คอนกรีตมวลเบาหรืออิฐมวลเบา เป็นวัสดุก่อที่นำเทคโนโลยีการผลิตมาจากต่างประเทศ มีทั้งแบบ
เป็นบล็อกตันและบล็อกกลวง (คล้ายคอนกรีตบล็อก) ขนาดใหญ่แต่น้ำหนักเบากว่ามาก เนื่องจากมีฟอง
อากาศขนาดเล็กกระจายอยู่อย่างสม่ำเสมอในเนื้อวัสดุ
อิฐมวลเบามี
จุดแข็งหลายด้านที่เหนือกว่าวัสดุก่อผนังอื่นๆ ในราคาที่แพงมากกว่าเล็กน้อย (เมื่อ
เทียบกับผนังก่ออิฐมอญ) ดังนี้
1.น้ำหนักรวมของผนังฉาบ 2 ด้านเบากว่าอิฐมอญถึง 2 เท่า ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายของเสาเข็มและ
โครงสร้างบ้านไปได้มากพอสมควร
2.ก่อสร้างได้รวดเร็ว งานดูเรียบร้อย มีความเสียหายน้อย เพราะคอนกรีตมวลเบาที่ใช้ทั่วไปมีขนาด
20x60x7.5 ซม. ซึ่งเทียบได้กับอิฐมอญประมาณ 18 ก้อน อีกทั้งน้ำหนักตัวที่เบาทำให้การยก ย้าย ติดตั้งทำได้
สะดวกรวดเร็ว ตัดแต่ง เจาะ ได้ง่ายด้วยเครื่องมือทั่วไป ขนาดบล็อกที่เที่ยงตรงทำให้งานก่อฉาบทำได้
รวดเร็ว(ฉาบบางได้) ประหยัดค่าแรงช่าง และลดปัญหาเรื่องการแตกหักเสียหายได้
3.เป็นฉนวนป้องกันความร้อนที่ดี โดยมีค่านำความร้อนต่ำกว่าอิฐมอญประมาณ 10 เท่า และไม่
สะสมความร้อนเอาไว้ในตัวเอง ช่วยให้อุณหภูมิภายในห้องเย็นกว่าในหน้าร้อนและอุ่นกว่าในหน้าหนาว ทำ
ให้ประหยัดพลังงานการใช้เครื่องปรับอากาศได้ถึง 25%
4.เป็นฉนวนกันเสียง ดูดซับเสียงและป้องกันเสียงก้องได้ดี รวมทั้งเป็นฉนวนกันไฟได้นานถึง 4
ชั่วโมง
จากเดิมเราใช้อิฐมอญเป็นวัสดุมาตรฐานในการใช้ก่อผนังบ้าน มาเป็นระยะเวลายาวนาน แต่เชื่อได้ว่าแนว
โน้มที่คอนกรีตมวลเบาจะเข้ามาแทนที่อิฐมอญมีความเป็นไปได้ค่อนข้างมาก ด้วยคุณสมบัติที่เหนือกว่า
ในหลายๆด้าน ผู้ผลิตเองก็มีการแข่งขันกันมากขึ้นทำให้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างสม่ำเสมอ รวมไปถึง
การปรับราคาลงมาจนใกล้เคียงกับอิฐมอญ
ส่วนที่ยังเป็น
จุดอ่อนของคอนกรีตมวลเบาอยู่คงจะเป็นเรื่องของการสั่งซื้อ การขนส่ง ความเข้าใจ
และทัศนคติในการทำงานของช่างก่อสร้างและเจ้าของบ้านบางส่วนที่ยังไม่แน่ใจในความแข็งแรงของผนัง
คอนกรีตมวลเบา นั่นเอง
……………………………………………………………………………………………………………….>