ในปี 2568 แนวโน้มราคาที่ดินทั่วประเทศจะปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นจากปี 2567 ประมาณ 5-10% สาเหตุมาจากการขยายตัวของเมือง และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งการคมนาคม และศูนย์การค้า ทำให้มีความต้องการที่ดินในการพัฒนาที่อยู่อาศัยและสิ่งก่อสร้างต่างๆ โดยเฉพาะในทำเลกรุงเทพฯ และปริมณฑล

ทำเลที่ได้รับความสนใจและมีการปรับราคาสูงขึ้นเป็นพิเศษ แน่นอนว่าเป็นทำเลที่อยู่ตามแนวรถไฟฟ้า ทั้งสายปัจจุบันที่เปิดให้บริการอยู่แล้ว และแนวรถไฟฟ้าสายใหม่ที่เป็นส่วนต่อขยาย รวมทั้งเส้นทางที่จะเปิดให้บริการในอนาคตด้วย
มาดูกันว่า 5 อันดับราคาที่ดินสูงที่สุดในกรุงเทพฯ คือ ที่ไหน? (ราคาซื้อขายในปี 2567)
1. ถนนชิดลม-เพลินจิต ราคา 3,750,000 บาท/ ตร.ว.
2. ถนนวิทยุ 3,100,000 บาท/ ตร.ว.
3. ถนนสุขุมวิทตอนต้น 2,940,000 บาท/ ตร.ว.
4. ถนนสุขุมวิท 21-อโศก 2,730,000 บาท/ ตร.ว.
5. ถนนสีลม 2,700,000 บาท/ ตร.ว.
ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการปรับราคาที่ดินในแต่ละทำเล ได้แก่ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ เช่น ถนน, รถไฟฟ้า และการพัฒนาสิ่งก่อสร้างของเอกชนที่ผลักดันให้ศักยภาพของทำเลเพิ่มมากขึ้น เช่น ศูนย์การค้าขนาดใหญ่, โรงเรียน และโรงพยาบาล เป็นต้น
ที่มา : บริษัท โปรสเปค แอพเพรซัล จำกัด บริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สิน และที่ดิน
นอกจากนี้ยังมีข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ มีรายงานดัชนีราคาที่ดินเปล่าก่อนการพัฒนาในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ช่วงไตรมาสที่ 4 ปี 2567 ว่าเพิ่ม 1.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มในอัตราที่ชะลอตัว ซึ่งเป็นผลมาจากการชะลอตัวพัฒนาอสังหาฯ ตามสถานการณ์เศรษฐกิจที่มีผู้ประกอบการบางส่วนระมัดระวังในการตัดสินใจซื้อที่ดิน และส่งผลให้ความต้องการซื้อขายที่ดินเปล่าในกรุงเทพฯ และปริมณฑลชะลอลง และทำให้ราคาที่ดินเปล่าปรับตัวเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอตัวลงเช่นกัน
5 อันดับทำเลที่ราคาที่ดินปรับตัวสูงขึ้น
1. นครปฐม เพิ่มขึ้น 59.6%
2. สมุทรสาคร เพิ่มขึ้น 44.2%
3. ปทุมธานี-ลาดหลุมแก้ว-สามโคก เพิ่มขึ้น 27.3%
4. จตุจักร-ห้วยขวาง-ยานนาวา-วัฒนา-คลองเตย-พญาไท-บางคอแหลม -ป้อมปราบศัตรูพ่าย-บางซื่อ-ดินแดง-ราชเทวี และบางรัก เพิ่มขึ้น 16.4%
5. บางเขน-สายไหม-ดอนเมือง-หลักสี่-มีนบุรี-หนองจอก-คลองสามวา-ลาดกระบัง เพิ่มขึ้น 1.2%