ลุยแสนล้านสร้างทั้งระบบทางด่วนและรถไฟฟ้า ทะลวงวิกฤติจราจรย่านเกษตร-นวมินทร์ เพิ่มโครงข่ายใหม่
เชื่อมการเดินทางตะวันออก-ตะวันตก เบี่ยงแนวหลบ ม.เกษตรศาสตร์ ยืด 7 กม.เชื่อมโทลล์เวย์-ศรีรัช-
วงแหวนตะวันตก ลุยลงทุนตามความพร้อมโครงการ กทพ.เร่งประมูลปีนี้ ลงเข็มปีหน้า หลังค่าก่อสร้างพุ่ง
1.7 หมื่นล้าน สนข.ส่งต่อผลศึกษาสายสีน้ำตาลให้ รฟม.ออกแบบรายละเอียด เผยเวนคืนที่เอกชนพันล้าน
บริเวณจุดตัดทางด่วน ผุดเดโป้ 50 ไร่
แหล่งข่าวจากสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า กลุ่ม
บริษัทที่ปรึกษาศึกษาความเหมาะสมโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล ช่วงแคราย-ลำสาลี (บึงกุ่ม) ระยะทาง
22.1 กม. เปรียบเทียบกับทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ ช่วง N2 และวงแหวนตะวันออก ระยะทาง 11.9 กม.
เพื่อสรุปรูปแบบที่เหมาะสมในการใช้ประโยชน์ตอม่อจำนวน 281 ต้นบนถนนเกษตร-นวมินทร์ ให้เกิด
ประโยชน์สูงสุด แก้ปัญหาจราจรภาพรวมและเชื่อมต่อการเดินทางโซนตะวันออกและตะวันตก เนื่องจากทาง
ด่วนและรถไฟฟ้าจะมีระยะทางช่วงที่ร่วมกัน 7.5 กม.
++ขนทั้งคนและรถยนต์
"มีข้อสรุปในเบื้องต้นจะสร้างทั้งทางด่วนและรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลบนแนวสายทางเดียวกัน จะช่วยรองรับการ
เดินทางได้ดีที่สุด ทั้งด้วยระบบรถยนต์ส่วนบุคคลและระบบขนส่งสาธารณะ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะ
กรรมการจัดระบบการจราจรทางบก หรือ คจร.จะอนุมัติตามที่เสนอหรือไม่"
ทั้งนี้จากการศึกษาด้านการจราจรพบว่า ประมาณจราจรบนถนนเกษตร-นวมินทร์อยู่ที่วันละ 154,265 เที่ยวคัน
โดย 25% เป็นการเดินทางจากพื้นที่ชั้นนอกไปยังพื้นที่ชั้นในของกรุงเทพฯ และระหว่างพื้นที่ฝั่งตะวันตกกับ
ตะวันออก 60% ซึ่งการสร้างทางด่วนจะช่วยลดประมาณการจราจรทางระดับพื้น และเพิ่มความจุของทางในการ
รองรับการจราจรได้อีกอย่างน้อย 50%
แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า ในส่วนของทางด่วนจะก่อสร้างช่วงจากเกษตร-นวมินทร์ถึงวงแหวนรอบนอกด้านตะวันออก
พร้อมกับสร้างส่วนที่ทดแทนช่วง 1 (แยกเกษตร-บางใหญ่) ที่ถูกคัดค้าน โดยปรับแนวเส้นทางสร้างพาดผ่าน
พื้นที่ด้านหลังมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สร้างเป็นโครงสร้างยกระดับ
++ยืดทางด่วนเชื่อมโทลล์เวย์
จุดเริ่มต้นอยู่บริเวณสะพานข้ามคลองบางเขน แนวถนนเกษตร-นวมินทร์ จะสร้างไปตามแนวคลองบางบัว ต่อ
ขยายโครงข่ายจากเดิมถึงแยกเกษตรศาสตร์ออกไปอีกประมาณ 7 กม. ให้ไปเชื่อมโทลล์เวย์และทางด่วนศรีรัช-
วงแหวนรอบนอกตะวันตกบริเวณแยกรัชวิภา ที่การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) จะให้ บมจ.ทางด่วนและ
รถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) และ บมจ.ทางยกระดับดอนเมือง (โทลล์เวย์) ลงทุนก่อสร้างมูลค่ากว่า 6,000
ล้านบาท "การเปลี่ยนจุดสิ้นสุดโครงการทางด่วนจากแยกเกษตรไปจะมีผลกระทบการเวนคืนที่ดินและการก่อสร้าง
บ้าง แต่อยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ คาดว่าค่าก่อสร้างอยู่ที่ 7,000-8,000 ล้านบาท"
++เคาะลงทุนโมโนเรลแสนล้าน
ส่วนแนวเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล เริ่มต้นจากแยกแคราย เชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีม่วง (บางใหญ่-เตาปูน)
และสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) ไปตามแนวถนนงามวงศ์วาน เชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีแดง (บางซื่อ-รังสิต) บริเวณ
สถานีบางเขน ผ่านแยกเกษตร เชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม (หมอชิต-คูคต) บริเวณสถานีมหาวิทยาลัย
เกษตรศาสตร์ไปตามแนวถนนเกษตร-นิวมินทร์ และไปสิ้นสุดบริเวณถนนรามคำแหงเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีส้ม
(ศูนย์วัฒนธรรมฯ-มีนบุรี) บริเวณแยกลำสาลี เป็นระบบรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (โมโนเรล)
ทั้งโครงการคาดว่าจะใช้เงินก่อสร้างและเวนคืนที่ดินประมาณ 50,000-60,000 ล้านบาท ถ้ารวมการซ่อมบำรุง
รักษา 30 ปี จะอยู่ที่ประมาณ 1 แสนล้านบาท มี 21 สถานี ขณะนี้อยู่ระหว่างกำหนดจุดที่ตั้งให้เหมาะสม ลด
ผลกระทบการเวนคืนที่ดิน ส่วนใหญ่จะเวนคืนบริเวณที่เป็นจุดขึ้นลงสถานี จุดใหญ่อยู่บริเวณแยกฉลองรัช จะ
กำหนดเป็นพื้นที่ศูนย์ซ่อมบำรุงโครงการ มีเวนคืน 45-50 ไร่ คาดว่าจะใช้เงินเวนคืนกว่า 1,000 ล้านบาท
เนื่องจากที่ดินราคาแพง
++กทพ.เริ่มคิกออฟปลายปี
"การพัฒนาโครงการดูตามความพร้อมของโครงการ ซึ่งทางด่วนช่วง N2 ถึงวงแหวนรอบนอกตะวันออก การทาง
พิเศษฯ พร้อมจะก่อสร้าง ใช้เงินลงทุนจากกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย หรือ TFF ส่วน
รถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล หากผลศึกษาจบในเดือน มิ.ย. 2561 จะส่งมอบให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย
ศึกษาและออกแบบรายละเอียดโครงการ และนำบรรจุในแผนแม่บทรถไฟฟ้าระยะที่ 2 ต่อไป"
แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า แนวเส้นทางของทางด่วนมีจุดเริ่มต้นโครงการอยู่ตรงอุโมงค์เกษตรศาสตร์ บริเวณเสาตอม่อที่
10 ของถนนประเสริฐมนูกิจไปตามแนวถนนเกษตร-นวมินทร์ไปสิ้นสุดที่ถนนวงแหวนรอบนอกด้านตะวันออก
โดย กทพ.ได้ผนวกโครงการสะพาน ข้ามทางแยกบนถนนเกษตร-นวมินทร์ของกรมทางหลวงจำนวน 5 แห่ง
ประกอบด้วย แยกวังหิน เสนานิคม สุคนธสวัสดิ์ นวลจันทร์และนวมินทร์เป็นการแก้ไขปัญหาการจราจรร่วมกันระหว่าง
ระบบทางหลวงและระบบทางด่วน พร้อมกับปรับลดขนาดโครงการจาก 6 ช่องจราจร เหลือ 4 ช่องจราจร ทั้งโครงการ
คาดว่าจะใช้เงินลงทุน 17,551 ล้านบาท รวมค่าบำรุง 30 ปีอยู่ที่ 19,488 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดิม 14,382
ล้านบาท เนื่องจากโครงการได้ศึกษาไว้นานหลายปีแล้ว
ตามแผนของ กทพ.จะขออนุมัติโครงการจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) และเปิดประมูลคู่ขนานไปกับการขออนุมัติ
รายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) เพิ่มเติม ตั้งเป้าปลายปี 2561 จะเริ่มประมูลและเริ่มก่อสร้างต้นปี
2562 ใช้เวลาก่อสร้าง 24 เดือน มีกำหนดแล้วเสร็จอย่างเร็วปลายปี 2564 หรืออย่างช้าต้นปี 2565 ซึ่ง กทพ.
จะบริหารโครงการเอง เก็บค่าผ่านทาง 20 บาทตลอดสาย ในปีแรกเปิดใช้จะมีปริมาณการจราจร 80,000 เที่ยวคัน
ต่อวัน
ติดตามข่าวสารอสังหาฯและข่าวดังในกระแส www.home.co.th/news
ติดตามข้อมูลโครงการและความเคลื่อนไหวด้านอสังหาฯ www.home.co.th
และ www.facebook.com/Homebuyersfanpage
หรือชมวิดีโออื่นๆ คลิกที่นี่ www.home.co.th/vdo , www.youtube.com/tvhomebuyer