EIA : สำคัญอย่างไรกับการซื้อบ้าน?
EIA คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรกับการซื้อบ้าน ? คำถามนี้มีคำตอบ
ก่อนอื่นต้องมาทำความรู้จักกับคำว่า
EIA กันเสียก่อน
EIA ย่อมาจาก
Environmental Impact Assessment หรือ การวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม เป็นการศึกษาเพื่อคาดการณ์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ทั้งในทางบวกและทางลบ จากการพัฒนาโครงการหรือกิจการที่สำคัญ เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม และใช้ในการประกอบการตัดสินใจพัฒนาโครงการกิจการ ซึ่งผลการศึกษาจะจัดทำเป็นเอกสารเรียกว่า
รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ยังมีคำว่า
IEE หรือ
รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (Initial Environmental Evalution ) ซึ่งจะเป็นการตรวจสอบเบื้องต้น ถึงผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้น จากโครงการที่เสนอ โดยมักจะใช้ข้อมูลเบื้องต้นที่มีอยู่หรือข้อมูลที่สามารถหาได้ทันที
IEE จะเป็นการศึกษาเพื่อให้ทราบว่า
จะต้องทำ EIA ต่อหรือไม่ โดยจะนำมาใช้กับโครงการที่คาดว่ามีผลกระทบสิ่งแวดล้อมบางประเภท ที่มีขนาดเล็กหรือไม่มาก ซึ่งจะจัดทำเป็นรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น
แล้วโครงการประเภทใดบ้างที่ต้องทำ EIA ?
ตาม
พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 ได้กำหนดให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน ซึ่งดำเนินโครงการหรือกิจการ หรือจะดำเนินการขยายโครงการ หรือกิจการ จำนวน 22 โครงการหรือกิจกรรม ต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยเสนอต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อพิจารณา และให้ความเห็นชอบก่อนที่จะดำเนินโครงการ
เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นั้น มีโครงการหรือกิจกรรมอยู่ 4 ประเภท ได้แก่
1.อาคารที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ ฝั่งทะเลทะเลสาบห รือชายหาดหรือที่อยู่ใกล้ หรือในอุทยานแห่งชาติ หรืออุทยานประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นบริเวณที่อาจจะก่อให้เกิดผลกระทบกระเทือนต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม โดยเป็นอาคารที่มีขนาดความสูงตั้งแต่ 23 เมตรขึ้นไป หรือที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นหรือชั้นหนึ่งชั้นใดในหลังเดียวกัน ตั้งแต่ 10,000 ตารางเมตรขึ้นไป (ให้เสนอรายงานในขั้นขออนุญาตก่อสร้างตามกฎหมายควบคุมอาคาร)
2.การจัดสรรที่ดินเพื่อเป็นที่อยู่อาศัย หรือเพื่อประกอบการพาณิชย์ ที่มีจำนวนแปลงที่ดินแปลงย่อยตั้งแต่ 500 แปลงขึ้นไป หรือเนื้อที่เกินกว่า 100 ไร่ (ให้เสนอรายงานในขั้นขออนุญาตจัดสรรที่ดินตามกฎหมายการจัดสรรที่ดิน
3.โรงแรม หรือสถานที่พักตากอากาศ ที่มีจำนวนห้องพักตั้งแต่ 80 ห้องขึ้นไป
4.อาคารอยู่อาศัยรวมตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร ที่มีจำนวนห้องพักตั้งแต่ 80 ห้องขึ้นไป (ให้เสนอรายงานในขั้นขออนุญาตก่อสร้างตามกฎหมายควบคุมอาคาร)
เจ้าของโครงการหรือกิจกรรมทั้ง 4 ประเภทนี้ จะต้องดำเนินการว่าจ้างผู้มีสิทธิทำรายงานที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อรายงานดังกล่าวได้รับความเห็นชอบแล้วจึงจะออกใบอนุญาตให้ดำเนินการได้
การวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม
จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการจัดการสิ่งแวดล้อม เพราะการพัฒนาโครงการหรือกิจการใด ย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยง ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติได้ ดังนั้นหากมีการศึกษาตั้งแต่ในระยะเริ่มต้นของโครงการ จะช่วยลดผลกระทบและยังเป็นการส่งเสริมให้มีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีจำกัดอย่างระมัดระวัง และให้เกิดประโยชน์สูงสุด
สำหรับในส่วนของ
ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แล้ว EIA มีความสำคัญต่อการพัฒนาโครงการ และผู้บริโภคหรือผู้ซื้ออย่างมาก เนื่องจากหากโครงการหรือกิจการที่เข้าข่ายต้องทำ EIA ตามกฎหมายดังกล่าว ยังไม่ได้จัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมยังไม่ผ่านความเห็นชอบ ผลกระทบใหญ่ที่จะเกิดขึ้น นั่นคือ จะทำให้ไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้
ดังนั้น เพื่อประโยชน์ของผู้บริโภคในการเลือกซื้อที่อยู่อาศัย หากต้องการทราบว่าโครงการผ่าน EIA หรือไม่ สามารถตรวจสอบรายชื่อโครงการและศึกษารายละเอียดได้ที่ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(สผ.)โทร.02-265-6630 หรือที่เว็บไซต์ www.onep.go.th
ที่มา : นิตยสารบ้านพร้อมอยู่
........................................................................................................................................>