
หลายคนในยุคปัจจุบันนี้นั้นไม่ได้มีเเค่อาชีพเดียวอีกต่อไปแล้ว บางคนอาจทำงานประจำ พอกลับบ้านก็ไปเป็นเเม่ค้าออนไลน์ในเว็บ หลากหลายรูปแบบการดำเนินชีวิต เพราะรายจ่ายที่สูงขึ้นมากกว่ารายรับ ดังนั้นการเมคมันนี่ให้มากขึ้นจึงเป็นอีกทางเลือกที่หลายคนเลือก
การยื่นขอสินเชื่อก็เหมือนกัน งานประจำที่ทำอยู่มันอาจไม่พอถ้ากินจะยื่นขอสินเชื่อ ทำให้บางธนาคารมักจะอนุโลมให้นำรายได้อื่นๆเข้ามาใช้คำนวณประกอบการยื่นกู้ได้ แต่ในทางปฏิบัติแต่ละธนาคารก็มีนิยามของคำว่า "รายได้เสริม" ไม่เหมือนกัน เช่น บางธนาคารก็ไม่นำรายได้เสริมมาคำนวณเป็นรายได้ หรือบางธนาคารคำนวณแค่ครึ่งเดียว

วันนี้เรามีคำตอบมาให้ดูกันชัดๆ ว่ารายได้เสริมประเภทไหนที่นำมายื่นกู้ได้และต้องเตรียมตัวอย่างไรกันบ้าง?
- รายได้เสริมที่จะสามารถนำไปแสดงเป็นหลักฐานเพื่อยื่นกู้กับธนาคารได้นั้น จะต้องเป็นรายได้เสริมแบบประจำสม่ำเสมอ เช่นเดียวกับรายได้ประจำที่รับเป็นเงินเดือนเท่าๆ กันทุกเดือน ดังนั้นหากใครที่มีรายได้เสริมแบบได้รับเป็นบางเดือน หรือได้บ้างไม่ได้บ้าง ก็อาจจะเป็นเรื่องยากที่ธนาคารจะนำรายได้ในส่วนนี้ไปพิจารณาการยื่นกู้ซื้อบ้าน
- รายได้เสริมจากการทำธุรกิจส่วนตัว เช่น ขายของออนไลน์ ขายเสื้อผ้าหรือขายรองเท้า กระเป๋า ก็ต้องมีการเดินบัญชี (Statement) ผ่านบัญชีธนาคารด้วย และควรจะต้องมีเอกสารที่เป็นทะเบียนการค้า หรือทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์มายื่นแสดงให้ธนาคารสำหรับกรณีการขายออนไลน์
- ต้องแสดงหลักฐานให้ธนาคารทราบว่ารายได้เสริมที่ได้รับในทุกๆ เดือน เป็นจำนวนเงินเท่าไร เพื่อให้ธนาคารสามารถนำไปประเมินเป็นรายได้เฉลี่ยต่อเดือน เช่น รายได้เสริมจากการรับจ้างทำงานอิสระทั้งขายประกัน หรือรับจ้างทำบัญชี ก็ต้องมีหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50 ทวิ มายื่นประกอบด้วย เพื่อแสดงประเภทรายได้ และจำนวนเงินที่ด้รับจากการรับจ้างทำงาน รวมทั้งรายการเดินบัญชี (Statement) ที่บริษัทโอนเงินเข้าบัญชีเป็นค่าจ้างให้กับเรา หรือหากรับเป็นเงินสดก็ควรนำเงินเข้าบัญชีก่อนแล้วค่อยถอนออกมาใช้จ่าย
ที่มา:คอลัมน์ Home loan นิตยสาร Home Buyers' Guide ฉบับเดือนสิงหาคม 2559
ติดตามข้อมูลโครงการและความเคลื่อนไหวด้านอสังหาฯมือสอง www.home2nd.com และ www.facebook.com/Home2ndcom