“ปิ่นเกล้า-สิรินธร” รถไฟฟ้ามา ทำเลบูม แหล่งพักอาศัยชั้นดี

“ย่านปิ่นเกล้า” ศูนย์กลางธุรกิจและวิถีชีวิตของชาวฝั่งธนฯ ทั้งในอดีตและปัจจุบันได้กลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังมีการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงิน ช่วงบางซื่อ-ท่าพระ และหัวลำโพง-บางแค โดยเฉพาะโครงการที่อยู่อาศัยแนวสูงทั้งเพื่อการอยู่อาศัยและการลงทุน

ถ้าพูดถึงศูนย์กลางธุรกิจและวิถีชีวิตของชาวฝั่งธนฯ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน นอกจากย่านวงเวียนใหญ่แล้วเห็นจะเป็นย่านปิ่นเกล้านี่แหละที่คุ้นหูทุกคนไม่น้อย

“ปิ่นเกล้า-สิรินธร” รถไฟฟ้ามา ทำเลบูม แหล่งพักอาศัยชั้นดี

“ปิ่นเกล้า” เป็นย่านสำคัญยุคแรกของฝั่งธนบุรีที่ได้รับการพัฒนาโดยเชื่อมต่อความเจริญมาจากฝั่งพระนคร ด้วยเส้นทางคมนาคมหลักจากสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าถึงถนนบรมราชชนนีและถนนอีกหลายเส้นทางที่เชื่อมต่อมาสู่ย่านนี้ นำความเจริญและการพัฒนามาสู่ย่านปิ่นเกล้าในช่วงเวลานั้น

“ปิ่นเกล้า-สิรินธร” รถไฟฟ้ามา ทำเลบูม แหล่งพักอาศัยชั้นดี

ต่อมามีทางคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนีช่วยลดการจราจรและกระจายความหนาแน่นของปริมาณรถในฝั่งธนบุรีที่เดินทางเข้าเมือง และยังมีทางด่วนพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอกที่เพิ่งเปิดตัวไปเชื่อมย่านชานเมืองเข้าสู่กรุงเทพฯ ชั้นใน โดยมีจุดเริ่มต้นจากบางซื่อมาสิ้นสุดที่ถนนกาญจนาภิเษกเป็นทางยกระดับขนาด 6 ช่องจราจร รวมระยะทาง 16.7 กิโลเมตร พร้อมจุดขึ้นลงที่บริเวณถนนเลียบทางรถไฟ เชิงสะพานพระราม 7 และขึ้นได้จากทางคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนี สร้างความสะดวกรวดเร็วแก่ผู้ใช้บริการซึ่งสามารถวิ่งเข้าเขตจตุจักรได้ในเวลาเพียง 15 นาทีเท่านั้น

นอกจากนี้บนถนนบรมราชชนนียังมีสถานีขนส่งสายใต้ที่เป็นจุดศูนย์กลางการเดินทางระดับภูมิภาค ทำให้ย่านปิ่นเกล้านี้มีกลุ่มผู้ใช้งานที่หลากหลาย และที่ขาดไม่ได้คือความเจริญจากการเข้าถึงของระบบขนส่งมวลชนทางรางอย่างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ช่วงบางซื่อ-ท่าพระ และหัวลำโพง-บางแคที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ทำให้พื้นที่บริเวณปิ่นเกล้า-จรัญสนิทวงศ์กลับมามีความคึกคัก และดึงดูดผู้สนใจซื้ออสังหาริมทรัพย์และลงทุนเป็นอย่างมาก

“ปิ่นเกล้า-สิรินธร” รถไฟฟ้ามา ทำเลบูม แหล่งพักอาศัยชั้นดี

การเดินทางเชื่อมโยงระหว่างฝั่งพระนครกับฝั่งธนบุรี โดยเฉพาะบริเวณย่านปิ่นเกล้านั้นจะใช้ถนน 3 สายหลักคือถนนบรมราชชนนี (ทางคู่ขนานลอยฟ้า), ถนนจรัญสนิทวงศ์และถนนสิรินธร

เชื่อมต่อการเดินทางด้วยถนน 3 สายหลัก

การเดินทางจากย่านปิ่นเกล้าเข้าสู่กรุงเทพฯ ชั้นในส่วนใหญ่เดินทางผ่านถนนสายหลัก 3 เส้นทาง คือถนนบรมราชชนนีซึ่งเชื่อมฝั่งพระนครกับฝั่งธนบุรีด้วยสะพานพระราม 8 และสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ที่สำคัญถนนสายนี้ยังเป็นเส้นทางหลักในการเชื่อมต่อระหว่างกรุงเทพฯ กับภูมิภาคทางตะวันตกและใต้ โดยมีทางคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนีช่วยให้การเดินทางมีความคล่องตัวมากขึ้น

ถัดมาคือถนนจรัญสนิทวงศ์เป็นเส้นทางวิ่งผ่านแหล่งชุมชนเดิมของฝั่งธนฯ เชื่อมถนนเพชรเกษม สิ้นสุดที่เชิงสะพานพระราม 7 และถนนสิรินธร เชื่อมฝั่งพระนครทางสะพานกรุงธนหรือสะพานซังฮี้ โดยมีระยะทางจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเข้าสู่เขตบางพลัดประมาณ 8 กิโลเมตร

ขณะเดียวกันจุดเปลี่ยนถ่ายการสัญจรอย่างสถานีขนส่งมวลชนสายใต้ที่เดิมตั้งอยู่ในย่านปิ่นเกล้า ต่อมาได้ย้ายไปอยู่ทางพุธมณฑล สาย 1 บนถนนบรมราชชนนี เพื่อรองรับปริมาณรถโดยสารทั้งรถบัส รถตู้ และเพิ่มเส้นทางเข้าถึงสถานีขนส่ง แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของพื้นที่ที่เป็นประตูสู่ภูมิภาคตะวันตกและใต้ ทำให้กลุ่มคนที่ผ่านย่านปิ่นเกล้าเพื่อเดินทางเข้าตัวเมืองมีความหลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนทำงานที่มีถิ่นฐานอยู่ต่างจังหวัด

เปิดเมกะโปรเจ็กต์ ขยายทางด่วน-รถไฟฟ้า

จากแผนพัฒนาโครงข่ายคมนาคมทางรางของภาครัฐ ที่เข้ามายังพื้นที่นี้ถึง 3 โครงการใหญ่ ทำให้การเชื่อมโยงระหว่างย่านปิ่นเกล้าเพื่อเข้าสู่ศูนย์กลางธุรกิจในเมืองมีความสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น โดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ช่วงบางซื่อ-ท่าพระ ระยะทาง 13 กิโลเมตร เริ่มต้นจากสถานีบางซื่อ ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาที่ท่าน้ำบางโพเลี้ยวเข้าสู่ถนนจรัญสนิทวงศ์ วิ่งผ่านย่านชุมชนฝั่งธนฯ ยาวมาเรื่อยจนสุดสายที่แยกท่าพระ มีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2563 ซึ่งมีเส้นทางวิ่งวนลูปรอบกรุงเทพฯ เชื่อมต่อ CBD ในเมืองสู่ย่านฝั่งธนฯ ได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนสาย และในอนาคตยังมีโครงส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงิน จากบางแค-พุทธมณฑล สาย 4 เพิ่มเติมด้วย

“ปิ่นเกล้า-สิรินธร” รถไฟฟ้ามา ทำเลบูม แหล่งพักอาศัยชั้นดี

นอกจากนี้ยังมีโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชันที่ก่อสร้างเสร็จแล้ว แต่รอเดินรถพร้อมกับช่วงบางซื่อ-รังสิต โดยมีสถานีกลางบางซื่อเป็นจุดร่วมให้บริการ กำหนดเปิดให้บริการปี 2563 โครงการส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงตลิ่งชัน-ศิริราช ระยะทาง 5.8 กิโลเมตร (มีโครงการจะต่อขยายไปถึงศาลายา) ซึ่งมีกำหนดเปิดให้บริการพร้อมกันในปี 2563 และในอนาคตจะเชื่อมกับสายสีส้ม (ศูนย์วัฒนธรรมฯ-บางขุนนนท์) รวมทั้งยังเชื่อมต่อกับ 3 ศูนย์การศึกษาด้านการแพทย์ ได้แก่ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล, คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี และมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา 

Lifestyle & Facility

แหล่งชุมชนในย่านปิ่นเกล้านี้ส่วนใหญ่ตั้งอยู่บริเวณถนนสายหลักและสายรองจากเส้นจรัญสนิทวงศ์ ด้วยรูปแบบอาคารพาณิชย์ที่เป็นลักษณะมิกซ์ยูส เป็นทั้งที่อยู่อาศัยและร้านค้าร้านอาหาร ถือเป็นย่านการค้าขนาดเล็กของชุมชนก็ว่าได้ขณะที่ปัจจุบันกำลังมีการก่อสร้างทางเชื่อมสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอกตะวันตกไปยังทางพิเศษศรีรัชมุ่งไปทางแจ้งวัฒนะ รูปแบบเป็นทางเชื่อมยกระดับขนาด 2 ช่องจราจร ระยะทางประมาณ 360 เมตร ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ทางพิเศษที่มาจากทางพิเศษสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอกให้สามารถเข้าสู่ทางพิเศษศรีรัชมุ่งหน้าไปยังถนนแจ้งวัฒนะได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาลงทางพิเศษตรงถนนกำแพงเพชรแล้วกลับขึ้นทางพิเศษใหม่อีกรอบ รวมทั้งการทำโครงสร้างตอม่อไว้สำหรับเชื่อมต่อระหว่างทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอกกับทางยกระดับอุตราภิมุขหรือดอนเมืองโทลล์เวย์ มีกำหนดแล้วเสร็จประมาณปลายปี 2561 

“ปิ่นเกล้า-สิรินธร” รถไฟฟ้ามา ทำเลบูม แหล่งพักอาศัยชั้นดี

เมื่อพูดถึงแหล่งช้อปปิ้งขนาดใหญ่ในย่านนี้คงหนีไม่พ้นเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ที่มีพร้อมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ หรือจะเป็น The Sense Pinklao ที่อยู่ข้างเคียง หรือจะข้ามมาเมเจอร์ฯ ปิ่นเกล้า, ปิ่นเงิน-ปิ่นทอง พลาซ่า, ห้างขนาดกลางอย่างโลตัส ปิ่นเกล้า รวมทั้งห้างเก่าแก่อย่างพาต้าที่แม้จะไม่มีสินค้าน่าจับจ่ายใช้สอยเท่าห้างอื่นๆ ในบริเวณเดียวกัน แต่ก็เป็นจุดรอรถโดยสารที่สำคัญของชาวฝั่งธนฯ เช่นกัน 

“ปิ่นเกล้า-สิรินธร” รถไฟฟ้ามา ทำเลบูม แหล่งพักอาศัยชั้นดี

“ปิ่นเกล้า-สิรินธร” รถไฟฟ้ามา ทำเลบูม แหล่งพักอาศัยชั้นดี

หรือจะเป็นห้างเก่าแก่ของเขตบางพลัดอย่างตั้งฮั่วเส็งที่เพิ่งรีโนเวทไป ก็น่าเดินเล่นหาซื้อของกินของใช้ก่อนกลับบ้านไม่น้อย ไม่ไกลกันนักยังมีแหล่งช้อปของวัยฮิปที่เพิ่งเปิดตัวใหม่อย่าง “ช่างชุ่ย” เรียกได้ว่าย่านปิ่นเกล้านี้รวมแหล่งช้อป ชิม ชิลล์พร้อมสรรพ ตอบโจทย์ทุกเพศทุกวัย

นอกจากความสะดวกสบายของแหล่งช้อปปิ้งแล้ว ย่านปิ่นเกล้านี้ยังพร้อมไปด้วยแหล่งการศึกษาชั้นนำทั้งโรงเรียนและมหาวิทยาลัย ทั้งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยศิลปากร หรือมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และยังมีโรงพยาบาลสำคัญอย่างศิริราช, โรงพยาบาลเจ้าพระยา และโรงพยาบาลตา หู คอ จมูก เป็นต้น

“ปิ่นเกล้า-สิรินธร” รถไฟฟ้ามา ทำเลบูม แหล่งพักอาศัยชั้นดี

ต้นทางผุดคอนโดฯ ชานเมืองขึ้นแนวราบ

เมื่อพิจารณาจากราคาประเมินที่ดินย่านปิ่นเกล้าในช่วง 12 ปีที่ผ่านมา โดยเปรียบเทียบที่ดินบริเวณริมถนนหลักอย่างถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า, ถนจรัญสนิทวงศ์, ถนนบรมราชชนนีและถนนสิรินธร จะเห็นว่าตั้งแต่ปี 2551-2562 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น อันเนื่องมาจากระบบขนส่งมวลชนที่เข้ามาในพื้นที่ทั้งปัจจุบันและอนาคต ส่งผลให้ที่ดินบริเวณนี้มีความต้องการสูงขึ้น และคาดการณ์ว่าราคาที่ดินจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต

ยิ่งหลังจากโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินสร้างเสร็จและเปิดใช้งานจะทำให้เกิดการพัฒนาพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันบริเวณโดยรอบย่านนี้มีโครงการคอนโดมิเนียมเกิดขึ้นใหม่มากมาย โดยส่วนใหญ่ตั้งอยู่บริเวณถนนจรัญสนิทวงศ์, ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า และถนนบรมราชชนนีตอนต้น โดยมีคอนโดฯ ทั้งไฮไรส์และโลว์ไรส์เกิดขึ้นตลอดเวลา 
ส่วนโครงการแนวราบทั้งบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์นั้นมักตั้งอยู่บริเวณชานเมือง อย่างถนนเลียบทางด่วน-รถไฟตัดใหม่, ถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวน), ถนนพุทธมณฑล สาย 1-5 โดยเฉพาะบ้านเดี่ยวมีราคาค่อนข้างสูง เพราะข้อกำหนดจากผังเมือง จึงกลายเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยชั้นดีฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ 

จากศักยภาพด้านต่างๆ รวมถึงมูลค่าที่ดินที่เพิ่มสูงขึ้นแสดงถึงความคุ้มค่าในการลงทุน ให้ผู้ที่สนใจโครงการพักอาศัยในย่านนี้ใช้ประกอบการตัดสินใจ สำหรับทั้งผู้ที่ต้องการอยู่อาศัยเองและผู้ที่ต้องการซื้อเพื่อการลงทุน ขอยกตัวอย่างโครงการคอนโดฯ ไฮไรส์ที่น่าสนใจ 12 โครงการ เพื่อวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของราคาของคอนโดมิเนียมไฮไรส์ในย่านนี้กัน

จากภาพแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของราคาคอนโดมิเนียมตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมาที่มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ จากเดิมราคาต่อยูนิตเริ่มต้นประมาณ 1.37 ล้านบาท ได้เพิ่มขึ้นเป็น 1.7-2.7 ล้านบาทใน 10 ปีให้หลัง และในอนาคตมีแนวโน้มว่าหลังจากที่มีรถไฟฟ้าสายน้ำเงินเปิดใช้งานทำให้การเดินทางสะดวกมากขึ้น คนต้องการเข้ามาอยู่ในย่านนี้มากขึ้น ดังนั้นความต้องการคอนโดนิเนียมในอนาคตจะต้องสูงมากขึ้นอย่างแน่นอน

“ปิ่นเกล้า-สิรินธร” รถไฟฟ้ามา ทำเลบูม แหล่งพักอาศัยชั้นดี

“ปิ่นเกล้า-สิรินธร” รถไฟฟ้ามา ทำเลบูม แหล่งพักอาศัยชั้นดี

การพัฒนาเมือง นอกจากบทบาทของรถไฟฟ้าเส้นทางต่างๆ ที่นำมาสู่การเพิ่มขึ้นของมูลค่าที่ดินแล้วยังมีการปรับเปลี่ยน FAR เพื่อเพิ่มความหนาแน่นประชากรในพื้นที่ด้วย หรือแปลให้เข้าใจง่ายคือสามารถสร้างตึกสูงเพิ่มปริมาณผู้ใช้งานในพื้นที่ได้ จึงเห็นการเปลี่ยนแปลงของอสังหาริมทรัพย์ในบริเวณนี้ได้จากโครงการใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น จากอาคารตึกแถวเดิมได้รับการพัฒนาเป็นคอนโดฯ หรือการรีโนเวทอาคารเก่าเพิ่มมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ในบริเวณถนนสายหลักและสายรอง ในด้านความคุ้มค่าของราคาและขนาดพื้นที่อยู่อาศัย หรือถัดออกมาทางชานเมืองก็มีโครงการหมู่บ้านขนาดใหญ่และทาวน์โฮมอีกมากมาย 

เรียกได้ว่านอกจากย่านนี้จะน่าจับตามองสำหรับผู้ลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์แล้ว ยังตอบโจทย์กลุ่มผู้อยู่อาศัยทั้งเก่าใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานที่มองหาคอนโดฯ ใกล้เมืองราคาไม่สูงและเดินทางสะดวก รวมทั้งกลุ่มคนต่างชาติที่มีแหล่งงานในย่านปิ่นเกล้าและพื้นที่ใกล้เคียง จึงไม่น่าแปลกใจนักหากย่านปิ่นเกล้าที่เคยรุ่งเรืองในอดีตจะกลับมาคึกคักอีกครั้งหนึ่งจากการพัฒนาเมืองในอนาคตอันใกล้นี้ 

 

เรียบเรียงโดย : พรชนก สุริวรรณ์
อีเมล : [email protected]

ติดตามข่าวสารอสังหาฯและข่าวดังในกระแส www.home.co.th/news

ติดตามข้อมูลโครงการและความเคลื่อนไหวด้านอสังหาฯ www.home.co.th และ www.facebook.com/Homebuyersfanpage

หรือชมวิดีโออื่นๆ คลิกที่นี่  www.home.co.th/vdo  , www.youtube.com/tvhomebuyer

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

ขั้นตอนที่ 1 จาก 2

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ประเภทอสังหาฯ *
ช่วงราคา (บาท)

-

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา

ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ช่วงราคา (บาท)

-

ข้อมูลการติดต่อกลับ?

เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย

ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์ *

บทความแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง