
ในวันที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ต้องเผชิญทั้งเศรษฐกิจชะลอตัว หนี้ครัวเรือนสูงและสถาบันการเงินที่ยังคงเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนไม่ใช่แค่เพียงกำลังซื้อ แต่วิธีคิดของคนที่จะซื้อบ้านก็เปลี่ยนด้วย

ในวันที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ต้องเผชิญทั้งเศรษฐกิจชะลอตัว หนี้ครัวเรือนสูงและสถาบันการเงินที่ยังคงเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนไม่ใช่แค่เพียงกำลังซื้อ แต่วิธีคิดของคนที่จะซื้อบ้านก็เปลี่ยนด้วย
ลูกค้าใช้เวลาตัดสินใจนานขึ้น เปรียบเทียบข้อมูลมากขึ้น และไม่ได้มองเพียงแค่เรื่องราคา แต่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ แบรนด์ ความน่าเชื่อถือ ฟังก์ชันการอยู่อาศัย รวมถึงบริการหลังการขายที่จะช่วยรักษามูลค่าของบ้านในระยะยาว ซึ่งเป็นจุดแข็งของแบรนด์แสนสิริ
นี่จึงเป็นโจทย์สำคัญของตลาดแนวราบในวันนี้ และเป็นภาพสะท้อนผ่านทิศทางธุรกิจของแสนสิริ ที่ยังเดินหน้าเปิดโครงการใหม่ พร้อมปรับพอร์ตสินค้าให้ตอบโจทย์กำลังซื้อในแต่ละ Segment มากขึ้น

จากงานแถลงข่าวทิศทางธุรกิจแนวราบแสนสิริ ซึ่งจัดขึ้นที่โครงการ “เศรษฐสิริ เกรท ดอนเมือง” มีการเปิดภาพมุมมองธุรกิจ พร้อมเผยแนวการคิดพัฒนาโครงการในทำเลสำคัญ รวมถึงการเปิดตัวบ้านซีรีส์ใหม่อย่าง “เศรษฐสิริ เกรท ดอนเมือง” ที่เข้ามาเติมสีสันให้กับตลาดบ้านระดับบนในโซนดอนเมือง

สำหรับปี 2026 แสนสิริวางแผนเปิดโครงการใหม่ทั้งหมด 17 โครงการ รวมมูลค่าประมาณ 25,000 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้ายอดขายที่ 25,000 ล้านบาท และเป้ารายได้ 21,500 ล้านบาท
ในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา เปิดโครงการใหม่ไปแล้ว 5 โครงการ และสามารถทำยอดขายได้ประมาณ 15,000 ล้านบาท ขณะที่มีโครงการที่สามารถปิดการขาย Sold Out ไปแล้วถึง 10 โครงการ คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 9,500 ล้านบาท
ส่วนช่วงที่เหลือของปี โดยเฉพาะในไตรมาส 3 และ 4 แสนสิริเตรียมเปิดตัวอีก 12 โครงการ เพื่อเดินหน้าสร้างยอดขายให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

ท่ามกลางตลาดที่ไม่ได้ง่ายเหมือนในช่วงที่ผ่านมา หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของแสนสิริ คือการบริหารความเสี่ยงด้วยการทำสินค้าให้ Match กับตลาดมากขึ้น
หัวใจสำคัญคือการควบคุมต้นทุนตั้งแต่ที่ดินและการก่อสร้าง ไปจนถึงการกำหนดราคาขาย โดยไม่ฝืนกำลังซื้อของผู้บริโภค แต่พยายามพัฒนาสินค้าในระดับราคาที่ลูกค้าสามารถเข้าถึงได้

อีกหนึ่งแนวทางคือการกระจายความเสี่ยงทั้งในเรื่องของ Segment และ Location ทำให้พอร์ตโครงการครอบคลุมตั้งแต่บ้านระดับราคาเริ่มต้นประมาณ 1.9 ล้าน ไปจนถึงบ้านระดับ 100 ล้านบาทขึ้นไป กระจายอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล และหัวมืองต่างจังหวัด
มองอีกมุมหนึ่ง นี่คือการพยายามสร้างพอร์ตที่ไม่ได้พึ่งพากำลังการซื้อจากตลาดใดตลาดหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่มีสินค้ารองรับผู้บริโภคหลายกลุ่มและสามารถปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาดได้

ข้อมูลจากคุณภัคพริ้ง การุญ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดโครงการแนวราบ แสนสิริ ในงานแถลงข่าวสะท้อน Consumer Insight ที่น่าสนใจว่า วันนี้ลูกค้าใช้เวลาในการตัดสินใจซื้อบ้านนานขึ้น เพราะต้องการเปรียบเทียบข้อมูลในรายละเอียดมากกว่าเดิม
การเลือกซื้อบ้านจึงไม่ได้จบแค่ที่ราคาเท่าไร แต่เริ่มมองไปถึงคุณค่าของแบรนด์ คุณภาพของโครงการ และบริการหลังการขาย เพราะบ้านเป็นสินทรัพย์ที่ผู้ซื้อคาดหวังว่าจะสามารถสร้างมูลค่าและใช้งานได้ในระยะยาว 10 – 20 ปี
ในมุมมองของแสนสิริจึงวางมาตรฐานการให้บริการและความปลอดภัยเป็นเรื่องที่ต้องครอบคลุมทุกระดับราคา ไม่ว่าจะเป็นบ้านราคา 2 ล้านบาท หรือบ้านระดับ 100 ล้านบาท ลูกค้าจะได้รับมาตรฐานในเรื่องบริการและระบบความปลอดภัยของแบรนด์ในระดับเดียวกัน

อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจ คือความต้องการของลูกค้าในแต่ละระดับราคาที่ไม่ได้เหมือนกัน
สำหรับกลุ่มบ้านราคาไม่เกิน 10 ล้านบาท สิ่งที่ให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือพื้นที่ใช้สอยและฟังก์ชันที่คุ้มค่ากับราคา โดยเฉพาะครอบครัวเริ่มต้นที่ต้องการบ้านที่สามารถรองรับการใช้ชีวิตในแต่ละช่วงวัย
ขณะที่กลุ่มลูกค้าเศรษฐสิริจะให้ความสำคัญกับฟังก์ชันที่รองรับสมาชิกหลาย Generation เช่น ห้องนอนชั้นล่างที่มีขนาดใหญ่และใช้งานได้จริง รวมถึงทำเลที่เดินทางสะดวก
ส่วนกลุ่มนาราสิริจะขยับความสนใจไปที่งานดีไซน์ และความสวยงามแบบ Timeless ซึ่งเป็นบ้านที่สามารถส่งต่อให้กับคนรุ่นต่อไปได้
แนวคิดเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าการพัฒนาบ้านในปัจจุบัน ไม่ได้มองเพียงบ้านหนึ่งหลัง แต่ต้องเริ่มจากการเข้าใจว่าคนแต่ละกลุ่มจะใช้ชีวิตอยู่ในบ้านอย่างไร

หากพูดถึงหนึ่งในทำเลที่แสนสิริกำลังให้ความสำคัญอย่างชัดเจนในช่วงนี้ ดอนเมืองถือว่าเป็นอีกพื้นที่ที่น่าจับตามอง
แสนสิริวางแผนพัฒนาพื้นที่เกือบ 180 ไร่ ให้กลายเป็น Sansiri Community ที่ประกอบไปด้วยบ้านแนวราบ 3 โครงการ และมีแผนเปิดคอนโดมิเนียมเพิ่มเติมอีก 2 โครงการ เพื่อสร้าง Total Living Ecosystem ที่มีที่อยู่อาศัยหลายรูปแบบอยู่ในพื้นที่เดียวกัน

จุดแข็งของทำเลดอนเมือง คือเรื่องการเดินทางที่ค่อนข้างครบ ทั้งสนามบินดอนเมือง รถไฟฟ้า SRT สายสีแดง และทางด่วนโทลล์เวย์บนเส้นวิภาวดี
นอกจากนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ ทั้งโรงเรียนนานาชาติ ศูนย์การค้า และโรงพยาบาล ขณะที่พื้นที่ยังมีโอกาสเติบโตตามการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการขยายตัวของกรุงเทพฯ
แสนสิริมองว่าดอนเมืองไม่ได้เป็นเพียงทำเลสำหรับคนที่ต้องการอยู่ใกล้สนามบิน แต่มีศักยภาพที่จะรองรับทั้งคนในพื้นที่เดิม เจ้าของธุรกิจ บุคลากรทางด้านการบิน รวมถึงผู้ซื้อจากต่างจังหวัดที่มองหาบ้านในกรุงเทพฯ
โดยกลุ่มเป้าหมายของโครงการในดอนเมือง แบ่งออกเป็นประมาณ 50% เป็นคนในพื้นที่เดิม เจ้าของธุรกิจ และแพทย์ 30% เป็นบุคลากรด้านการบิน และอีก 20% เป็นนักลงทุนหรือลูกค้าจากต่างจังหวัด

นอกจากดอนเมืองแล้ว แสนสิริยังเดินหน้าพัฒนา Community ขนาดใหญ่ในทำเลอื่นๆ เพื่อสร้างพื้นที่อยู่อาศัยที่มีองค์ประกอบมากกว่าโครงการบ้านเดี่ยวหนึ่งโครงการ
หนึ่งในนั้นคือ ราชพฤกษ์ตัดใหม่ ซึ่งมีพื้นที่รวมประมาณ 1,000 ไร่ ซึ่งจะกลายเป็น อาณาจักร Sansiri Community ที่ใหญ่ที่สุดที่เคยมีมา และเปิดตัว 3 โครงการใหม่ในพื้นที่นี้ ได้แก่ สิริ เพลส, เมเบิล และอณาสิริ ในระดับราคาเริ่มต้นประมาณ 3.9 – 4 ล้านบาท
อีกพื้นที่คือ เวสต์เกต – กรุงเทพกรีฑา บนพื้นที่ประมาณ 142 ไร่ ซึ่งเป็นการต่อยอดจากเฟสเดิมที่ขายหมดแล้ว โดยเตรียมเปิดโครงการแรก “Burasiri Well Krungthepkreetha” ในแนวคิด Luxury Wellness & Resort Villa มูลค่าโครงการประมาณ 6,000 ล้านบาท
ในตลาดต่างจังหวัด แสนสิริยังคงเดินหน้ามองหาทำเลที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยวอย่างภูเก็ตและเชียงใหม่
หนึ่งในความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองคือ การเตรียมเปิดตัวแบรนด์ใหม่ The Tales โครงการ Pool Villa ในเดือนตุลาคม ที่บางเทา จังหวัดภูเก็ต
ขณะเดียวกันยังมีโครงการในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เช่น เศรษฐสิริ รัตนาธิเบศร์ มูลค่าประมาณ 2,500 ล้านบาท ที่หยิบงานดีไซน์ Art Deco มาใช้กับบ้านบนทำเลติดถนนใหญ่และใกล้รถไฟฟ้า กำลังเตรียมจ่อเปิดตัวตามมาเร็วๆ นี้
ทั้งหมดนี้ทำให้เห็นภาพว่า กลยุทธ์ของแสนสิริในปีนี้ไม่ได้มองเพียงการเปิดโครงการให้ได้ตามเป้าหมาย แต่เป็นการกระจาย Product ไปยัง Segment และ Location ที่แตกต่างกัน พร้อมพยายามสร้างความชัดเจนของแต่ละแบรนด์ เพื่อให้ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้ามากขึ้นและแบรนด์ก็เติบโตอย่างยั่งยืน

หนึ่งใน Product ที่สะท้อนแนวคิดดังกล่าวได้ชัดเจน คือ เศรษฐสิริ เกรท ดอนเมือง บ้านเดี่ยวซีรีส์ใหม่ภายใต้แนวคิด The Real Modern
โครงการนี้ตั้งอยู่ใน Sansiri Community บนพื้นที่เกือบ 180 ไร่ มีจำนวนจำกัดเพียง 129 ยูนิต โดยตัวโครงการอยู่ฝั่งตรงข้ามสนามบินดอนเมืองประมาณ 2.2 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีแดง สถานีดอนเมือง 400 เมตร อีกทั้งยังเชื่อมต่อโทลล์เวย์ได้สะดวก
สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ อยู่ใกล้ Red Spoon Market ประมาณ 700 เมตร, โรงเรียนนานาชาติฮาร์โรว์ประมาณ 4.3 กิโลเมตร, โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ประมาณ 6.8 กิโลเมตร และโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะประมาณ 8.8 กิโลเมตร

สำหรับโครงการ เศรษฐสิริ เกรท ดอนเมือง มีแบบบ้านให้เลือกตั้งแต่พื้นที่ใช้สอย 216 – 430 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 15 ล้านบาท
มีทั้งหมด 4 แบบบ้าน คือ
โดยแบบบ้านที่เป็นไฮไลต์คือ Onyx บ้านหลังใหญ่สุดของโครงการ มีพื้นที่ใช้สอย 430 ตารางเมตร บนที่ดิน 96 ตารางวา มาพร้อม 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ และออกแบบให้พื้นที่ภายในบ้านเชื่อมต่อกับพื้นที่ภายนอกมากขึ้น

การออกแบบตัวบ้าน ยังคงคำนึงถึงทิศทางของแสงแดด การไหลเวียนของลมและการป้องกันความร้อน สำหรับพื้นที่ชั้น 1 จะมีการจัดวาง Layout ให้เชื่อมต่อการใช้งานได้มากขึ้น ทำให้บรรยากาศโปร่งโล่งมากขึ้น

พื้นที่ Living Area ภายในบ้านจะเชื่อมต่อกับ Dining Area แบบ Open Plan สามารถวางชุดโต๊ะโชฟาขนาดใหญ่ได้ และยังเหลือพื้นที่ระหว่างการใช้งานแบบมีสเปซมากพอสำหรับสมาชิกในครอบครัวได้มีเวลาร่วมกัน


ถัดเข้ามาจะเป็นโซน Dining Area ที่เชื่อมต่อมาจาก Living Area โดยมุมนี้จะรองรับโต๊ะขนาด 6 ที่นั่งได้ หรือในวันพิเศษมีแขกมาเยือนบ้านก็สามารถปรับเป็น 8 ที่นั่งก็ยังได้แบบสบายๆ ใกล้ๆ กันมีพื้นที่ให้ทำเคาน์เตอร์เตรียมอาหารกับชั้นวางของเหมือนกันบ้านตัวอย่างได้ด้วย

ด้านในมีการจัดวางพื้นที่แบบ Green Connected เชื่อม Living & Dining เข้ากับพื้นที่สีเขียว พร้อมโถงทางเข้าที่ออกแบบเป็น Double Volume เพิ่มความโปร่งโล่งให้กับพื้นที่ส่วนกลางของบ้าน

ขึ้นมายังชั้นบน อีกหนึ่งจุดคือ Enlarged Window กระจกบานใหญ่สูงประมาณ 2.7 เมตร ที่ช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามาในบ้าน โดยใช้ Crystal Grey Coated เพื่อช่วยจัดการเรื่องความร้อน

Master Bedroom เป็นห้องขนาดใหญ่เกือบเต็มพื้นที่หน้ากว้างของบ้าน ด้วยความที่เป็นห้องนอนใหญ่ การจัดแบ่งฟังก์ชันในห้องจึงทำได้เป็นสัดส่วน รองรับเตียงขนาด 6 ฟุต และยังมีพื้นที่สำหรับส่วนโซนแต่งตัวหรือวางตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้งได้สบายๆ และมีห้องน้ำส่วนตัวให้พร้อมใช้งาน

หนึ่งในฟังก์ชันที่น่าสนใจคือ Panoramic Living Balcony ระเบียงที่เชื่อมต่อพื้นที่ของตัวบ้าน ช่วยเพิ่มพื้นที่สำหรับการพักผ่อนและเปิดมุมมองออกสู่ภายนอก

The Real Modern ของเศรษฐสิริ เกรท ดอนเมือง ได้แรงบันดาลใจมาจากแนวคิด Modernism ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงปลายทศวรรษที่ 19 ต่อเนื่องถึงต้นศตวรรษที่ 20 เป็นช่วงเวลาที่โลกกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม และเกิดความพยายามที่สร้างรูปแบบการออกแบบใหม่ๆ
แสนสิรินำแนวคิดเรื่อง “A Sense of Timelessness” หรือสถาปัตยกรรมเหนือกาลเวลามาตีความให้เข้ากับบ้านยุคปัจจุบัน
เพราะการซื้อบ้านถือเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ การออกแบบจึงไม่ได้มองเพียงว่า วันนี้สวยหรือไม่ แต่ต้องคิดต่อไปว่าบ้านยังอยู่ร่วมกับเจ้าของได้ดีเมื่อเวลาผ่านไป
รายละเอียดทุกอย่างจึงถูกออกแบบให้ทำงานไปพร้อมกับการใช้ชีวิต
ทั้งหมดนี้ทำให้ Real Modern เป็นแนวคิดที่พยายามทำให้ดีไซน์ ฟังก์ชัน และการใช้ชีวิตเดินไปด้วยกัน

ในส่วนของพื้นที่ส่วนกลาง เศรษฐสิริ เกรท ดอนเมือง ยังคงใช้แนวคิด The Real Modern มาเป็นภาพรวมของการออกแบบ โดยมีคาแรกเตอร์ที่คม เท่ และนิ่ง แต่เติมรายละเอียดจากธรรมชาติเข้ามา เพื่อให้บรรยากาศของพื้นที่ส่วนกลางยังมีความผ่อนคลาย

นอกจากพื้นที่ส่วนกลางหลักแล้ว ยังมีการออกแบบพื้นที่สำหรับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ด้วย

พื้นที่คลับเฮาส์ที่โอ่โถงโปร่งโล่ง ออกแบบรับกับคอนเซปต์ของโครงการ The Real Modern

สระว่ายน้ำระบบเกลือ พร้อมโซฟาเบดสำหรับพักผ่อนบริเวณรอบๆ สระ พร้อมรับวิวในโครงการ

ฟิตเนส พร้อมอุปกรณ์ออกกำลังกายแบบครบครัน รองรับทั้งคาร์ดิโอ และเวทเทรนนิ่ง

Pet Park ที่ทำมาเพื่อตอบโจทย์ครอบครัวที่เลี้ยงน้องหมาน้องแมวไว้เป็นสมาชิกของครอบครัว สามารถพามาวิ่งเล่นที่มุมนี้ได้

สนามเด็กเล่นออกแบบให้ดูมีสีสัน รับกับทำเลดอนเมือง ด้วยสไลเดอร์เครื่องบินที่น่ารักมาก

พื้นที่สวนสีเขียวให้พักผ่อน เติมเต็มความผ่อนคลายให้กับบรรยากาศของโครงการ

ที่ขาดไม่ได้เลยคือ Sansiri Backyard มุมพืชผักสวนครัวที่สามารถนำไปประกอบอาหารทานเองได้

อีกหนึ่งรายละเอียดที่โครงการให้ความสำคัญคือเรื่องความปลอดภัย โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพร้อมระบบ CCTV รวมทั้งหมด 35 จุด แบ่งเป็น CCTV ทั่วไป 26 จุด และ CCTV Analytic อีก 9 จุด เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบและเฝ้าระวังพื้นที่ภายในโครงการ นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบอ่านป้ายทะเบียนรถยนต์ (License Plate Recognition) เพื่อช่วยคัดกรองและตรวจสอบรถที่เข้าออกโครงการ ขณะที่บริเวณรอบโครงการใช้รั้วทึบสูงถึง 2.9 เมตร ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวและความรู้สึกปลอดภัยให้กับลูกบ้านได้อีกระดับ

หากมองจากทั้งทำเล ขนาดพื้นที่ใช้สอย และฟังก์ชันการออกแบบ “เศรษฐสิริ เกรท ดอนเมือง” ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่น่าสนใจสำหรับคนที่กำลังมองหาบ้านเดี่ยวลักซ์ชัวรีในโซนวิภาวดี – ดอนเมือง โดยเฉพาะคนที่ต้องการพื้นที่บ้านขนาดใหญ่ แต่ยังให้ความสำคัญกับการเดินทางและการใช้ชีวิตที่เชื่อมต่อกับเมืองได้สะดวก
แสนสิริวางราคาเริ่มต้นของโครงการไว้ที่ 15 ล้านบาท* ซึ่งเป็นราคาที่ต้องการนำเสนอความคุ้มค่าให้กับลูกค้า ทั้งในเรื่องพื้นที่ใช้สอย ฟังก์ชัน และทำเลใกล้รถไฟฟ้า โดยมีบ้านให้เลือกตั้งแต่ 216 – 430 ตารางเมตร และจำนวนจำกัดเพียง 129 ยูนิต
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาบ้านในทำเลนี้และอยากสัมผัสแนวคิด The Real Modern ก่อนใคร
เตรียมพบกับรอบ PRESALE วันที่ 12 – 13 กันยายน 2569 พร้อมรับ Exclusive Privilege ส่วนลดสูงสุด 200,000 บาท* สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนตามเงื่อนไขที่กำหนด
ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษได้ที่ https://siri.ly/zEy2F09
หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เบอร์โทร. 1685
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
-
เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย