อ่านเพิ่มเติม !
ย่านรัชโยธิน-เกษตร
เป็นอีกย่านหนึ่งที่มีแนวโน้มการพัฒนาเมืองอย่างรวดเร็วต่อเนื่องมาจากการขยายตัวของเมืองย่านลาดพร้าวและรัชดาภิเษก จนพัฒนากลายเป็นศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ของกรุงเทพหรือ NEW CBD
จากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าที่ดินและอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดแหล่งงานใหม่และโครงสร้างพื้นฐานต่างๆเพื่อรองรับการพัฒนาในอนาคต โดยแหล่งงานสำคัญของทำเลนี้ เช่น ธนาคารไทยพาณิชย์สำนักงานใหญ่ หรือ SCB PARK, กรมป่าไม้, การทางพิเศษฯ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ เป็นต้น
ยังไม่นับรวมที่ดินรอการพัฒนาแปลงใหญ่ขนาด 48 ไร่ ซึ่งเป็นที่ดินเดิมของบางกอกโดมแต่ปัจจุบันเป็นสินทรัพย์ของกลุ่มบีทีเอส ที่เตรียมจะร่วมทุนกับกลุ่มแกรนด์ คาแนล แลนด์ พัฒนาเป็นโครงการ Mix-Used ขนาดใหญ่มีทั้งออฟฟิศ คอนโดมิเนียม และคอมเมอร์เชียล
นอกจากนี้ย่านรัชโยธินยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบทั้งร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า โรงเรียน และโรงพยาบาล รวมถึงโครงการรถไฟฟ้าในอนาคต ที่มีเสาตอม่อก่อสร้างแล้วเสร็จเป็นแนวยาวตามถนนพหลโยธินและอยู่ระหว่างวางคานสำหรับวางรางรถไฟฟ้าและส่วนของสถานี ซึ่งเป็นจุด “Peack” สุดที่ทำให้ทั้งดีเวลลอปเปอร์และผู้ซื้อมีความรู้สึกมั่นใจว่าทำเลย่านนี้มีแนวโน้มการเติบโตค่อนข้างมาก
ดังนั้นย่านนี้จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจของผู้ที่มองหาที่พักอาศัยในเมือง ใกล้แหล่งงาน และต้องการซื้อความสะดวกสบายให้กับชีวิต ขณะที่ราคาที่อยู่อาศัยในย่่านนี้ยังจับต้องได้ จึงเหมาะแก่การซื้อเพื่ออยู่อาศัยและลงทุน
Transportation ไปไงมาไง
ด้านการคมนาคมในย่านนี้ เรียกว่ามีหลากหลายรูปแบบให้เลือกใช้ ไม่ว่าจะเป็นระบบถนน, ทางด่วน และระบบขนส่งมวลชน เพื่อรองรับการขยายตัวของพื้นที่และเชื่อมโยงการเดินทางของกรุงเทพฯ ตอนบน เข้าสู่พื้นที่ใจกลางเมืองและย่านธุรกิจที่สำคัญๆได้เป็นอย่างดี
• ทางรถ
การเดินทางด้วยถนนถือว่าใช้งานได้สะดวก โดยใช้ถนนเส้นหลักคือถนนพหลโยธิน ขนาด 4 ช่องจราจร ที่เชื่อมขนานไปกับถนนวิภาวดีรังสิต และถนนรัชดาภิเษก ซึ่งเป็นถนนวงแหวนรอบในของกรุงเทพฯ เชื่อมต่อถนนจากย่านสุขุมวิทยาวไปถึงเมืองนนทบุรีและย่านฝั่งธนบุรี โดยมีแยกรัชโยธินเป็นสี่แยกจุดตัดระหว่างถนนพหลโยธินกับถนนรัชดาภิเษก และมีซอยย่อยสามารถใช้เป็นทางลัดสู่ถนนรัชดาภิเษก ถนนพหลโยธิน ถนนลาดพร้าว และถนนลาดพร้าว-วังหิน ช่วยร่นระยะเวลาเดินทางในชั่วโมงเร่งด่วนได้ ขณะเดียวกัน ยังมีโครงข่ายทางด่วน ทั้งทางด่วนขั้นที่ 2 และทางด่วนศรีรัช-วงแหวนรอบนอก เป็นอีกทางเลือกในการเดินทางเข้าสู่ย่านใจกลางเมืองหรือพื้นที่โซนอื่นรอบๆกรุงเทพฯได้เช่นกัน
• ทางราง
หากงานก่อสร้างคืบหน้าทันตามกำหนดในปี 2563 ย่านรัชโยธินจะมีรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต เปิดให้บริการเพิ่มอีกหนึ่งทางเลือก โดยมีจุดเริ่มต้น จากBTS ที่สถานีหมอชิตไปตามถนนพหลโยธิน และสิ้นสุดที่สถานีคูคตบริเวณคลองสอง มีระยะทางประมาณ 19 กิโลเมตร จำนวน 16 สถานี ทำให้คนจากชานเมืองที่จะเดินทางเข้าสู่เขตเมืองมีความสะดวกเป็นอย่างมากโดยไม่ต้องเปลี่ยนสาย และผ่านย่านสำคัญๆที่มีชื่อมากมาย ทั้งเส้นสุขุมวิท เอกมัย ทองหล่อ อโศก เพลินจิต
นอกจากนี้รถไฟฟ้าสายดังกล่าว ยังมีจุดเชื่อมกับรถ(โมโนเรล)สายสีชมพู เส้นทางแคราย-มีนบุรี ที่บริเวณสถานีวงเวียนหลักสี่ด้วย รวมถึงในอนาคตหากมีการต่อขยายเส้นทางรถไฟฟ้า(โมโนเรล) สายสีเหลือง เส้นทางลาดพร้าว-สำโรง จากเดิมสิ้นสุดตรงสถานีลาดพร้าวของรถไฟฟ้า MRT มาเป็นจุดเชื่อมต่อกับสายสีเขียวบริเวณสถานีรัชโยธิน ยังไม่นับรวมจุดเชื่อมกับรถไฟฟ้า MRT ที่สถานีห้าแยกลาดพร้าวด้วย ก็จะยิ่งทำให้การเดินทางจากย่านชานเมืองกรุงเทพตอนบนเข้าสู่ย่านอื่นๆสะดวกมากขึ้น ทำให้ย่านรัชโยธินจะเติบโตและขยายตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง
Lifestyle & Facility ของดีในย่านนี้
ทำเลในย่านนี้พรั่งพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่หลากหลาย ทั้งห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า ซึ่งส่วนมากอยู่ใกล้กับแยกรัชโยธินและถนนพหลโยธิน อย่างห้างเซ็นทรัล ลาดพร้าว ห้างยูเนียน มอลล์ เมเจอร์ รัชโยธินและเมเจอร์ อเวนิว ซึ่งเป็นห้างขนาดใหญ่ในย่านนี้
นอกจากนี้ยังมีแหล่งจับจ่ายใช้สอยของบรรดาพ่อบ้านแม่บ้านอย่างท็อป ซูเปอร์มาร์เก็ต โลตัสเอ็กเพลส ตลาดอมรพันธุ์ ตลาดบางเขน และร้านอาหารชื่อดังต่างๆตามตรอกซอยบนถนนพหลโยธิน โดยเฉพาะแหล่งแฮ้งก์เอ้าท์ย่านริมถนนเกษตร-นวมินทร์ที่เป็นที่รู้จักกันดีของนักท่องราตรี และที่เพิ่งเปิดใหม่อยู่ใกล้กับเอสซีบี ปาร์ค อย่าง”box-space-ratchayothin”
ส่วนโรงพยาบาลในบริเวณใกล้ๆก็มีโรงพยาบาลเปาโล เกษตร (ชื่อเดิม โรงพยายาลเมโย) และโรงพยาบาลวิภาวดี หรือแม้แต่สถานศึกษา เช่น โรงเรียนสตรีวรนาถ บางเขน โรงเรียนไทยวิจิตรศิลป์ โรงเรียนช่างงฝีมือทหาร และมหาวิทยาลัยชั้นนำ อย่างมหาวิทยาลัยเซ็นต์จอห์น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม และมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ที่ตั้งอยู่ตลอดเส้นทางตั้งแต่ห้าแยกลาดพร้าวไปจนถึงแยกเกษตรและวงเวียนหลักสี่ รวมทั้งสวนสาธารณะขนาดใหญ่บริเวณใกล้เคียงอย่างสวนรถไฟ สวนจัตตุจักร และสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ สร้างความสะดวกสบายให้แก่ผู้อยู่อาศัยในย่านนี้เป็นอย่างดี
MEGA-PROJECT
โครงการเมกะโปรเจ็กต์ขนาดใหญ่ ซึ่งจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านการคมนาคมและการใช้ที่ดินในย่านนี้อย่างมาก นั่นคือ โครงการศูนย์คมนาคมพหลโยธิน ซึ่งเป็นศูนย์กลางระบบรางแห่งใหม่ตั้งอยู่บริเวณสถานีรถไฟบางซื่อเดิมของการรถไฟแห่งประเทศไทย บนพื้นที่กว่า 2,300 ไร่ ครอบคลุม 3 เขตพื้นที่ คือ บางซื่อ, จตุจักร และพญาไท (อยู่ในเขตจตุจักรเป็นส่วนใหญ่)
โดยจะพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งของกรุงเทพมหานคร (Bangkok Metropolitan Transportation Hub) โดยใช้สถานีรถไฟบางซื่อให้เป็นสถานีกลางบางซื่อ เป็นศูนย์กลางระบบรางแห่งใหม่แทนสถานีรถไฟหัวลำโพง และเป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางทุกระบบทั้งรถไฟฟ้าใต้ดิน,รถไฟฟ้าบีทีเอส, รถไฟทางไกล, รถไฟชานเมือง, รถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ-ท่าอากาศยานดอนเมือง และรถไฟความเร็วสูง
ขณะเดียวกันพื้นที่ตรงนี้จะพัฒนาให้เป็นต้นแบบของ TOD(Transit Oriented Development) ของประเทศไทย โดยใช้สถานีขนส่งสาธารณะเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงระดับอาเซียนและศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ของมหานคร รองรับด้านพาณิชยกรรม และที่พักอาศัยความหนาแน่นสูง โดยเฉพาะพื้นที่ศูนย์คมนาคมพหลโยธินทั้งหมด เป็นพื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)ทั้งหมด จึงสามารถนำมาพัฒนาตามแนวคิด TOD ได้เป็นรูปธรรมมากที่สุด
ที่อยู่อาศัย : บ้าน - คอนโดฯ คอนโดฯ ไฮไรส์ติดถนนพรึ่บ!เฉลี่ยกว่า 3 ล้าน
เดิมทีรูปแบบที่อยู่อาศัยในย่านรัชโยธิน – เกษตร เป็นเพียงบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์และตึกแถว เหมือนย่านที่อยู่อาศัยชานเมืองทั่วๆไปที่กระจายอยู่ตามตรอกซอยต่างๆ โดยเฉพาะฝั่งซอยเลขคี่เป็นซอยลึกทะลุถนนวิภาวดีรังสิตได้ จึงมีบ้านเรือนอยู่กันหนาแน่น ส่วนฝั่งซอยเลขคู่ เช่น ซอยเสนานิคม 1 และ 2 ซอยโรงเรียนช่างฝีมือทหาร ท้ายซอยทะลุสามารถถึงกันกับซอยใหญ่ๆของถนนรัชดา ลาดพร้าว และรามอินทราได้ เช่น ซอยเสือใหญ่ ซอยภาวนา ซอยโชคชัย 4 และถนนลาดปลาเค้า เป็นอีกหนึ่งชุมชนเก่าแก่ที่มีคนอยู่อาศัยกันหนาแน่นมาก
แต่หลังจากการก่อสร้างรถไฟฟ้าทั้งสายสีน้ำเงินและสีเขียวเดินหน้า ทำให้แนวโน้มการเติบโตของมูลค่าที่ดินในย่านนี้มีสูงขึ้น รวมทั้งยังส่งผลต่อรูปแบบที่อยู่อาศัยย่านนี้เปลี่ยนแปลงไป มีโครงการคอนโดฯHigh Rise และ Low Rise เกิดขึ้นใหม่อย่างต่อเนื่อง ทัั้งบนถนนพหลโยธิน และถนนรัชดาภิเษก โดยเฉพาะช่วงปีหลังๆ จนมาถึงปัจจุบัน
แถมราคาคอนโดฯที่เปิดตัวใหม่ในย่านนี้ก็เริ่มปรับเพิ่มขึ้นสูง ปัจจุบันราคาต่อยูนิตไม่ต่ำกว่า 2.5 ล้านบาทหรือทะลุ 1 แสนบาทต่อตารางเมตรไปแล้ว และส่วนใหญ่เป็นสินค้าของกลุ่มดีเวลลอปเปอร์ค่ายใหญ่ๆในตลาด เช่น กลุ่มเอพี(ไทยแลนด์) กลุ่มแอล.พี.เอ็น. กลุ่มออริจิ้นฯ กลุ่มแสนสิริ และกลุ่มเอสซี แอสเสท ประเมินกันว่าในปี 2561นี้ยังมีคอนโดฯอีกหลายโปรเจ็กต์ที่เตรียมจ่อคิวเปิดตัวเกาะแถวถนนพหลโยธิน โดยเฉพาะในรัศมีรอบๆแยกรัชโยธิน ตั้งแต่ตึกช้างไปจนถึงตลาดเสนา
ประเมินได้จากแนวโน้มมูลค่าที่ดินราคาประเมินในย่านรัชโยธิน-เกษตรในช่วง 12 ปีที่ผ่านมา โดยเปรียบเทียบจากมูลค่าที่ดินบริเวณริมถนนหลักอย่าง ถนนพหลโยธิน และถนนรัชดาภิเษก จะเห็นได้ว่าตั้งแต่ปี 2551–2554, 2555 –2558, 2559 –2562 ราคาที่ดินมีแนวโน้มสูงขึ้น เป็นเพราะระบบขนส่งมวลชนที่เข้ามาในพื้นที่ทั้งปัจจุบันและอนาคต ส่งผลให้ที่ดินบริเวณนี้มีความต้องการสูงขึ้น และคาดการณ์ได้ว่าราคาที่ดินจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต
ด้วยศักยภาพด้านต่างๆ รวมถึงมูลค่าที่ดินที่เพิ่มสูงขึ้นในย่านรัชโยธิน แสดงถึงความคุ้มค่าในการลงทุน ให้ผู้ที่สนใจโครงการพักอาศัยในย่านนี้ใช้ประกอบการตัดสินใจ สำหรับทั้งผู้ที่ต้องการอยู่อาศัยเองและผู้ที่ต้องการซื้อเพื่อการลงทุน ยกตัวอย่าง โครงการคอนโดฯไฮไรส์เพื่อวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของราคาต่อตร.ม.ในย่านนี้กัน
จากกราฟแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของราคาต่อตารางเมตรของคอนโดฯ ตั้งแต่ปี 2011 เป็นต้นมา ที่มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งถึงปีปัจจุบัน และในอนาคตมีแนวโน้มว่าหลังจากที่มีรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ามาในพื้นที่ ทำให้การเดินทางสะดวกมากขึ้น คนต้องการเข้ามาอยู่ในย่านนี้มากขึ้น
ดังนั้นความต้องการคอนโดนิเนียมในอนาคตจะต้องสูงมากขึ้นอย่างแน่นอน
เรียบเรียงโดย : พรชนก สุริวรรณ์อีเมล์ : [email protected]
ติดตามข่าวสารอสังหาฯและข่าวดังในกระแส www.home.co.th/news
ติดตามข้อมูลโครงการและความเคลื่อนไหวด้านอสังหาฯ www.home.co.th และ www.facebook.com/Homebuyersfanpage
หรือชมวิดีโออื่นๆ คลิกที่นี่ www.home.co.th/vdo , www.youtube.com/tvhomebuyer