
เชื่อว่าทุกคนต้องเคยได้ยินคำเตือนที่ว่า ‘เครื่องทำน้ำอุ่นต้องติดตั้งสายดิน!’ เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงมาก ๆ ค่ะ เนื่องจากเครื่องทำน้ำอุ่นต้องใช้ไฟฟ้า บวกกับอยู่ในห้องน้ำที่มีแต่น้ำนองพื้นเต็มไปหมด การติดตั้ง ‘สายดิน’ จึงถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ดังนั้นเวลาไปตรวจรับบ้านอย่าลืมตรวจสอบเรื่องนี้ด้วย ส่วนจะตรวจเช็กอะไรบ้าง Home Buyers จะพาไปดู สายไฟเครื่องทำน้ำอุ่น เช็กไว้ป้องกันไฟรั่ว! ให้เช็คไว้เป็นข้อ ๆ เลย
โดยทั่วไปโครงการบ้านเเละคอนโดที่มีมาตรฐานมักเตรียมสายไฟเเละเบรกเกอร์สำหรับเครื่องทำน้ำอุ่นไว้ให้แล้ว ซึ่งวงจรเบรกเกอร์จะเเยกออกมาจากเบรกเกอร์ตัวอื่น (ไม่ใช้ร่วมกัน) ส่วนสายไฟนั้นจะเตรียมไว้บริเวณเหนือฝักบัวอาบน้ำนั่นเอง เเต่บางโครงการอาจจะเอาไว้เหนือฝ้าขึ้นไปเลยก็ได้ เเต่การใช้งานจะยากหน่อย และก่อนจะพาไปตรวจสอบเครื่องทำน้ำอุ่น เรามาดูเรื่องวงจรไฟฟ้าของเครื่องทำน้ำอุ่นตามภาพด้านล่างก่อนดีกว่า จะได้นึกภาพออกว่าหน้าตาประมาณไหน

เบรกเกอร์กันไฟรั่ว คืออะไร หน้าตาแบบไหนนะ?
สำหรับเบรกเกอร์กันไฟรั่วตามท้องตลาดมีหลายยี่ห้อหลายแบบให้เลือก โดยข้อเเตกต่างที่สังเกตได้ชัด ๆ ก็คืออุปกรณ์กันไฟรั่วจะมีปุ่มไว้กดทดสอบว่าอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานหรือไม่ หากพร้อมใช้งานเมื่อกดแล้วเบรกเกอร์จะตัดลงมา แต่ถ้าเบรกเกอร์ไม่ตัดลงมาก็เเสดงว่าอุปกรณ์ดังกล่าวชำรุดหรือเสีย จึงต้องเปลี่ยนใหม่ด่วน ๆ เลย ป้องกันไว้ก่อนดีกว่าค่ะ
หน้าตาของเบรกเกอร์ป้องกันไฟรั่วเเละตำเเหน่งปุ่มกดทดสอบเบรกเกอร์

รูปภาพวงจรทั้ง 2 แบบ คือแบบเสี่ยงและไม่เสี่ยงต่อไฟดูด (อ้างอิงจาก Schneider Electric)

ได้เวลาเช็ค ‘สายไฟเครื่องทำน้ำอุ่น’ เพื่อป้องกันไฟรั่วกันแล้ว
ตอนนี้เรารู้จักวงจรไฟฟ้าสำหรับเครื่องทำน้ำอุ่นกันไปว่าส่วนไหนทำอะไรกันบ้าง งั้นทีนี้เรามาดูกันต่อว่าเราต้องตรวจสอบอะไรบ้าง เพื่อให้ปลอดภัยสูงสุดกัน
1. ตรวจสอบบริเวณตู้ไฟ (Consumer Unit)
วิธีเช็คง่ายมาก ๆ แค่เปิดตู้เบรกเกอร์ภายในบ้านกันซักหน่อย ต่อจากนั้นดูว่ามีเบรกเกอร์กันไฟรั่วไหม ถ้ามองแล้วไม่มีทีนี้ล่ะให้ยกหูโทรหาโครงการเลยว่าได้ติดตั้งไว้ไหม ทำไมไม่เห็น? ควรรีบมาติดตั้งเพิ่มให้ด่วน!
2.ตรวจสอบขนาดเบรกเกอร์เเละขนาดสายไฟ
โดยทั่วไปขนาดเบรกเกอร์สำหรับเครื่องทำน้ำอุ่นที่มีขนาด 3,500-4,500 วัตต์ ขนาดเบรกเกอร์ต้องไม่น้อยกว่า 20 แอมป์ เช่น
- ขนาดเบรกเกอร์ 20 แอมป์ ขนาดสายไฟควรมีขนาด 4 ตารางมิลลิเมตร
- ขนาดเบรกเกอร์ 32 แอมป์ ขนาดสายไฟควรมีขนาด 6 ตารางมิลลิเมตร
3.ตรวจสอบสายปลายทางบริเวณ Junction Box
สายที่โครงการทิ้งไว้ลองดูว่าตรงกับขนาดสายไฟที่เดินมาจากตู้ไฟหรือเปล่า? หากไม่ตรงกันเเสดงว่ามีอะไรผิดปกติ เราต้องเเจ้งให้โครงการมาตรวจสอบดูทันที
4.ตรวจสอบว่ามีไฟมาหรือไม่
ปกติที่ Junction Box จะมีสายไฟมา 3 เส้น ประกอบด้วยสายไฟ (L) สายนิวทรอล (N) เเละสายดิน (Ground) ต่อจากนั้นมาดูสีสายไฟว่าตรงตามมาตรฐานหรือไม่? โดยปกติโครงการจะพันเทปที่สายไฟไว้ ให้ลองแกะเทปที่พันไว้แล้วใช้ไขควงวัดไฟเเตะ ถ้ามีไฟที่สาย L ถือว่าปกติ เเต่ถ้าพบว่ามีสายไฟที่สายเส้นอื่นให้โครงการเข้ามาแก้ไขด่วน
5.ตรวจสอบกันไฟรั่วที่ปลายสาย
ในส่วนนี้เเนะนำให้ทางโครงการมาทำการทดสอบแทนจะดีกว่า เพราะวิธีทำต้องมีการต่อสายไฟทั้ง 3 เส้นที่โครงการปล่อยมาแล้วเชื่อมเข้ากับอุปกรณ์ทดสอบไฟรั่ว เท่านี้ก็ตรวจสอบได้เเล้วว่าวงจรเครื่องทำน้ำอุ่นสามารถทำงานได้จริงหรือไม่?
ตอนนี้เราได้รู้กันแล้วว่า สายไฟเครื่องทำน้ำอุ่น เช็กไว้ป้องกันไฟรั่ว! เป็นอย่างไร ซึ่งวิธีที่นำมาบอกไม่ได้ทำตามยาก รู้ครบทั้งวิธีการตรวจสอบเบรกเกอร์ สายไฟ และอุปกรณ์ต่าง ๆ เกี่ยวกับเครื่องทำน้ำอุ่น ดังนั้นเวลาไปตรวจรับบ้าน หรือคอนโด อย่ามองข้ามเรื่องนี้เด็ดขาด อีกทั้งเวลาตรวจสอบต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก เพราะอาจเกิดอันตรายได้ตลอดเวลาค่ะ
เรียบเรียงโดย : ศศิชา พุ่มทับทิม
อีเมล : [email protected]
ที่มารูปภาพ www.plumbworld.co.uk
ติดตามข่าวสารอสังหาฯและข่าวดังในกระแส www.home.co.th/news
ติดตามข้อมูลโครงการและความเคลื่อนไหวด้านอสังหาฯ www.home.co.th และ www.facebook.com/Homebuyersfanpage
หรือชมวิดีโออื่นๆ คลิกที่นี่ www.home.co.th/vdo , www.youtube.com/tvhomebuye