ผังเมืองรวม กรุงเทพมหานคร ฉบับปรังปรุงครั้งที่ 2 พ.ศ.2549 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาในวันที่ 16 พฤษภาคม
2549 นี้ และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคมเป็นต้นไป เป็นระยะเวลา 5 ปี จนถึง วันที่ 16 พฤษภาคม 2554
สาระสำคัญของผังเมืองฉบับใหม่ ประกอบด้วยแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน เพื่อรองรับการขยายตัวของ
ชุมชนในอนาคต ไม่ให้เติบโตแบบไร้ทิศทาง โดยกำหนดให้มีการ อนุรักษ์พื้นที่กรุงรัตนโกสินทร์ และพื้นที่ต่อเนื่อง
กำหนดพื้นที่ระหว่างวงแหวนรัชดาภิเษกเป็นย่าน พาณิชย์และที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก พื้นที่วงแหวนรัชดาภิเษกและ
วงแหวนกาญจนาภิเษก เป็นย่านที่ อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลางและหนาแน่นน้อย จัดการพัฒนาพื้นที่นอกวงแหวน
กาญจนา ภิเษก กำหนดศูนย์ชุมชนชานเมือง ศูนย์พาณิชย กรรมเพื่อลดความแออัดของพื้นที่ศูนย์ กลางเมือง
นอกจากนี้ยังมีการกำหนดให้มีศูนย์คมนาคม 3 แห่ง คือ ศูนย์พหลโยธิน ศูนย์มักกะสัน และศูนย์ตาก สิน กำหนดเขต
อุตสาหกรรมชานเมือง มีการพัฒนาระบบราง ถนนสายหลักสายประธาน ระบบทางพิเศษ เพื่อเป็นโครงข่ายเชื่อมโยง
กัน มีการกำหนดพื้นที่โล่งให้เป็นพื้นที่สีเขียวสำหรับสวนสาธารณะ
ส่วนการใช้ประโยชน์ที่ดิน ผังเมืองรวมฉบับใหม่ มีความแตกต่างจากผังเมืองรวมฉบับปัจจุบันที่ใช้อยู่ หลายประเด็น
เช่น กำหนดเขตอุตสาหกรรมไว้ในผังเมืองรวม มีบริเวณบางบอน บางขุนเทียน เปลี่ยน แปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน
เป็น 13 ประเภท จากเดิม 10 ประเภท และแบ่งการพัฒนาเป็น 12 กลุ่มโซน และแบ่งเป็นบล็อกใหม่จาก 473 บริเวณ
เป็น 660 บริเวณ
ขณะเดียวกันได้เพิ่มมาตรการทางด้านผังเมืองในการควบคุมความหนาแน่นการใช้ประโยชน์ที่ดิน มี การนำอัตราส่วน
ของพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดิน (FAR) และอัตราส่วนของที่ว่างต่อพื้นที่อาคารรวม (OSR) ระยะถอยร่น มาใช้
เป็นตัวกำหนดในการพัฒนาที่ดินในเรื่องของที่ว่างและความสูง กำหนด สิทธิพิเศษเพิ่มเติมเฉพาะพื้นที่ มี 2 ลักษณะ
คือ การใช้ที่ดินโดยรอบสถานีรถไฟฟ้าระยะ 500 เมตร และการกำหนดให้มีระบบรางวัล (โบนัส) สำหรับการใช้ที่ดิน
ประเภทต่างๆ เช่น พื้นที่โล่งว่างเพื่อ สาธารณะเพิ่มขึ้น และกำหนดเพิ่มพื้นที่ที่จอดรถ เป็นต้น>