

ซื้อบ้านในโครงการบ้านจัดสรรไว้หลังหนึ่ง ก็อยู่เรื่อยมา เเต่เเล้ววันหนึ่งก็เห็นที่ดินแปลงข้างๆ รั้วนอกโครงการประกาศขาย เลยคิดจะซื้อไว้เเล้วทุบรั้วโครงการขยายพื้นที่บ้านซะเลย ว่าเเต่ว่าแบบนี้สามารถทำได้มั้ยเนี่ย?


ซื้อบ้านในโครงการบ้านจัดสรรไว้หลังหนึ่ง ก็อยู่เรื่อยมา เเต่เเล้ววันหนึ่งก็เห็นที่ดินแปลงข้างๆ รั้วนอกโครงการประกาศขาย เลยคิดจะซื้อไว้เเล้วทุบรั้วโครงการขยายพื้นที่บ้านซะเลย ว่าเเต่ว่าแบบนี้สามารถทำได้มั้ยเนี่ย?
ถือเป็นคำถามที่น่าสงสัยเหมือนกันนะว่าถ้าอยากจะขยายรั้วหรือขยายที่ดินในโครงการบ้านจัดสรรนั้นเราสามารถทำได้มั้ย ก่อนอื่นเรามารู้จักนิยามคำว่า “สาธารณูปโภค” ตามพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน หมายถึง..
“สิ่งอำนวยความสะดวกที่ผู้จัดสรรที่ดินได้จัดให้มีขึ้นเพื่อให้ผู้ซื้อใช้ประโยชน์ร่วมกันตามสัญญาหรือตามแผนผังโครงการที่ได้รับอนุญาต”
สำหรับสาธารณูปโภคที่ผู้จัดสรรที่ดินได้จัดให้มีขึ้นเพื่อการจัดสรรที่ดินตามแผนผังและโครงการที่ได้รับอนุญาต เช่น ถนน สวน สนามเด็กเล่น ให้ตกอยู่ในภาระจำยอมเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินจัดสรร สมาชิกของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรทุกหลังจึงมีสิทธิใช้ร่วมกัน
คำว่า “ใช้ร่วมกัน” นี้หมายความว่าเราจะยึดถือเพื่อใช้ลำพังเพียงคนเดียวไม่ได้ ดังนั้นเราจะกินอาณาเขตพื้นที่เอาที่ดินตรงนี้ไปปลูกต้นไม้ ทำสวนหน้าบ้านแบบนี้ถือว่าทำไม่ได้นะ
แล้วอย่างเรื่องขยายรั้วที่เล่าไปข้างต้นล่ะสามารถทำได้มั้ย ในเมื่อถ้ารื้อรั้วเเล้วก็ไม่ได้กระทบกับใครสักหน่อย สำหรับเรื่องนี้มีคดีตัวอย่างตัดสินไว้ให้เเล้ว เป็นเรื่องของเจ้าของบ้านหลังหนึ่งซื้อที่ดินข้างนอกที่ติดกับรั้วหมู่บ้าน เเล้วจะขอรื้อรั้วหมู่บ้านเพื่อล้อมใหม่ เเต่ผู้จัดสรรไม่ยอม เจ้าของบ้านจึงฟ้องผู้จัดสรรที่ดินซะเลย มาดูกันดีกว่าว่าคดีนี้ฝ่ายไหนจะชนะ
สำหรับคดีนี้ศาลฎีกาได้ตัดสินไว้ในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7800/2552 ได้ความว่า..“หมู่บ้านจัดสรรของจำเลยได้รับใบอนุญาตจัดสรรที่ดินตามกฎหมาย แสดงว่ามีการจัดทำแผนผังโครงการและวิธีการการจัดสรรที่ดินหรือประโยชน์เกี่ยวกับสาธารณสุข การรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม การคมนาคม การจราจร ความปลอดภัย การสาธารณูปโภค และการผังเมือง มีหลักเกณฑ์และผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการและได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543 แล้ว สิ่งก่อสร้าง ถนน หรือสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่ทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการจัดสรรที่ดินดังกล่าวนี้ ย่อมถือเป็นทรัพย์สินที่ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรทุกคนสามารถใช้ประโยชน์ได้ร่วมกัน บุคคลใดจะทำให้เสื่อมค่าทำให้ขาดประโยชน์ หรือผิดแผกไปจากที่ได้รับอนุญาตแล้วมิได้
โจทก์ = เจ้าของบ้านที่ต้องการรื้อรั้ว
จำเลย = ผู้จัดสรรที่ดิน
โจทก์ทั้งสองซื้อที่ดินจัดสรรโฉนดเลขที่ 6516 พร้อมบ้านจากโครงการของจำเลย ต่อมาโจทก์ที่ 1 ซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 911 จากผู้มีชื่ออันเป็นที่ดินนอกโครงการจัดสรรและไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะ แต่มีอาณาเขตด้านหนึ่งอยู่ติดกับที่ดินโฉนดเลขที่ 6516 โจทก์ประสงค์จะรื้อรั้วด้านที่ติดกันออก แล้วกั้นรั้วใหม่ให้เป็นผืนเดียวกันพร้อมถมที่ดินให้มีระดับเสมอกัน แต่จำเลยห้ามมิให้โจทก์ทั้งสองรื้อรั้วและใช้ทางเพื่อประโยชน์ของที่ดินโฉนดเลขที่ 911 เห็นว่ารั้วและทางเป็นส่วนหนึ่งของสาธารณูปโภคที่ผู้จัดสรรจัดให้มีขึ้นเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินจัดสรร ผู้ใดก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือก่อให้เพิ่มภาระผูกพันโดยมิได้รับอนุญาตตามกฎหมาย โจทก์ทั้งสองจึงไม่มีสิทธิรื้อรั้วและใช้ถนนในหมู่บ้านเพื่อประโยชน์ของที่ดินโจทก์ทั้งสองที่อยู่นอกหมู่บ้านจัดสรรได้” ดังนั้นงานนี้โจทก์เป็นฝ่ายที่เเพ้ไป
สรุปแล้วเราไม่สามารถที่จะนำสาธารณูปโภคใดๆ ก็ตามมาเป็นของส่วนตัวได้ เพราะเป็นของใช้ส่วนรวมของทุกคน ดังนั้นห้ามไปขยายที่ดินเพิ่มหรือคิดจะรื้อรั้วเเล้วนะ
เรียบเรียงจากคอลัมน์ Home Law ในนิตยสาร Home Buyers Guide ฉบับ พ.ค.2561
สนใจติดตามเนื้อหาสามารถสั่งซื้อได้ที่นี่เลย www.home.co.th/home/bookclub
เรียบเรียงโดย : ศศิชา พุ่มทับทิม
อีเมล : [email protected]
ติดตามข่าวสารอสังหาฯและข่าวดังในกระแส www.home.co.th/news
ติดตามข้อมูลโครงการและความเคลื่อนไหวด้านอสังหาฯ www.home.co.th และ www.facebook.com/Homebuyersfanpage
หรือชมวิดีโออื่นๆ คลิกที่นี่ www.home.co.th/vdo , www.youtube.com/tvhomebuyer
แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
-
เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย