
คำว่า “ตึกทรุด” เป็นคำที่หลายคนได้ยินแล้วรู้สึกกังวลทันที โดยเฉพาะคนที่กำลังจะซื้อหรือเช่าคอนโด แต่ในทางวิศวกรรมแล้ว ไม่ใช่การทรุดทุกกรณีจะอันตราย และก็ไม่ใช่ทุกกรณีที่ควรมองข้าม

คำว่า “ตึกทรุด” เป็นคำที่หลายคนได้ยินแล้วรู้สึกกังวลทันที โดยเฉพาะคนที่กำลังจะซื้อหรือเช่าคอนโด แต่ในทางวิศวกรรมแล้ว ไม่ใช่การทรุดทุกกรณีจะอันตราย และก็ไม่ใช่ทุกกรณีที่ควรมองข้าม
บทความนี้จะอธิบายเรื่อง “ตึกทรุด” อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ความหมาย สาเหตุ ระดับความเสี่ยง ไปจนถึงสิ่งที่ผู้ซื้อและผู้เช่าควรรู้ เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจอย่างมีข้อมูล ไม่ตื่นตระหนก แต่ก็ไม่ประมาท
“ตึกทรุด” (Building Settlement) หมายถึง การที่อาคารหรือส่วนหนึ่งของอาคาร เคลื่อนตัวลงในแนวดิ่ง เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของชั้นดินหรือโครงสร้างรองรับ
การทรุดสามารถแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะหลัก
สาเหตุของตึกทรุดไม่ได้มีแค่ “ตึกเก่า” อย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่เกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น
คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับระดับและลักษณะการทรุด
กรณีเหล่านี้พบได้ทั่วไปในอาคารจำนวนมาก และมักอยู่ในเกณฑ์ที่ควบคุมได้
กรณีเหล่านี้ควรให้วิศวกรโครงสร้างเข้าตรวจสอบโดยเร็ว
สำหรับผู้ซื้อคอนโดหรือบ้าน สิ่งที่ควรพิจารณา ได้แก่
ผู้เช่ามักคิดว่า “ไม่ได้เป็นเจ้าของ เดี๋ยวก็ย้าย” แต่จริงๆ ควรใส่ใจในระดับหนึ่ง
สิ่งที่ผู้เช่าควรสังเกต
หากพบสิ่งผิดปกติ ควรแจ้งเจ้าของห้องหรือพิจารณาเงื่อนไขสัญญาเช่าเพื่อความปลอดภัย
สิ่งสำคัญคือ แยกแยะระหว่าง “การทรุดตัวตามธรรมชาติ” กับ “ปัญหาโครงสร้างที่ต้องแก้ไข”
อาคารจำนวนมากในเมืองใหญ่ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ มีการทรุดตัวในระดับหนึ่งเป็นเรื่องปกติ และถูกนำไปคำนวณไว้ตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ
ปัญหาจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อ
“ตึกทรุดไม่ใช่เรื่องที่ต้องกลัว แต่เป็นเรื่องที่ต้องเข้าใจ”
การตัดสินใจซื้อหรือเช่าบ้าน ไม่ควรใช้ความรู้สึกอย่างเดียว
แต่ควรใช้ข้อมูล โครงสร้าง และการดูแลของอาคารเป็นตัวช่วยตัดสินใจ
ถ้าคุณกำลัง
การตั้งคำถามให้ถูก และขอข้อมูลให้ครบจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
📌 ติดต่อเราได้ที่
👉 LINE @homebuyersth
👉 โทร. 02-941-4900
👉 Facebook: Home Buyer TH
แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
-
เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย