
การเลือก วัสดุปูพื้นบ้าน เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญในการตกแต่งบ้านหรือคอนโด เพราะจำเป็นต้องเลือกให้ถูกใจและเหมาะแก่การใช้งานตามความเหมาะสมของแต่ละคน ดังนั้นการใส่ใจรายละเอียดเล็กน้อยทั้งคุณสมบัติ ความเข้ากัน และราคาคือสิ่งสำคัญ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรละเลยอย่างยิ่ง เพราะบรรยากาศภายในห้องและการใช้งานจะเป็นแบบไหนขึ้นอยู่กับการเลือกวัสดุปูพื้นห้องนี่ล่ะ ที่สำคัญวัสดุปูพื้นในปัจจุบันนี้มีมากมายหลายประเภท แต่ละประเภทยังแบ่งได้อีกหลายแบบ Home Buyers จะพามาดูกันว่า ประเภทและวัสดุปูพื้นยอดนิยมในงานบ้านและคอนโด มีแบบไหนบ้าง ตามมาดูกันเลย!
พื้นไม้จริง

ด้วยลวดลายของไม้จริง ๆ ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ส่งผลให้ พื้นไม้จริง เป็นวัสดุที่ให้ความสวยงามมากที่สุดประเภทนึง บวกกับการให้ความรู้สึกในการสัมผัสที่ดี ไม้จริงจึงเป็นที่นิยมมาอย่างยาวนาน แต่พื้นไม้จริงก็มีจ้ข้อเสียตรงที่ราคาแพง อาจเกิดปลวกได้ถ้าไม่ดูแลให้ดี ยืดหดได้ตามสภาพอากาศ ไม่ทนไฟและกันไฟลามไม่ได้ ดังนั้นก่อนเลือกใช้เราต้องดูความพร้อมของเราเองว่าสามารถดูแลได้ไหม เวลาติดตั้งก็ต้องใส่ใจในเรื่องนี้เป็นพิเศษด้วย
พื้นไม้ลามิเนต

พื้นไม้ลามิเนต ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะค่อนข้างคล้ายกับไม้จริง คือ มีไม้เป็นส่วนประกอบในบางส่วน จากขั้นตอนการผลิตผ่านการนำเศษไม้หรือผงไม้บดมาทำการบีบอัดแล้วผสมสารสังเคราะห์ต่าง ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความทนทาน จนได้เป็นแผ่นไม้แบบที่เราเห็นกัน ทั้งยังมีความทนทาน น้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย สะดวก รวดเร็ว และมีอายุการใช้งานเฉลี่ยถึง 10-15 ปีเลยทีเดียว สีและลวดลายยังหลากหลายอีกด้วย แต่ก็มีข้อเสียตรงที่เป็นรอยง่าย ใช้ได้แค่ภายในอาคาร อาจมีปลวกและความชื้น การทำความสะอาดก็ต้องใส่ใจไม่ลงแว๊กซ์ น้ำยาขัดเงา หรือน้ำยาที่มีสบู่เป็นส่วนประกอบ เป็นต้น
พื้นเอนจิเนียร์ริ่งวูด

พื้นเอ็นจิเนียร์ริ่งวูด เป็นพื้นไม้ที่มีลักษณะ รูปทรง และการใช้งานคล้ายคลึงกับไม้จริงมากที่สุด แต่มีโครงสร้างเลเยอร์มากกว่า 1 ชั้น ผ่านการนำผิวหน้าไม้จริงที่ต้องการมาประกบกับไม้ชนิดอื่น ๆ ที่มีความแข็งแรง เช่น ไม้อัด ไม้ยางพารา และไม้สน เป็นต้น ซึ่งวิธีการเช่นนี้จะทำให้ไม้เอ็นจิเนียร์ฯ บิด งอ และแก้ปัญหาการยืดขยายตัวของไม้ผิวหน้าได้ดีกว่าไม้จริงค่ะ แต่มีข้อเสียตรงที่ราคาค่อนข้างสูง ทนน้ำและความชื้นน้อย สามารถขัดผิวหน้าไม้ได้เพียง 1-2 ครั้งเท่านั้น
พื้นหินอ่อนหรือหินแกรนิต

พื้นหินอ่อนและหินแกรนิต เป็นวัตถุดิบที่ได้จากกระบวนการทางธรรมชาติ ทำให้บรรยากาศของบ้านมีความหรูหรา ดูมีระดับ แถมยังมีลวดลายสวยงาม อย่างไรก็ตามตัวหินแกรนิตจะมีความแข็งแรง และทนต่อรอยขีดข่วนมากกว่าหินอ่อน ส่วนหินอ่อนจะให้ความรู้สึกหรูหรามากกว่าหินแกรนิต โดยส่วนมากนิยมใช้หินอ่อนและหินแกรนิตปูพื้นภายในอาคาร เพราะมีเวลาใช้งานยาวนานกว่า 10 ปีเลยค่ะ แต่ในปัจจุบันการใช้หินอ่อนได้รับความนิยมน้อยลง เพราะมีวัสดุอื่นทดแทนที่มีคุณสมบัติเทียบเท่าหรือใกล้เคียงกันในราคาที่ถูกกว่านั่นเอง
พื้นไม้พลาสติกคอมโพสิต

พื้นไม้พลาสติกคอมโพสิตหรือ WPC เป็นวัสดุปูพื้นที่มีส่วนผสมทั้งของไม้จริงและพลาสติก มีอายุใช้งานประมาณ 10 ปี โดยส่วนใหญ่จะถูกนำไปใช้ในงานปูพื้นภายนอก เช่น ทางเดินในสวน ระเบียงภายนอก หรือปูพื้นรอบสระว่ายน้ำ เพราะพื้นไม้แบบ WPC สามารถทนแดด ทนฝน แข็งแรง ทนทาน อีกทั้งยังราคาไม่แพงด้วย แต่ก็มีข้อควรระวังก่อนเลือกซื้อ คือควรดูว่าเป็น WPC ที่มีส่วนผสมของพลาสติกประเภทไหน ถ้าเป็น PVC จะไม่เหมาะสำหรับงานภายนอก ควรเป็น PP และ PE จะเหมาะสมกว่า
พื้นกระเบื้องเซรามิค

โดยทั่วไปแล้ว กระเบื้องเซรามิก จะแบ่งตามการใช้งานเป็นแบบปูพื้น และแบบกรุผนัง นอกจากนั้นยังแบ่งตามผิวเคลือบได้อีก 2 ชนิด คือชนิดเคลือบผิวมัน (Glossy) และผิวธรรมดา (Matt) ซึ่งแบบผิวธรรมดาก็ยังแบ่งเป็นกระเบื้องผิวไม่หยาบ (Satin) และผิวหยาบ (Rustic) อีกด้วย เรียกว่าหลายแบบหลายประเภทจริง ๆ แต่อย่างไรก็ดีกระเบื้องเซรามิกจะให้สีสัน ลวดลาย การใช้งานที่หลากหลาย และทำมาจากส่วนประกอบจากวัตถุดิบธรรมชาติ เช่น ดิน หิน หรือแร่ต่าง ๆ เป็นหลัก บวกกับอายุการใช้งานยาวนานเฉลี่ยมากกว่า 15 ปีขึ้นไป สามารถใช้ได้ทั้งงานภายในและภายนอกอาคาร ก็ทำให้พื้นกระเบื้องเซรามิคได้รับความนิยมค่อนข้างมากเลย
พื้นกระเบื้องแกรนิตโต้

กระเบื้องแกรนิตโต้ เป็นกระเบื้องเซรามิคชนิดหนึ่งที่ใช้ผงหินแกรนิตเป็นส่วนผสมหลัก จึงมีความแข็งแรงเทียบเท่าหินแกรนิต ทนต่อการขีดข่วน มีแพทเทิร์นและขนาดให้เลือกใช้หลายแบบ ส่งผลให้กระเบื้องชนิดนี้แข็งแกร่งกว่ากระเบื้องเซรามิคชนิดอื่น ๆ ปัจจุบันจึงได้รับความนิยมค่อนข้างมากเลยค่ะ เพราะสามารถใช้งานได้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร แต่ก็มีข้อเสียตรงที่หากโดนน้ำจะลื่นกว่าวัสดุอื่น ๆ แถมค่าปูกระเบื้องยังแพงด้วย
พื้นกระเบื้องยางหรือไวนิล

กระเบื้องยาง เป็นวัสดุที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ (ยางพารา) และวัสดุสังเคราะห์อย่างโพลีเมอร์ (ไวนิล พีวีซี และ โพลียูรีเทน เป็นต้น) ทำให้เกิดสีสันใกล้เคียงกับธรรมชาติ และเป็นวัสดุปูพื้นที่ราคาเป็นมิตร ดูแลรักษาง่าย ทนความชื้น มีอายุใช้งานประมาณ 10 - 15 ปี นอกจากนี้จุดเด่นของกระเบื้องยางก็คือติดตั้งสะดวก มีระบบคลิ๊กล็อคและแผ่นกาวในตัว จึงติดตั้งง่าย ถอดง่าย และรื้อง่าย สามารถรียูสและนำกระเบื้องไปใช้ในพื้นที่บริเวณอื่นได้ แต่มีข้อเสียนะคะ คือเป็นรอยง่าย ไม่ทนกรด ด่าง และสารเคมีบางประเภท เวลาทำความสะอาดก็ต้องดูจุดนี้ด้วย
จากข้อมูลที่นำมาฝากนี้ทำให้เห็นเลยว่า ประเภทและวัสดุปูพื้นยอดนิยมในงานบ้านและคอนโด มีหลายแบบหลายประเภทจริง ๆ ทั้งยังมีราคาและข้อดี-ข้อเสียต่างกันไป เวลาเลือกใช้งานจึงต้องดูความต้องการ ความเหมาะสม และราคาที่เราไหวด้วยนะคะ ไม่ใช่ตรงนี้อยากให้ติดตั้งก็ต้องติดตั้งเลย มันต้องดูก่อนว่าบริเวณนั้นควรใช้วัสดุปูพื้นแบบไหนถึงจะเหมาะสมที่สุด เพื่อจะได้ไม่ต้องมาปวดหัวตามแก้ไขทีหลังค่า
Credit : https://www.wazzadu.com/article/3226, https://www.infinitydesign.in.th/วัสดุปูพื้นแบบไหนกัน-ที่เหมาะกับห้อง
คุณ/49741