แม้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จะมีแผนเร่งดำเนินการโครงการรถไฟทางคู่ระยะเร่งด่วนจำนวน 7 เส้นทางใน
เฟสแรก ระยะทาง 993 กิโลเมตร พร้อมกับมีแผนพัฒนาเฟสที่ 2 อีกจำนวน 9 เส้นทาง ระยะทาง 2,164 กิโลเมตรนั้นยังไม่เพียงพอ
สำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายทางรถไฟ ดังนั้น รฟท.จึงว่าจ้างศึกษารถไฟทางคู่สายใหม่เพิ่มอีกจำนวน 12 เส้นทาง
เพื่อต้องการยกระดับการให้บริการทางรถไฟให้เป็นแกนหลักในการเดินทางให้สามารถเชื่อมโยงโครงข่ายและอำนวยความสะดวก
ด้านการเดินทางและการขนส่งสินค้าได้อย่างครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น เป็นทางเลือกในการเดินทางที่ประหยัดและปลอดภัย ยกระดับ
คุณภาพชีวิตของประชาชนด้านการเดินทางและขนส่งพร้อมกับสร้างโอกาสทางธุรกิจ การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว โดยเฉพาะ
จังหวัดที่ยังไม่มีรถไฟพาดผ่านมาก่อน
สำหรับ 12 เส้นทางสายใหม่นั้น ประกอบไปด้วย 1.เส้นทางแม่สอด-ตาก-กำแพงเพชร-นครสวรรค์ 2.นครสวรรค์-บ้านไผ่
3.ศรีสะเกษ-ยโสธร-ร้อยเอ็ด 4.อุบลราชธานี-ช่องเม็ก 5.กาญจนบุรี-บ้านพุน้ำร้อน 6.กาญจนบุรี-สุพรรณบุรี-ชุมทางบ้านภาชี
7.ศรีราชา-ระยอง 8.มาบตาพุด-ระยอง-จันทบุรี-ตราด 9.ชุมพร-ระนอง 10.สุราษฎร์ธานี-พังงา-ท่านุ่น 11.สุราษฎร์ธานี-ดอนสัก
12.ทับปุด-กระบี่ โดยโครงข่ายรถไฟทางคู่สายใหม่ที่จะเชื่อมจังหวัดสำคัญแบ่งออกเป็น 2 ประเภทเพื่อความเข้าใจง่ายขึ้น ได้แก่
1.เส้นทางตามแนวตะวันออก-ตะวันตก ด้านบน (E-W Upper) ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเส้นทางสายใหม่ ได้แก่ ช่วงเด่นชัย-เชียงราย-
เชียงของ ใช้งบประมาณกว่า 8.5 หมื่นล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างรออนุมัติ โครงการจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ส่วนเส้นทางแม่สอด-
ตาก-กำแพงเพชรนครสวรรค์ ขณะนี้การศึกษาเบื้องต้นแล้วเสร็จ เตรียมเสนอขอรับงบประมาณการออกแบบรายละเอียดในปี 2563
เส้นทางนครสวรรค์-บ้านไผ่ ของบศึกษาเบื้องต้นปี 2563 เส้นทางบ้านไผ่-มุกดาหาร-นครพนม
เร่งขออนุมัติโครงการจาก ครม.คาดว่าจะใช้งบประมาณกว่า 5.4 หมื่นล้านบาท เส้นทางศรีสะเกษ-ยโสธร-ร้อยเอ็ด ของบ
ศึกษาเบื้องต้นปี 2563 และเส้นทางอุบลราชธานี- ช่องเม็ก ได้รับงบศึกษาเบื้องต้นปี 2562 ไปดำเนินการ