ที่จอดรถในคอนโด ต้องมีที่จอดรถกี่เปอร์เซ็นต์
ใครที่กำลังคิดจะซื้อคอนโดต้องฟังทางนี้ก่อนค่ะ เพราะอีกหนึ่งในปัญหาที่ชาวคอนโดต้องเจอก็คือ ที่จอดรถไม่เพียงพอ รองรับผู้อยู่อาศัยได้ครบเท่ากับจำนวนห้องชุดในโครงการ โดยส่วนใหญ่แล้วคอนโดที่มีที่จอดรถ 100% ตามจำนวนยูนิต มักเป็นคอนโดหรูราคาแพงระดับ 10 ล้านบาทขึ้นไป ด้วยข้อจำกัดด้านความคุ้มค่าในการลงทุนของบริษัทเจ้าของโครงการ รวมถึงยังส่งผลต่อการตั้งราคาของห้องอีกด้วย
เพื่อนๆ ที่ใช้รถยนต์ส่วนตัว ก่อนเลือกซื้อหรือเช่าคอนโดจึงควรรู้ว่าโครงการที่สนใจนั้นมีที่จอดรถกี่เปอร์เซ็นต์ จะได้คาดเดาถูกว่าถ้าเลือกเข้าอยู่แล้ว จะมีที่จอดรองรับรถของเราได้ และถ้าให้ดีกว่านั้นก็ควรรู้ไปเลยว่าตามกฎหมายแล้ว คอนโดต้องมีที่จอดรถอย่างน้อยกี่เปอร์เซ็นต์ ซึ่งแอดมิน Home Buyers ก็ได้าคำตอบมาฝากกันแล้วค่ะ
กฎหมายที่จอดรถกับคอนโดมิเนียม
กรณีที่ 1 : กฎหมายที่จอดรถในคอนโดคำนวณตามพื้นที่การใช้สอย
ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 7 และ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2544 คอนโดมิเนียม จัดอยู่ในประเภทของ “ที่อยู่อาศัยรวม” “อาคารชุด” อีก 2 กรณี คือ ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ และนอกเขตพื้นที่กรุงเทพฯ โดยมีวิธีคำนวณตามภาพด้านล่างเลยค่ะ

กรณีที่ 2 : กฎหมายที่จอดรถในคอนโดที่คำนวณตามขนาดของอาคาร
อาคารที่มีพื้นที่ก่อสร้างมากกว่า 1,000 ตร.ม. และ สูง 15 ม. ขึ้นไป หรืออาคารที่มีพื้นที่ก่อสร้างเกิน 2,000 ตร.ม. ได้แยกออกเป็นอีก 2 กรณีตามภาพด้านล่างนี้

ดังนั้นทั้ง 2 กรณี ถ้าจะให้ก่อสร้างที่จอดรถให้ได้มากที่สุด เราต้องเอาจำนวนที่จอดรถมาเทียบกับจำนวนห้อง ก็จะได้ % ของที่จอดในคอนโด นั้นๆ ค่ะ (ตามภาพด้านล่าง) แต่ก็อย่าลืมว่าคอนโดสมัยนี้ ห้องส่วนใหญ่มักมีพื้นที่ใช้สอยแค่ 60 ตร.ม. แล้วเป็นแบบ 2 ห้องนอนด้วย ส่วนห้องทั่วไปที่ขายเริ่มต้นก็เล็กกว่า 60 ตร.ม.ทั้งนั้น บางที่เริ่มที่ 21 ตร.ม.ก็มีค่ะ บวกกับราคาที่ดินที่แพงขึ้นทุกวัน ย่อมทำให้ราคาก่อสร้างที่จอดรถได้คิดรวมกับราคาขายห้องต่อตารางเมตร สิ่งนี้เองทำให้ห้องยิ่งกว้างที่จอดรถก็ยิ่งมากขึ้น แต่อย่าลืมว่าราคาก็ยิ่งแพงขึ้นตามไปด้วยนะคะ

อยู่คอนโดแล้วไม่มีที่จอดรถ เป็นปัญหาน่าปวดหัวสำหรับคนอยู่คอนโดที่ใช้รถยนต์ส่วนตัว ดังนั้นก่อนจะเลือกซื้อหรือเช่าอยู่คอนโดไหน ก็อย่าลืมเช็คเรื่องปริมาณที่จอดรถและปริมาณห้องชุดในโครงการกันให้ดีกันด้วยนะคะ