
เศรษฐกิจไม่ค่อยดีแบบนี้ ใครหลายคนอาจเริ่มมีปัญหาทางการเงิน จนค้างชำระหนี้สินต่างๆ ที่มีอยู่ เช่น บัตรเครดิต สินเชื่อบุคคล หรือสินเชื่อรถยนต์ ทำให้มีประวัติอยู่ใน เครดิตบูโร

เศรษฐกิจไม่ค่อยดีแบบนี้ ใครหลายคนอาจเริ่มมีปัญหาทางการเงิน จนค้างชำระหนี้สินต่างๆ ที่มีอยู่ เช่น บัตรเครดิต สินเชื่อบุคคล หรือสินเชื่อรถยนต์ ทำให้มีประวัติอยู่ใน เครดิตบูโร
ถ้าบางคนค้างจ่ายนานๆ จนหนี้สินพอกพูน อาจถึงขั้น ติดแบล็คลิสต์ เลยทีเดียว คราวนี้พออยากจะกู้ซื้อบ้านก็น่าจะเป็นเรื่องยากแล้วใช่ไหมคะ?
แต่จริงๆ แล้วสถาบันการเงินก็ยังมีเกณฑ์พิจารณาจากเบาไปหาหนัก บางคนถ้า มีประวัติค้างชำระ ไม่กี่รอบ ก็อาจจะยังมีหวังในการกู้สินเชื่อบ้านผ่านได้ วันนี้ Home Buyers เลยมีความรู้เกี่ยวกับ การกู้สินเชื่อบ้านของผู้มีประวัติค้างชำระ หรือติดแบล็คลิสต์ มาฝากกันแล้วค่ะ
"แบล็คลิสต์" คืออะไร? นี่คือศัพท์ที่คนทั่วไปใช้พูดถึง ผู้ที่มีประวัติไม่ดี ในมุมของการเงินหรือสินเชื่อ หมายความว่าเป็น กลุ่มคนที่มีประวัติค้างชำระ นั่นเอง
ปกติเวลาเราจะยื่นเอกสารเพื่อดำเนินการกู้ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบ้านหรือรถ ในขั้นตอนการยื่นเอกสารผู้กู้ต้องลงลายมือชื่อเพื่อยินยอมให้ธนาคารตรวจสอบ ประวัติการชำระหนี้ที่ทางเครดิตบูโรทำการรวบรวมไว้ และต้องส่งให้สถาบันการเงินต่างๆ เมื่อถูกขอข้อมูล
เครดิตบูโร หรือบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด เป็นบริษัทมีหน้าที่เก็บข้อมูล ประวัติการขอและการได้รับอนุมัติสินเชื่อ และที่สำคัญคือ ประวัติการชำระสินเชื่อของลูกค้าสถาบันการเงินที่เป็นสมาชิกของบริษัท โดยเครดิตบูโรสามารถเปิดเผยข้อมูลที่จัดเก็บไว้นี้ให้กับสถาบันการเงินที่เป็นสมาชิกเมื่อมีลูกค้ายื่นขอสินเชื่อหรือบัตรเครดิตกับสมาชิกของบริษัท ซึ่งลูกค้าต้องให้ความยินยอมในการเปิดเผยข้อมูลของตน
ทั้งนี้เพื่อให้สถาบันการเงินมีข้อมูลเพียงพอในการวิเคราะห์สินเชื่อเพื่อการอนุมัติ ซึ่งจะช่วยป้องกันมิให้เกิดปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ หนี้เสีย หรือ หนี้ NPL ในระบบสถาบันการเงินของประเทศโดยรวม
เครดิตบูโร ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลสินเชื่อ รวมถึงประวัติการชำระสินเชื่อทุกอย่างมารวมไว้ในฐานข้อมูลของบริษัท และทุกอย่างที่ว่านี้จะปรากฏให้เห็นในฐานข้อมูลเครดิต ได้แก่
1. ข้อมูลบ่งชี้ คือข้อมูลที่บ่งบอกถึงสถานะของลูกค้าหรือตัวบุคคล ได้แก่ ชื่อ - นามสกุล, ที่อยู่, เลขบัตรประจำตัวประชาชน และวันเดือนปีเกิด ส่วนกรณีที่เป็นนิติบุคคลจะเป็นชื่อ สถานที่ตั้ง และเลขทะเบียนนิติบุคคล
2. ข้อมูลสินเชื่อ คือข้อมูลเกี่ยวกับสินเชื่อที่ได้รับการอนุมัติ, สถานะของบัญชี เช่น สถานะปกติ, สถานะพักชำระหนี้, สถานีค้างชำระหนี้ รวมถึงประวัติการชำระหนี้ที่ผ่านมา เช่น ชำระตรงเวลาหรือล่าช้า หรือผิดนัดชำระ
สรุปคือ เครดิตบูโรเป็นบริษัทที่เก็บข้อมูลการชำระหนี้สินเชื่อของลูกหนี้กับสถาบันการเงินที่เป็นสมาชิกของบริษัทตามความเป็นจริง โดยที่ไม่ได้ขึ้นบัญชีดำหรือแบล็คสิสต์ลูกค้า เป็นเพียงบริษัทที่ให้ข้อมูลเท่านั้น
ผู้ที่ติดแบล็คลิสต์ หรือ มีประวัติค้างชำระยังสามารถซื้อบ้านได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละกรณี ซึ่งในการพิจารณาสินเชื่อของสถาบันการเงิน มีหลายปัจจัย เช่น อายุ อาชีพ รายได้ และความสามารถในการชำระหนี้ เป็นดุลยพินิจของสถาบันการเงิน โดยแต่ละแห่งมีนโยบายแตกต่างกันออกไป
และอย่างที่รู้กันว่าก่อนธนาคารจะพิจารณาให้เงินกู้เรา เค้าต้องประเมินและตรวจสอบประวัติทางการเงินของผู้ยื่นกู้ก่อน ถ้ามีประวัติไม่ดี มีปัญหา ธนาคารก็จะประเมินว่าเราไม่มีความสามารถในการผ่อนชำระหนี้มากพอและไม่สามารถกู้ซื้อบ้านได้ ก็จะส่งผลต่อการอนุมัติคือ "ไม่ผ่าน" แต่หากเคสไหนที่ไม่รุนแรงมาก แค่ไปเคลียร์หนี้เรียบร้อยก็สามารถมายื่นกู้ซื้อบ้านได้เลย
ฉะนั้นถ้า ติดแบล็คลิสต์ หรือมีประวัติค้างชำระ ไม่ได้หมายความว่ากู้ไม่ได้ตลอดไป เพียงแค่ยังไม่สามารถกู้ในช่วงหนึ่งเท่านั้น และถ้าอยากกู้ได้หรือกู้ผ่านก็ต้องจัดการหนี้เก่าให้หมดเท่านั้นเอง
ขึ้นอยู่กับหนี้นั่นเป็นหนี้รูปแบบไหน เช่น ค้างจ่ายหลายงวด นานเป็นปี จนมีการฟ้องร้อง ถ้าแบบนี้ต้องเคลียร์หนี้ทุกอย่างให้จบ ซึ่งข้อมูลของคุณก็ยังอยู่ในระบบอีก 3 ปี (เครดิตบูโรเก็บข้อมูลตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด) โดยภายใน 3 ปีนี้ก็จะยังไม่สามารถกู้ซื้อบ้านได้ค่ะ แต่หลังจากนั้นข้อมูลการค้างชำระของคุณจึงจะหายไป จึงจะสามารถกู้ซื้อบ้านได้ค่ะ ซึ่งระหว่างนี้เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือของประวัติทางการเงินให้ดูดีขึ้นและเพื่อเพิ่มโอกาสในการกู้ ควรปฏิบัติตามนี้
ดังนั้นสำหรับผู้ที่ มีประวัติค้างชำระ ก็สามารถกู้ซื้อบ้านได้ ซึ่งแต่ละกรณีต้องมาดูรายละเอียดกันว่าสาเหตุมาจากอะไร หากเป็นเรื่องไม่รุนแรงมาก เช่น การค้างธรรมเนียมบัตรเครดิต หรือชำระหนี้ล่าช้านิดหน่อย หลังจากเคลียร์หนี้จบ ก็สามารถกู้ซื้อบ้านได้ แต่ถ้ากรณีที่มีการฟ้องร้องเป็นคดี ก็จะไม่สามารถกู้ซื้อบ้านได้ จนกว่าจะเคลียร์จบ ชำระหนี้ทั้งหมด และ ต้องทิ้งระยะเวลาไว้นาน 3 ปี รวมถึงไม่ผิดชำระอีก ก็สามารถกลับมามีสถานะปกติ จึงกลับมากู้ซื้อบ้านได้ค่ะ
แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
-
เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย