การพัฒนาทางรถไฟสายใหม่เพื่อการท่องเที่ยว เส้นทางจังหวัดสุราษฎร์ธานี- พังงา-ภูเก็ต เป็นการขยายและ
เชื่อมโยงโครงข่ายทางรถไฟระหว่างฝั่งทะเลด้านอ่าวไทยกับพื้นที่ฝั่งทะเลอันดามัน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพ และ
มีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวระดับโลก ปัจจุบันพบว่ามีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวทางทะเล ในพื้นที่ภาคใต้
มากกว่า 30 ล้านคนในจำนวนนี้ 80% มีจุดมุ่งหมายปลายทางบริเวณจังหวัดภูเก็ต-พังงา-กระบี่ และเกาะสมุย
จังหวัดสุราษฎร์ธานี รัฐบาลจึงให้มีการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเชื่อมโยง 2 ฝั่งทะเล
เพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้กับกลุ่มจังหวัดภาคใต้
ทั้งนี้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2555 และวันที่ 22 ตุลาคม 2555 มอบหมายให้
กระทรวงคมนาคมรับไปพิจารณาศึกษาความเหมาะสม และดำเนินการตามขั้นตอนของระเบียบและกฎหมายที่
เกี่ยวข้อง รวมทั้งจัดทำรายละเอียดแผนงาน/โครงการของโครงการเพื่อเสริมสร้างศักยภาพระบบโครงสร้างพื้นฐาน
ด้านการคมนาคมขนส่ง เพื่อสนับสนุนและรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัดภาคใต้
ทั้งฝั่งอ่าวไทย (จังหวัดสุราษฎร์ธานี) และฝั่งอันดามัน (จังหวัดภูเก็ต)
ดังนั้นเพื่อให้สอดคล้องกับมติ ครม.สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้ดำเนินการศึกษา
และออกแบบทางรถไฟสายใหม่เพื่อการท่องเที่ยว เส้นทางจังหวัดสุราษฎร์ธานี-พังงา-ภูเก็ต ของทางรถไฟช่วง
อำเภอดอนสัก-จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่เชื่อมต่อกับทางรถไฟสายใต้ ตลอดจนการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนจังหวัด
ภูเก็ต ในเส้นทางท่าอากาศยานนานาชาติจังหวัดภูเก็ต-ห้าแยกฉลอง เพื่อพัฒนาระบบขนส่งมวลชนของจังหวัด
ภูเก็ตให้มีมาตรฐาน และมีประสิทธิภาพรองรับการขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว รวมทั้งแก้ไข
ปัญหาการจราจรอันเป็นผลกระทบจากการขยายตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
สำหรับจุดเริ่มต้นทางรถไฟเริ่มต้นจากสถานีคีรีรัฐนิคม ตัดผ่านทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 401 ตำบลพังกาญจน์
ไปบรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4118 หลังจากนั้นแนวเส้นทางจะขนานไปกับทางหลวงแผ่นดิน 4118
ก่อนที่จะไปบรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 415 ที่ตำบลบ่อแสน เข้าสู่พื้นที่จังหวัดพังงา จากนั้นแนวเส้นทาง
จะปรับทิศทางไปทิศตะวันตกเฉียงใต้ขนานไปกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 ผ่านอำเภอตะกั่วทุ่งจนไปสิ้นสุดที่
กม.793 บ้านท่านุ่นรวมระยะทาง 160 กิโลเมตร วงเงินลงทุนประมาณ 3 หมื่นล้านบาท ล่าสุดการรถไฟแห่งประเทศไทย
(รฟท.) รับเรื่องไปดำเนินการ คาดว่าจะเตรียมเสนอรัฐบาลเร่งผลักดันในเร็วๆ นี้ต่อไป