อ่านเพิ่มเติม !
เชื่อว่าชีวิตของคนเมืองในปัจจุบันน่าจะมีประสบการณ์การใช้ลิฟต์และบันไดเลื่อนจนเคยชินแทบทุกคน ทั้งตามศูนย์การค้า ออฟฟิศ โรงพยาบาล สถานีรถไฟฟ้า คอนโดมิเนียม บ้านพักอาศัยฯลฯ และยิ่งเราเข้าสู่ยุคสังคมผู้สูงอายุ (Ageing Society) มากขึ้นเท่าไหร่ เรายิ่งมีความต้องการใช้ลิฟต์เพื่อความสะดวกมากขึ้น
เหตุผลทำให้เราเลือกใช้ลิฟต์และบันไดเลื่อนแทนการเดินปกติ เพราะเร็วกว่าสะดวกสบายมากกว่า แต่ที่มากกว่านั้นและขาดไม่ได้คือความปลอดภัย และถ้าให้ดียิ่งกว่าต้องเงียบ ต้องนุ่มนวลและมีเสถียรภาพด้วย
ทุกคุณสมบัติข้างต้นมีครบอยู่ในลิฟต์ทุกตัวของมิตซูบิชิและเป็นเหตุผล ทำให้ MITSUBISHI ELEVATOR เป็นแบรนด์ลิฟต์คุณภาพที่ครองใจผู้บริโภคและเจ้าของอาคารมายาวนานถึง 43 ปี และมีมาร์เก็ตแชร์มากที่สุด ซึ่งมีผลงานการติดตั้งลิฟต์และบันไดเลื่อนทั่วประเทศไทยกว่า 20,000 ตัว
วันนี้เราจะพาทุกท่านไปพิสูจน์คำตอบความเป็นแบรนด์ลิฟต์ชั้นนำของมิตซูบิชิ กับ คุณสันติพงษ์ บูรณกฤตยากรณ์ ผู้จัดการทั่วไป-ฝ่ายขายและการตลาด บริษัท มิตซูบิชิ เอลเลเวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับลิฟต์ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อนค่ะ
Safety First ความปลอดภัยสำคัญที่สุด
ลิฟต์จัดอยู่ในกลุ่ม Transportation เพื่อการขนส่งคล้ายกับรถยนต์ ต่างกันตรงที่รถยนต์วิ่งหรือเคลื่อนที่ในแนวราบ แต่ลิฟต์เคลื่อนที่ในแนวดิ่งหรือ Vertical Transportation) ดังนั้นไม่ว่าระหว่างการขับรถหรือขณะใช้ลิฟต์สิ่งหนึ่งที่ผู้ใช้งานต้องการคือ ความปลอดภัย
และเรื่องนี้ก็เป็นสิ่งที่มิตซูบิชิให้ความสำคัญมากที่สุด โดยเฉพาะมาตรฐานของโปรดักส์ที่ต้องปลอดภัยทั้งสำหรับคนทำงานและผู้ใช้งาน
คุณสันติพงษ์ บูรณกฤตยากรณ์ บอกว่าข้อดีอย่างหนึ่งของลิฟต์มิตซูบิชิ อิเล็คทริค คือความเป็นโปรดักส์ระดับ Global Brand ดังนั้นเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยจึงวางใจและเชื่อถือได้ แต่สิ่งที่สำคัญไม่น้อยกว่ามาตรฐานความปลอดภัยของโปรดักส์ ก็คือ Process หรือมาตรฐานความปลอดภัยในกระบวนการติดตั้งและการบำรุงรักษา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่บริษัทฯให้ความสำคัญมากและได้ลงทุนสร้างศูนย์ MITSUBISHI ELEVATOR TRAINING CENTER ขึ้นมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ
นโยบายที่ยึดความปลอดภัยเป็น Piority แรกกลายเป็นจุดเด่นหรือข้อได้เปรียบที่ทำให้ลิฟต์มิตซูบิชิ ได้รับความไว้วางใจจากเจ้าของโครงการและอาคารต่างๆ อย่างต่อเนื่องยาวนาน
และครองส่วนแบ่งตลาดมากที่สุดในปัจจุบัน โดยเฉพาะตลาดระดับบนหรืออาคารที่เป็น Signature ในเมืองไทยล้วนเลือกใช้ลิฟต์มิตซูบิชิ เช่น Mahanakhon Tower ตึกที่สูงที่สุดในประเทศไทยตอนนี้, โครงการสามSamyan Mitrtown ,โครงการ Four Season และล่าสุดคือ One Bangkok โครงการอสังหาริมทรัพย์มูลค่าสูงที่สุดในประเทศไทยและกำลังจะสร้างสถิติใหม่เป็นตึกมีลิฟต์ที่เร็วที่สุด ในประเทศไทย 540 เมตร/นาที
ทนทาน นุ่มนวล มีเสถียรภาพ ระยะยาว...คุ้มค่ากว่า
จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของลิฟต์มิตซูบิชิ คือ ความนุ่มนวลในการเคลื่อนที่ (Comfort) และ ความมีเสถียรภาพของโปรดักส์ซึ่งมีความทนทานสูง (Stablility) สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องตลอดอายุการใช้งาน 20-25 ปี ไม่มีปัญหาจุกจิก ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการดูแลรักษาสม่ำเสมอและอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญมาก คือคุณภาพของโปรดักส์ โดยเฉพาะคุณภาพของมอเตอร์นั่นเอง
เป็นที่ยอมรับกันว่ามอเตอร์ลิฟต์มิตซูบิชิทำงานได้เงียบมาก และที่ผ่านมาบริษัทแม่ที่ญี่ปุ่นก็ได้พัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพมาตลอด ตั้งแต่ยุคแรกๆมอเตอร์ DC ขนาดใหญ่ กินไฟ พัฒนามาเป็น AC มอเตอร์ ขนาดเล็กลง กินไฟน้อยลง ปรับคอนโทรลเพิ่มความเร็วได้ กระทั่งเป็น PM มอเตอร์ที่เล็กลงอีก ขนาดยิ่งเล็กลง ประหยัดพื้นที่มากขึ้นอีก ประหยัดพลังงานมากขึ้นอีก
นอกจากนี้บริษัทฯยังมีความพร้อมเต็มที่ในการสำรองและจัดหาอะไหล่อุปกรณ์ ซึ่งทำให้สามารถเข้าแก้ไขจัดการได้ทันที กรณีที่ลิฟต์ลูกค้าขัดข้อง เสียหายหรือชำรุด
“เราอยากบอกว่าในช่วงที่เกิดสึนามิที่จังหวัดฝั่งทะเลอันดามันเมื่อ 2547 เราเป็นบริษัทเดียวที่สามารถ Recover ลิฟต์ที่เสียหายในโรงแรมต่างๆ ได้เร็วที่สุดด้วยการระดมอะไหล่อุปกรณ์ทั้งหมดที่เรามีและความร่วมมือจากพันธมิตรต่างประเทศที่ส่งมาให้ด้วย” สิ่งเหล่านี้สร้างความประทับใจให้กับผู้ใช้งานและทำให้เกิดการซื้อซ้ำจนบางรายกลายเป็น Alliance กับเรา
นอกจากนี้ยังมีลูกค้าใหม่ที่เปลี่ยนใจมาเลือกใช้มิตซูบิชิทั้งๆที่ได้ติดตั้งแบรนด์อื่นไปแล้วไม่นาน ถึงแม้ว่า แบรนด์มิตซูบิชิราคาสูงกว่าหลายแบรนด์ในตลาดลิฟต์และบันไดเลื่อน หรืออาจพูดได้ว่าหากลูกค้าเน้นที่คุณภาพ ความคุ้มค่าในระยะยาว เค้ามักจะเลือกเรา เพราะหลายอย่างพิสูจน์ให้เห็นว่าในระยะยาวแล้วการใช้ลิฟต์มิตซูบิชิให้ความคุ้มค่ามากกว่า
Innovation for New Normal เทคโนโลยีไร้สัมผัส
นอกจากนี้ยังพัฒนาระบบ Control หรือปุ่มกด อุปกรณ์เสริมความปลอดภัย ดีไซน์ที่สวยงามทันสมัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของเจ้าของบ้านและผู้ใช้งานทุกกลุ่ม และอินเทรนด์กับยุคดิจิตัล สอดคล้องกับสังคมไทยที่กำลังกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุมากขึ้น
ปัจจุบันไม่เพียงแต่เทคโนโลยีด้านความเร็วที่ได้พัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆแล้ว ลิฟต์มิตซูบิชิยังพัฒนาให้สามารถIntegrate หรือทำงานร่วมกับเทคโนโลยีและระบบอื่นๆตามความต้องการของลูกค้า เช่น ทำงานร่วมกับเทคโนโลยีหุ่นยนต์ ในโครงการคอนโดมิเนียมของบมจ.แสนสิริ (หุ่นยนต์น้องแสนดี) หรือลิฟต์ Advance Technology ที่โครงการ Samyan Mitrtown ที่ใช้ระบบ scan ใบหน้า โดยไม่จำเป็นต้องใช้การ์ด ก็สามารถเดินผ่าน Security Gate ระบบก็จะระบุหมายเลขลิฟต์ที่เราจะขึ้น เราก็สามารถขึ้นตึกไปยังชั้นที่ทำงานได้เลย
และล่าสุดคือนวัตกรรม Touchless Solution ที่ประยุกต์ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ยุค New Normal หลีกเลี่ยงการสัมผัสปุ่มกดเพื่อลดการติดเชื้อCOID-19และเชื้อโรคอื่นๆ อาทิ
Touchless Sensor หรือ Capsense เพียงนำนิ้วไปใกล้ปุ่มกดเซ็นเตอร์ก็จะทำงานเรียกลิฟต์และเลือกชั้นที่ต้องการให้
ระบบ Hologram สั่งการด้วยเทคโนโลยีฉายภาพแบบ Holographic พร้อมการใช้เซ็นเซอร์แสง
Face Scan เพียงยื่นหน้ามาที่เครื่องสแกน ลิฟต์ก็จะสั่งงานพาไปยังชั้นที่กำหนดไว้โดยไม่ต้องสัมผัสปุ่มเช่นกัน
Hand Gesture Calling Landing สามารถเรียกลิฟต์ให้ขึ้นหรือลงโดยการโบกมือขึ้น-ลงผ่านอุปกรณ์ที่แฝงเซ็นเซ็นแสงไว้
IR Sensor เป็นการนำคุณสมบัติของรังสีอินฟาเรดมาใช้/ติดตั้งไว้ที่ปุ่มลิฟต์ เมื่อนำมือไปทาบใกล้ๆเครื่องนี้ ก็สามารถเรียกลิฟต์ให้มารับได้เลย
นอกจากนี้มีเทคโนโลยีฉายรังสี UV ฆ่าเชื้อแบคทีเรียภายในลิฟต์และบันไดเลื่อนด้วย ซึ่งสามารถเลือกได้ทั้งแบบติดตั้งที่ราวจับบันไดเลื่อน หรือติดตั้งไว้ในโครงสร้างบันไดเลื่อน ซึ่งทั้งสองแบบสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ถึง 99.9%เลยทีเดียว
MITSUBISHI ELEVATOR TRAINING CENTER “ระบบบริการ” ที่เหนือกว่าของมิตซูบิชิ
เพราะProcess การทำงานเป็นสิ่งสำคัญไม่น้อยไปกว่าคุณภาพมาตรฐานของโปรดักส์ นี่จึงเป็นที่มาหรือจุดกำเนิดของ MITSUBISHI ELEVATOR TRAINING CENTER ซึ่งที่นี่ทีมช่างและวิศวกรใหม่ จะได้รับการฝึกอบรมทั้งทฤษฏีและปฏิบัติจนรู้และเข้าใจกระบวนต่างๆก่อนการปฏิบัติงาน เริ่มตั้งแต่การเรียนรู้ภาคทฤษฏีและฝึกปฏิบัติในศูนย์ฯ 6 เดือน และออกไปปฏิบัติภาคสนามด้วยการติดตามหัวหน้างานหรือรุ่นพี่อีก 6 เดือน หากผ่านการทดสอบก็จะถูกส่งไปประจำตามศูนย์บริการต่างๆ เกือบ 30 แห่งทั่วประเทศ
ศูนย์ฯแห่งนี้ยังเป็นศูนย์แนะนำสินค้าและบริการหลังการขายโดยเฉพาะการทำหน้าที่เป็น ศูนย์รับแจ้งเหตุ(Call Center) ที่มีพนักงานสแตนด์บาย 24 ชั่วโมง และนำเทคโนโลยีGPS Tracking มาใช้ด้วยทันทีที่ลิฟต์หรือบันไดเลื่อนขัดข้องและมีการโทร.เข้ามาทางศูนย์ฯจะตรวจเช็คตำแหน่ง ของช่างบริการและแจ้งไปยังช่างบริการที่อยู่ใกล้ที่สุดให้เข้าดำเนินการทันที
“เรามีข้อมูลสเปคของโปรดักส์ลิฟต์และบันไดเลื่อนทุกตัวที่เราได้ติดตั้งไป ซึ่งขณะนี้มีกว่า 20,000 ตัวทั่วประเทศ เมื่อมีการแจ้งซ่อมหรือเหตุขัดข้องเราจึงทราบว่าลิฟต์ที่เสียเป็นรุ่นไหน สเปคเป็นยังไง ใช้งานมากี่ปี และข้อมูลอาการปัญหาที่แจ้งเข้ามา ช่างก็จะทราบล่วงหน้านำไปสู่และสามารถเตรียมอะไหล่อุปกรณ์ไว้ก่อน ช่วยลดเวลาการซ่อมได้อีกทางหนึ่ง
และที่สำคัญข้อมูลเหล่านี้ยังสามารถนำไปวิเคราะห์ ต่อยอดสู่การวางแผนการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน(Preventive Maintenance)ในอนาคตได้ด้วย
น่าทึ่งมากที่ลิฟต์บันไดเลื่อนกว่า 20,000 ตัวของมิตซูบิชิตามอาคารต่างๆทั่วประเทศ มีปัญหาขัดข้องเพียงแค่ 4-5 ตัวเท่านั้น(สีแดงไฟกระพริบๆ คือลิฟต์ที่ขัดข้องมีปัญหา)
ว่ากันว่า ทุกครั้งที่เราขึ้น-ลงลิฟต์ ชีวิตเราเหมือนถูกแขวนอยู่บนเส้นด้าย ดังนั้นการเลือกใช้ลิฟท์คุณภาพ แบรนด์ที่เชื่อถือได้น่าจะช่วยลดความเสี่ยงไปได้เยอะ และจากที่เล่ามาทั้งหมดคงพอช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่า เลือกซื้อลิฟต์ครั้งต่อไปจะเลือก แบรนด์ไหน
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับลิฟต์
ยังมีอีกหลายเรื่องราวเกี่ยวกับลิฟต์ที่อยากให้ทุกคนได้รู้ จากผู้เชี่ยวชาญเรื่องลิฟต์กันค่ะ
เมื่อเกิดเหตุลิฟต์ค้างไม่ต้องตกใจ เพียงกดปุ่มแจ้งเหตุขัดข้องและรอความช่วยเหลือจะดีที่สุด เพราะในห้องลิฟต์ออกแบบให้มีช่องระบายอากาศทำให้เราสามารถอยู่ในลิฟต์(มีอากาศหายใจได้)
ลิฟต์ค้างอย่าพยายามหาวิธีเปิดประตู โดยปกติประตูลิฟต์ด้านนอกไม่สามารถเปิดออกได้โดยง่าย (ยกเว้นใช้อุปกรณ์หนักมางัด ซึ่งไม่ควรทำ)รอช่างเอากุญแจมาไขออกง่ายกว่าเยอะ
ปกติเมื่อไฟฟ้าดับ ลิฟต์หยุดชั่วขณะไม่ต้องตื่นเต้น เพราะไฟฟ้าสำรองในระบบลิฟต์จะนำลิฟต์เคลื่อนไปยังชั้นที่ใกล้ที่สุดและประตูก็จะเปิดออก
เมื่อลิฟต์มีปัญหาขัดข้อง เช่น เคลื่อนที่เร็วเกินกว่ากำหนด ระบบล็อคเกียร์จะทำงานอัตโนมัติ จึงเป็นไม่ได้ที่ลิฟต์จะร่วงตั้งแต่ชั้นบนจนลงมากระแทกถึงขั้นข้างล่าง
ระบบเซฟตี้ของลิฟต์จะต่อแบบอนุกรม ทุกจุดต้องต่อเชื่อมครบถ้วน ถ้าขาดหายไปจุดใดจุดหนึ่งลิฟต์จะไม่วิ่ง ดังนั้น ประตูลิฟต์ด้านนอกจะเปิดก็ต่อเมื่อประตูในเปิดเท่านั้น จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดเหตุการณ์ประตูลิฟต์เปิดแล้วไม่เจอห้องลิฟต์ทำให้ก้าวร่วงลงไปในปล่องลิฟต์ ยกเว้นจะมีการลัดวงจร โดยช่างที่ทำงานไม่ได้มาตรฐาน
อายุการใช้งานของลิฟต์เฉลี่ยประมาณ 20-25 ปี ขึ้นอยู่กับคุณภาพของโปรดักส์และการบำรุงรักษา เมื่อถึงเวลาเราอาจเพียงแค่Modernize เช่น เปลี่ยนสลิง คอนโทรล หรือตกแต่งภายในใหม่ก็ได้โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนลิฟต์ตัวใหม่ก็ได้
ลิฟต์ทำงานด้วยระบบไฟฟ้า จึงไม่ถูกกับน้ำ เช่น น้ำท่วมอาจทำให้ลิฟต์พังเสียหายได้ นอกจากนี้ลิฟต์อาจเสียด้วยระบบของมันเอง เช่น คอนโทรลรวน หรือสลิงสึกหรอ ดังนั้นการบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอเป็นเรื่องจำเป็น หรือการเปลี่ยนวัสดุอุปกรณ์ตามรอบ คล้ายๆกับการบำรุงรักษารถยนต์
ลิฟต์เป็นโปรดักส์ประเภท Made to order สามารถเลือกรุ่น เลือกขนาด ความเร็ว ระบบคอนโทรลฯลฯ โดยราคาขึ้นอยู่กับน้ำหนักบรรทุกและความเร็วเป็นหลัก ปกติใช้เวลาในการผลิต 4-5 เดือน ติดตั้งอีก 1 เดือน ดังนั้น จะเลือกติดตั้งลิฟต์ยี่ห้อใดเลือกให้ดีๆ เพราะถ้าเลือกผิด อาจทำให้เสียทั้งเวลา อาคารเปิดใช้งานไม่ได้ และยังต้องเสียเงินโดยใช่เหตุด้วย
ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก : Mitsubishi Elevator(Thailand)