านมีพื้นที่ใช้สอยเยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้ จนแทบไม่เหลือความร่มรื่นจากต้นไม้ใบหญ้าให้คนเมืองได้ผ่อนคลาย
สำหรับใครซึ่งยังต้องการบ้านที่มอบความสงบร่มรื่นท่ามกลางธรรมชาติ ควบคู่ไปกับทำเลของบ้านที่ยังตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง มีหนึ่งโครงการบ้านเดี่ยวที่ตอบโจทย์ทั้ง 2 ข้อนี้ได้อย่างลงตัว กับ ‘The Valor รามอินทรา 62’ บ้านเดี่ยวระดับ Luxury ที่รายล้อมด้วยพื้นที่สีเขียวทั้งในรั้วบ้านและทั่วพื้นที่ส่วนกลางของโครงการในแบบ Private Oasis
ความใกล้ชิดธรรมชาติของโครงการยังมาพร้อมกับความสงบและเป็นส่วนตัว ด้วยจำนวนบ้านเพียงแค่ 23 ครอบครัว โดยมอบความสะดวกสบายในการเชื่อมต่อชีวิตเมือง ด้วยที่ตั้งของโครงการซึ่งอยู่ใกล้ๆ รถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีรามอินทรา กม.9 รวมถึงทางด่วน เอกมัย - รามอินทรา กับวงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออก
เดอะ เวเลอร์ รามอินทรา 62 จะมีบรรยากาศที่ร่มรื่นน่าอยู่อย่างไรบ้าง บทความนี้ Home Buyers มีภาพความเขียวชอุ่มชวนผ่อนคลายของโครงการ มาฝากกันแล้วครับ
| ชื่อโครงการ : | เดอะ เวเลอร์ รามอินทรา 62 |
|---|---|
| บริษัท : | บริษัท วี พร๊อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด |
| ที่ตั้งโครงการ : | ซอยรามอินทรา 62 แขวงรามอินทรา เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร |
| พื้นที่โครงการ : | 7-3-33 ไร่ |
| จำนวนแปลงขาย : | 23 ยูนิต |
| รายละเอียดโครงการ : | บ้านเดี่ยว 2 ชั้นระดับ Luxury |
| พื้นที่ใช้สอย : | 220 - 282 ตร.ม. |
| พื้นที่ : | 62.4 - 90.60 ตร.ว. |
| ค่าส่วนกลาง : | 75 บาท / ตร.ว. / เดือน |
| ราคาเริ่มต้น : | 14.99 ล้านบาท* (ข้อมูล ณ เดือนพฤศจิกายน 2566) |
| โทร : | 1298 |
| เว็บไซต์ : | https://www.the-valor.com/ |

ก่อนไปชมภาพและรายละเอียดของ เดอะ เวเลอร์ รามอินทรา 62 เรามาบรีฟกันสั้นๆ ก่อนนะครับว่าโครงการนี้มีจุดเด่นที่น่าสนใจในเรื่องไหนบ้าง
บ้านเดี่ยวหรู Luxury ดีไซน์มีระดับ ในสไตล์ Timeless Elegance ที่ผสานความคลาสสิกและโมเดิร์นอย่างลงตัว พร้อมด้วยขนาดพื้นที่ใช้สอยกว้างขวางตั้งแต่ 220 - 282 ตร.ม. รองรับ 4 ห้องนอน
สังคม Private Oasis เอกสิทธิ์เป็นส่วนตัวเฉพาะสำหรับ 23 ครอบครัวเท่านั้น ท่ามกลางธรรมชาติร่มรื่นที่โอบล้อมอยู่รอบโครงการ ทั้งบริเวณสวนส่วนกลาง และตามถนนที่ปลูกต้นไม้ริมรั้วเต็มพื้นที่
ความสะดวกครบครัน มาพร้อม Facility ตอบโจทย์ความต้องการของครอบครัวคนเมือง คลับเฮาส์มี Co - Working Space สระว่ายน้ำ และฟิตเนส รวมถึงระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม.
เชื่อมต่อเมืองได้ง่าย อยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีชมพู รามอินทรา กม.9 รวมถึงเชื่อมต่อได้กับทางด่วน เอกมัย - รามอินทรา (ฉลองรัช) และวงแหวนรอบนอกฯ รายล้อมด้วยแหล่งไลฟ์สไตล์อย่างครบครัน

เมื่อมาถึงโครงการจะเจอกับซุ้มประตู Main Gate ขนาดใหญ่ ที่มาพร้อมกับดีไซน์เรียบหรูในสไตล์ Timeless Elegance และมีระบบรักษาความปลอดภัยที่แน่นหนาและทันสมัยตลอด 24 ชม. โดยทางเข้าออกจะเป็นประตูรั้วรางเลื่อนไฟฟ้า ควบคุมการเปิดปิดด้วยระบบ Access Card Control คู่กับกล้อง CCTV ที่คอบจับภาพป้ายทะเบียนรถของผู้มาติดต่อเพื่อเสริมความปลอดภัย ซึ่งนอกจากจะติดตั้งไว้ที่ซุ้ม Main Gate ก็ยังมี CCTV กระจายตัวอยู่ทั่วพื้นที่โครงการอีกด้วย

พอเข้ามาภายในจะพบกับความร่มรื่นของ Private Oasis ได้ทันที กับสวนส่วนกลางที่ถูกห้อมล้อมไว้ด้วยต้นไม้ใหญ่ซึ่งแตกกิ่งใบโดยสมบูรณ์ ต่างจากโครงการใหม่ส่วนมากที่แม้จะปลูกต้นไม้ใหญ่ไว้ในสวน แต่กว่าจะออกใบให้ร่มเงาได้เต็มที่ก็ต้องรอกันไม่ต่ำว่า 1 ปี
พื้นที่สวนตรงกลางจะมีถนนหลักทอดขนาบอยู่ทั้ง 2 ฝั่ง โดยกำหนดในเดินรถทางเดียวแบบ One - Way ซึ่งแต่ละฝั่งจะมีความกว้างมากถึง 9 ม. และที่สำคัญคือมีการปลูกไม้รั้วรวมถึงปูหญ้าบนพื้นทางเท้าเพื่อให้ความเขียวชอุ่มไว้ทั่วโครงการ ไม่ว่าจะขับรถออกมาจากซอยไหนก็จะสัมผัสกับพื้นที่สีเขียวได้อย่างร่มรื่นตามแนวคิด Private Oasis

สวนส่วนกลางอยู่ถัดจากซุ้มประตู Main Gate เป็นการออกแบบผังโครงการให้ผู้อยู่อาศัยทุกบ้านได้สัมผัสกับพื้นที่ธรรมชาติซึ่งรอต้อนรับอยู่ทุกครั้งเมื่อกลับมาถึงบ้าน ช่วยสร้างความผ่อนคลายหลังจากผ่านความเหนื่อยล้าของชีวิตในเมืองในแต่ละวัน

ริมรั้วหน้าบ้านและรั้วโครงการจะปลูกต้นไม้รั้วไว้แบบเต็มพื้นที่ เพื่อให้ทุกเวลาที่เราขับรถหรือเดินอยู่ในโครงการได้สัมผัสถึงพื้นที่สีเขียวซึ่งมอบความสดชื่นสบายตา นอกจากนี้ในสวนหน้าบ้านแต่ละหลังก็ยังมีการปลูกต้นไม้ใหญ่เอาไว้ เป็นการแบ่งปันธรรมชาติให้ทั้ง Community ได้รับความร่มรื่นโดยทั่วกัน

ภายในสวนส่วนกลางจะมีการปูหญ้าบนพื้นที่ลานกว้างและปลูกไม้ยืนต้นขนาดใหญ่รวมถึงพืชสวนเขตร้อนสไตล์ Tropical ล้อมรอบไว้ เมื่อเข้ามาเดินเล่นหรือทำกิจกรรมกับครอบครัวตรงกลางสวนจะสัมผัสได้ถึงความสงบร่มเย็นตลอดทั้งวัน โดยยังมีศาลา Pavilion ให้ได้นั่งพักผ่อนแบบใกล้ชิดกับธรรมชาติ

Pavilion ในสวนจะมีชุดโซฟาแบบ Outdoor ให้ได้นั่งพักผ่อนหรือพบปะพูดคุยกับเพื่อนบ้าน โดยดีไซน์ของ Pavilion ก็ยังคุมธีมความเป็น Timeless Elegance ไว้อย่างกลมกลืนกับสถาปัตยกรรมของซุ้ม Main Gate

คลับเฮาส์จะอยู่ในบริเวณเดียวกับสวนส่วนกลาง โดยตัวอาคารออกแบบในคอนเซปต์แบบ Glass House ที่รายล้อมด้วยต้นไม้โดยรอบ เพื่อเปิดรับวิวพื้นที่สีเขียวเข้ามาภายในพื้นที่ Co - Working Space ซึ่งมีผนังเป็นกระจกขนาดใหญ่
โซนกลางแจ้งของคลับเฮาส์เป็นสระว่ายน้ำระบบเกลือ แยกสระเด็กกับผู้ใหญ่ โดยมีความกว้าง 16 ม. ใช้ว่ายน้ำออกกำลังกายเบาๆ ได้ โดยถ้าต้องการ Exercise อย่างเต็มที่ ในคลับเฮาส์ก็ยังมีห้องฟิตเนสหรู ซึ่งมาพร้อมกับอุปกรณ์ออกกำลังกายระดับพรีเมียมที่ทั้งครบครันและทันสมัยที่สุดจากแบรนด์ Technogym ให้ได้ใช้งาน

สระว่ายน้ำมีการปลูกต้นไม้น้อยใหญ่ไว้โดยรอบพื้นที่ เพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวจากสายตาภายนอกเมื่อใช้งานอยู่ที่สระว่ายน้ำ ส่วนมุมสระเด็กก็มีการก่อขอบกั้นพื้นที่จากสระผู้ใหญ่ไว้อย่างรัดกุม โดยอยู่ติดกับที่นั่งริมสระเพื่อให้ผู้ปกครองดูแลเด็กๆ ได้อย่างใกล้ชิด

เดอะ เวเลอร์ รามอินทรา 62 มีบ้านเดี่ยวให้เลือก 2 แบบ โดยแบบแรกที่เราจะพาไปชมบ้านตัวอย่างกัน คือบ้าน Vantage บ้านเดี่ยว 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 282 ตร.ม. มีขนาดที่ดินเริ่มต้น 85 ตร.ว. เป็นต้นไป มาพร้อมฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ ซึ่งได้เดินระบบรองรับอุปกรณ์ EV Charger รวมถึงประตูรั้วไฟฟ้าไว้ให้สามารถติดตั้งได้ง่ายๆ
ดีไซน์ของตัวบ้านมาในสไตล์ Modern Elegance ที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมแบบโมเดิร์นกับความคลาสสิกเข้าด้วยกันอย่างลงตัว โดดเด่นด้วยซุ้มโค้งของฟาซาดหน้าบ้านซึ่งเป็นการดึง Element ของสถาปัตยกรรมคลาสสิกจากยุค Colonial มา Reconstruct ใหม่ให้มีความเรียบง่าย ดูทันสมัย รวมถึงเลือกใช้โทนสีธรรมชาติแบบ Earth Tone มาสร้างความนุ่มนวลสบายตา สอดรับกับพื้นที่สีเขียวรอบตัวบ้านได้อย่างกลมกลืน

นอกจากไม้รั้วที่ปลูกอยู่รอบตัวบ้านตามที่เราได้เห็นไปก่อนหน้านี้ ภายในเขตรั้วบ้านก็ยังมีพื้นที่ให้เลือกจัดสวนได้ตามความชอบ โดยบ้านมาตรฐานที่โครงการจะมีการปูหญ้าและปลูกต้นไม้ใหญ่ไว้ให้ในจำนวนที่ต่างกันไปตามขนาดของแปลงที่ดิน โดยโซนหน้าบ้านจะมีพื้นที่สวนกว้างเป็นพิเศษ เพื่อให้ฟังก์ชัน Living Area กับ Dining Area ภายในบ้านสามารถเปิดรับธรรมชาติได้เต็มที่ และมีความเป็นส่วนตัวจากสายตาของภายนอกบ้าน

เมื่อเข้ามาในบ้านทางฝั่งประตูใหญ่ที่อยู่ติดกับสวน จะเจอกับ Living Area ซึ่งมีความหรูหราเป็นพิเศษด้วยโถงเพดานแบบ Double Volume ซึ่งสูงถึง 6.30 ม. เชื่อมต่อขึ้นไปถึงชั้น 2 สร้างความโปร่ง โล่ง เปิดรับแสงธรรมชาติ เหมาะกับการติดโคมไฟระย้าเพื่อสร้างบรรยากาศ Luxury
Living Area มีพื้นที่กว้างขวาง รองรับชุดโซฟาขนาดใหญ่ และวางแปลนแบบ Open Space เชื่อมต่อกับ Dining Area เพื่อสร้างความปลอดโปร่งในบ้านให้ฟังก์ชันต่างๆ Connect ถึงกันได้สะดวก

Living Area จะเชื่อมต่อกับพื้นที่ 2 ส่วน คือ Dining Area และห้องนอนชั้นล่าง โดยมุมทานอาหารนั้นมีความกว้างขวาง รองรับโต๊ะขนาด 8 - 10 ที่นั่งได้เลยทีเดียว ที่สำคัญยังอยู่ติดกับประตูกระจกซึ่งเปิดรับวิวสวนหน้าบ้านเข้ามาเพิ่มความปลอดโปร่งและสดชื่นให้กับพื้นที่ภายในบ้าน
ส่วนห้องนอนชั้นล่างนั้นสามารถปรับฟังก์ชันการใช้งานได้อย่างอเนกประสงค์ตามความต้องการของครอบครัว โดยบ้านตัวอย่างตกแต่งเป็นห้องทำงานและมุมอ่านหนังสือ ซึ่งมาพร้อมกับห้องน้ำในตัว เพื่อรองรับการปรับเป็นห้องนอน โดยเฉพาะสำหรับครอบครัวที่มีผู้สูงวัยอาศัยอยู่ด้วย

ต่อจากพื้นที่โซน Living Area และ Dining Area จะเป็นมุมครัวแบบเปิดสไตล์ Western Kitchen ที่จะอยู่ใกล้กับประตูทางเข้าออกบ้านฝั่งโรงจอดรถ โดยพื้นที่จุดนี้ก็มีขนาดกว้างขวาง รองรับชุดครัวเคาน์เตอร์รูปตัว I ขนานกับเคาน์เตอร์ไอร์แลนด์ได้อย่างลงตัวตามแบบบ้านตัวอย่าง และถัดไปทางฝั่งหลังบ้านก็ยังมีห้องครัวไทยแบบปิดแยกโซนไว้อย่างเป็นสัดส่วนเพื่อรองรับการทำอาหารหนักๆ

เมื่อขึ้นมาบนชั้น 2 ของบ้านจะเจอกับโถงกลางซึ่งเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ บรรยากาศปลอดโปร่ง มีการตกแต่งบ้านตัวอย่างเป็น Family Area หรือมุมนั่งเล่นสำหรับครอบครัวไว้ให้ดูเป็นไอเดีย โดยมุมนี้จะมีระเบียงเชื่อมต่อกับช่องเปิดของโถง Double Volume ที่สูงขึ้นมาจากชั้น 1 รวมถึงได้รับความปลอดโปร่งจากหน้าต่างและประตูบานใหญ่ที่เปิดรับแสงธรรมชาติภายนอกบ้าน

ชั้น 2 มี Master Bedroom เป็นห้องนอนขนาดใหญ่ แบ่งฟังก์ชันการใช้งานอย่างลงตัว โซนที่นอนนั้นรองรับเตียงใหญ่ 6 ฟุตได้แบบสบายๆ ซึ่งจะอยู่ติดกับประตูกระจกบานใหญ่ที่เชื่อมต่อออกไปยังระเบียงหน้าบ้าน ภายในห้องจึงเปิดรับทั้งแสงธรรมชาติและบรรยากาศพื้นที่สีเขียวจากภายนอกเข้ามาได้เต็มที่
ภายในห้องยังแบ่งฟังก์ชันมุมแต่งตัวแบบ Walk - in Closet ได้พื้นที่กว้างขวาง บิลต์อินตู้เสื้อผ้ากับโต๊ะแป้งได้จุใจสายแฟชั่น และที่สำคัญคือมีห้องน้ำในตัวที่มาพร้อมกับเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าแบบ His & Her รวมถึงอ่างอาบน้ำและ Shower Box

บนชั้น 2 ยังมีห้องนอนขนาดใหญ่รองลงมาจาก Master Bedroom อยู่อีก 2 ห้อง โดยทั้ง 2 ห้องมาพร้อมกับห้องน้ำในตัว รวมทั้งสามารถรองรับเตียงไซส์ 5 - 6 ฟุต กับตู้เสื้อผ้า โต๊ะแป้ง และชั้นวางทีวีได้อย่างลงตัว ตอบโจทย์ครอบครัวที่มีสมาชิก 4 - 5 คน

บ้านอีกแบบที่มีให้เลือกอยู่ในโครงการ เดอะ เวเลอร์ รามอินทรา 62 คือบ้าน Virage บ้านเดี่ยว 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 220 ตร.ม. ขนาดที่ดินเริ่มต้น 62.4 ตร.ว. ซึ่งมาพร้อมกับฟังก์ชัน 3 ห้องนอน 1 ห้องอเนกประสงค์ 4 ห้องน้ำ และจอดรถได้ 2 คัน
เราพูดถึงเรื่องความสวยงามของดีไซน์บ้านกันไปแล้ว คราวนี้มาว่ากันด้วยเรื่องการออกแบบที่มีผลดีต่อการอยู่อาศัยและประโยชน์ใช้สอยกันบ้าง โดยบ้านทุกหลังในโครงการถูกวางแปลนให้หันหน้ารับลมทางทิศเหนือหรือใต้ ซึ่งเป็นทิศทางที่ลมพัดผ่านตลอดปี ช่วยให้อากาศถ่ายเทได้ดี รวมถึงไม่ถูกแสงแดดส่องเข้าในบ้านโดยตรง เป็นการช่วยลดความร้อน นอกจากนี้ยังเห็นได้ว่าโดยรอบตัวบ้านมีการออกแบบให้ช่องเปิดของทั้งประตูและหน้าต่างมีขนาดที่กว้างใหญ่เป็นพิเศษ เพื่อให้บรรยากาศในบ้านมีความ โปร่ง โล่ง เปิดรับแสงธรรมชาติรวมถึงวิวพื้นที่สีเขียวโดยรอบตัวบ้าน
อีกจุดที่น่าสนใจคือโครงสร้างผนังบ้านที่เป็นการก่ออิฐฉาบปูน ซึ่งไม่เพียงแค่ให้ความแข็งแรงและระบายความร้อนได้ดี แต่ยังสามารถ ทุบ ตอก เจาะ เพื่อต่อเติมหรือปรับเปลี่ยนฟังก์ชันบ้านได้ง่าย รองรับความต้องการที่หลากหลายของผู้อยู่อาศัย ซึ่งบ้านตัวอย่างหลังนี้ก็มีการปรับฟังก์ชันบางจุดให้เราได้ดูเป็นไอเดียเช่นกัน

เฉลียงหน้าประตูทางเข้าบ้านมีความกว้างขวาง เชื่อมต่อกับสวนหน้าบ้านและสวนข้างบ้านที่ปลูกต้นไม้ใหญ่ไว้อย่างร่มรื่น

ขนาดพื้นที่ของบ้านแต่ละแปลงจะแตกต่างกันออกไป โดยแบบบ้าน Virage จะเริ่มต้นที่ 62.4 ตร.ว. ส่วนแบบ Vantage เริ่มที่ 85 ตร.ว. ซึ่งแปลงบ้านตัวอย่างหลังนี้อยู่มุมซอยพอดี จึงได้พื้นที่สวนข้างบ้านที่กว้างขวาง โครงการลงไม้ยืนต้นไว้ให้เป็นจำนวนมาก

เข้ามาในบ้านจะเจอกับ Living Area เป็นโซนแรก โดยแบบบ้านนี้ก็ยังมีโถงเพดานสูงแบบ Double Volume 6.30 ม. เช่นกัน ซึ่งจะเห็นได้ถึงความปลอดโปร่งจากการมีช่องเปิดขนาดใหญ่ รับแสงและวิวพื้นที่สีเขียวเข้ามาภายใน รวมถึงสามารถแบ่งพื้นที่เป็นทั้งฟังก์ชันมุมนั่งเล่น ทานอาหาร ไปจนถึงติดตั้งเคาน์เตอร์ Pantry นอกจากนี้ห้องอเนกประสงค์ที่อยู่ติดกันก็ยังสามารถเลือกใช้งานได้อย่างหลากหลาย โดยบ้านตัวอย่างนำประตูที่กั้นห้องไว้ออกไป แล้วปรับห้องให้กลายเป็น Dining Area ที่เชื่อมต่ออยู่กับ Living Area

ขึ้นมาบนชั้น 2 จะเจอกับโถง Multipurpose เป็นมุมอเนกประสงค์บนชั้น 2 ที่อยู่ติดกับระเบียงโถง Double Volume ซึ่งให้บรรยากาศที่ปลอดโปร่ง เชื่อมต่อกับพื้นที่สีเขียวภายนอกบ้านผ่านหน้าต่างขนาดใหญ่ โดยสามารถปรับการใช้งานมุมนี้ได้อย่างหลากหลายตามไลฟ์สไตล์ครอบครัว

ชั้น 2 ของบ้านจะมี 3 ห้องนอน โดย Master Bedroom จะเป็นห้องนอนขนาดใหญ่ที่สุด ซึ่งอยู่ติดกับระเบียงทางฝั่งหน้าบ้าน โดยมีห้องนอน 3 อยู่ติดกัน บ้านตัวอย่างได้ทุบผนังรวมฟังก์ชันเป็นห้องนอนใหญ่พิเศษ โดยปรับพื้นที่ห้องนอน 3 ให้กลายเป็น Walk - in Closet แล้วมาใช้มุมแต่งตัวของห้อง Master Bedroom เป็นมุมทำงานแทน เป็นตัวอย่างถึงความยืดหยุ่นของฟังก์ชันบ้านที่รองรับการปรับเปลี่ยนได้ตามไลฟ์สไตล์ของครอบครัวผู้อยู่อาศัย

บ้านตัวอย่างยังมีห้องนอน 2 ให้เห็นถึงขนาดและฟังก์ชันการใช้งาน โดยห้องนี้จะมีช่องเปิดเชื่อมต่อกับโถง Double Volume และมีห้องน้ำในตัว พื้นที่ของห้องรองรับทั้งเตียง 5 - 6 ฟุต รวมถึงตู้เสื้อผ้า โต๊ะแป้ง และชั้นวางทีวีได้อย่างลงตัว

เดอะ เวเลอร์ รามอินทรา 62 ตั้งอยู่ใน ซ.รามอินทรา 62 เข้าไปเพียงไม่กี่เมตรจากปากซอยที่อยู่ติดกับ ถ.รามอินทรา โดยยังสามารถทะลุออกไปยัง ถ.รัชดา - รามอินทรา ได้อีกด้วย และใกล้ๆ กับที่ตั้งของโครงการยังเชื่อมต่อทั้ง ถ.นวมินทร์, ถ.ประเสริญมนูญกิจ (เกษตร - นวมินทร์) และ ถ.ประดิษฐ์มนูธรรม (เลียบด่วนฯ รามอินทรา) ซึ่งเป็นทำเลเมืองฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ ที่พัฒนาความเจริญมาอย่างต่อเนื่อง รายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันสำหรับชีวิตครอบครัว
นอกจากเชื่อมต่อถนนหลักได้หลายสาย โครงการยังอยู่ใกล้กับทางด่วน เอกมัย - รามอินทรา (ทางพิเศษฉลองรัช) ซึ่งเป็นเส้นทางที่รวดเร็วในการเชื่อมต่อเข้าสู่ตัวเมืองโซน CBD อีกทั้งยังมีวงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออก (ถ.กาญจนาภิเษก) เป็นเส้นทางที่ช่วยให้การเดินทางไปชานเมืองโซนบางนา ลาดกระบัง และสนามบินสุวรรณภูมิ มีความสะดวก ตอบโจทย์ผู้ที่มีธุรกิจอยู่ในพื้นที่โซนดังกล่าว
ที่สำคัญมูลค่าของทำเลรามอินทราในอนาคตก็ยังมีศักยภาพที่จะพัฒนาไปได้อีกไกล เพราะกำลังจะมีรถไฟฟ้าสายสีชมพูทอดผ่านขนานไปตลอดแนว ถ.รามอินทรา โดยสถานีที่อยู่ใกล้กับโครงการที่สุดคือสถานีรามอินทรา กม. 9 เป็นอีกตัวเลือกในการเดินทางเข้าเมืองที่สะดวก และมีส่วนช่วยดึงดูดความเจริญเข้ามาสู่พื้นที่รอบโครงการ
เฉพาะในปัจจุบัน ใกล้ๆ กับโครงการ เดอะ เวเลอร์ รามอินทรา 62 ก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกจำนวนมากพร้อมรองรับความต้องการของครอบครัว ตั้งแต่ศูนย์การค้าที่มีทั้ง แฟชั่นไอส์แลนด์, เดอะ พรอมานาด, อีสพาร์ค รามอินทรา, เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสวิลล์ และ เซ็นทรัล รามอินทรา เป็นตัวเลือกในการช็อปปิ้งและแฮงเอาต์ใกล้บ้าน นอกจากนี้ยังรายล้อมด้วยสถานพยาบาลชั้นนำอีกหลายแห่ง
อาทิ รพ.สินแพทย์ รามอินทรา, รพ.อินทรารัตน์ และ รพ.พญาไท นวมินทร์ ช่วยให้อุ่นใจในเรื่องการดูแลสุขภาพของครอบครัว หรือสำหรับบ้านไหนที่มีสมาชิกครอบครัวกำลังอยู่ในวัยเรียน ก็ยังมีสถานศึกษาชื่อดังอีกหลายแห่งพร้อมเป็นตัวเลือกในการรับส่งเด็กๆ ไปเรียนใกล้บ้าน เช่น รร.นานาชาติกีรพัฒน์, รร.นานาชาติจีน, รร.บดินทรเดชา 2, รร.เลิศหล้า เกษตร - นวมินทร์ รวมถึง รร.สตรีวิทยา 2

The Valor รามอินทรา 62 มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 14.99 ล้านบาท* พร้อมข้อเสนอพิเศษ ส่วนลดและของแถมอีกหลายรายการ ใครที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือนัดหมายเข้าไปเยี่ยมชมโครงการแบบ Exclusive ได้ที่เบอร์ 1298 หรือเว็บไซต์ www.the-valor.com
แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
-
เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย