
ถ้าพูดถึง “ฟลิปบ้าน” หลายคนอาจคิดถึงการซื้อบ้านเก่ามารีโนเวทแล้วขายต่อกำไร แต่ความท้าทายสำคัญจริง ๆ สำหรับทั้งนายหน้าและนักลงทุน ก็คือ… “จะไปหาอสังหาฯ ราคาดีมาทำฟลิปได้ที่ไหน?” ถ้าแค่รอเจ้าของบ้านเดินมาหา อาจต้องรอจนผมหงอกเลยครับ!

ถ้าพูดถึง “ฟลิปบ้าน” หลายคนอาจคิดถึงการซื้อบ้านเก่ามารีโนเวทแล้วขายต่อกำไร แต่ความท้าทายสำคัญจริง ๆ สำหรับทั้งนายหน้าและนักลงทุน ก็คือ… “จะไปหาอสังหาฯ ราคาดีมาทำฟลิปได้ที่ไหน?” ถ้าแค่รอเจ้าของบ้านเดินมาหา อาจต้องรอจนผมหงอกเลยครับ!
วันนี้ HomeHug ขอสรุปเทคนิคและแนวคิดจากหนังสือฟลิปบ้าน ที่จะช่วยให้นายหน้าหรือนักลงทุนหน้าใหม่ ค้นหา “ดีลทอง” ได้ง่ายและไวกว่าเดิม ลองไปดูกันเลยครับ
อย่าเพิ่งน้อยใจนะครับ แต่ยุคนี้ใคร ๆ ก็เป็นนายหน้าได้ แต่ถ้าคุณอยากโตไวในวงการนี้ ต้อง “คิดแบบนักล่าทรัพย์” คือไม่ใช่แค่รับบ้านมาลงขาย แต่ต้องมีสกิลหาทรัพย์ก่อนใคร และเลือกทรัพย์ที่มีโอกาสฟลิปได้จริง
หนังสือฟลิปบ้านแนะนำว่า นายหน้าหรือคนฟลิปมืออาชีพ จะลงพื้นที่ สำรวจตลาด และรู้จักข้อมูลบ้านในย่านที่ตัวเองชำนาญเสมอ พยายามสร้างเครือข่ายกับเจ้าของบ้าน นายหน้าอื่น ๆ หรือแม้แต่ผู้รับเหมา เพราะดีลเด็ด ๆ มักไม่ค่อยโผล่มาในเว็บไซต์หรือตลาดเปิดครับ
หนึ่งในเทคนิคที่ใช้ได้ผลมาก คือการ “ฟาร์มมิ่ง”
ฟาร์มมิ่งคือการ “ขุดเหมือง” สร้างฐานข้อมูลและความสัมพันธ์ในพื้นที่เดียวกันซ้ำ ๆ จนเจ้าของบ้านหรือคนในพื้นที่นึกถึงคุณก่อนเป็นคนแรกเมื่อจะขายบ้าน
ทุกวันนี้ประกาศขายบ้านออนไลน์ เช่น homehug.in.th, กลุ่ม Facebook หรือ Line OA มีทรัพย์หมุนเวียนเข้าตลอดเวลา แต่…บ้านดีราคาดีมักถูกจองหรือปิดดีลเร็วมาก! ดังนั้น นายหน้าหรือคนฟลิปที่ประสบความสำเร็จจะเช็คประกาศใหม่ ๆ วันละหลายรอบ พร้อมโทรหรือแชทหาผู้ขายทันทีที่เจอทรัพย์น่าสนใจ
เทคนิคคือ “อย่าเลือกมากในช่วงแรก” กล้าดูหลายหลังไว้ก่อน จากนั้นค่อยคัดทรัพย์จริง ๆ ที่มีศักยภาพฟลิปได้กำไร
บ่อยครั้งบ้านดีราคาดีจะวนเวียนอยู่ในวงในของนายหน้ารุ่นเก๋า นักลงทุน หรือแม้แต่ผู้รับเหมาซ่อมบ้าน ถ้าคุณมีเครือข่ายดี เวลาใครเจอบ้านถูก จะนึกถึงคุณคนแรก ขอแค่คุณมีความจริงใจ ให้ข้อมูลดี ไม่ตุกติก ทุกคนจะอยากแบ่งดีลมาให้เอง
อย่ากลัวที่จะร่วมมือกับนายหน้าเจ้าอื่น แชร์คอมมิชชั่นกัน หรือแบ่งหน้าที่กันคนละย่านก็เป็นไอเดียที่เวิร์ก
ถ้าอยากได้บ้านดีราคาต่ำจริง ๆ บางทีต้องใช้กลยุทธ์ส่งจดหมาย หรือโทรตรงถึงเจ้าของบ้านที่ดูเหมือนจะ “ยังไม่ได้ประกาศขาย”
ตัวอย่างเช่น เลือกทำเลที่สนใจ ดูบ้านที่ดูร้างหรือเก่า โทรไปสอบถาม หรือส่งจดหมาย/ใบปลิวว่า “หากต้องการขายบ้าน ติดต่อผมได้ตลอดนะครับ”
แม้อัตราตอบกลับอาจไม่สูงมาก แต่ดีลที่ได้มักเป็นดีลราคาดีเพราะเจ้าของยังไม่ได้ลงประกาศในตลาด
บ้านที่ธนาคารยึด บ้านหลุดจำนอง หรือบ้านขายฝาก คืออีกแหล่งที่น่าสนใจ เพราะเจ้าของเดิมมักอยากขายให้ไว ราคาจึงต่ำกว่าตลาด
ติดตามเว็บไซต์ของธนาคาร หรือประกาศหลุดจำนอง ดูรอบ ๆ สำนักงานที่ดิน หรือพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ที่รู้จัก
ข้อควรระวัง: บ้านกลุ่มนี้อาจมีภาระผูกพัน ตรวจสอบเอกสารและภาระหนี้ให้รอบคอบเสมอ
บ้านจะฟลิปกำไรหรือไม่ ไม่ได้อยู่ที่ “แค่ซื้อถูก” แต่ต้องดูศักยภาพหลังรีโนเวทด้วย
ถามตัวเองเสมอ: บ้านนี้หลังรีโนเวทจะขายได้ราคาเท่าไหร่? ทำเลนี้คนต้องการจริงไหม? งบรีโนเวทบานปลายหรือเปล่า?
เทคนิคจากหนังสือคือ “ดูต้นทุนให้ครบ ตั้งแต่ราคาซื้อ + รีโนเวท + ค่าโอน + ค่าถือครอง + ค่าการตลาด” แล้วค่อยตั้งเป้ากำไรที่เหมาะสม
นายหน้าที่ดี ไม่ใช่แค่รอคนฝากขายบ้าน แต่ต้องพัฒนาทักษะ “ล่าทรัพย์” และ “สร้างเครือข่าย” อยู่เสมอ
ยิ่งคุณขยัน หมั่นเช็คประกาศ รู้จักกลยุทธ์ฟาร์มมิ่ง ใช้ Direct Marketing และวิเคราะห์ดีลเป็น จะยิ่งเจอดีลทองไวขึ้น
ฟลิปบ้านไม่ใช่เรื่องไกลตัว ขอแค่รู้แหล่งและกล้าลอง ลงมือจริง โอกาสกำไรก็อยู่แค่เอื้อม
ขอให้สนุกกับการล่าดีลฟลิป และอย่าลืมติดตาม HomeHug.in.th เรามีเทคนิคดี ๆ สำหรับนายหน้าและนักลงทุนหน้าใหม่รออยู่อีกเพียบ!
แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
-
เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย