นางสาววรวิมล ชัยรัต เหรัญญิกมูลนิธิสถาบันพัฒนาเมืองและตัวแทนชาวบ้านย่านวัดเกต ในตัวเมืองเชียงใหม่
เปิดเผยว่า ในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2551 ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่เวลาประมาณ 09.30 น. ตัวแทนกลุ่ม
ชาวบ้านย่านต่างๆ ในเขตตัวเมืองเชียงใหม่ ที่เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรงจากผังเมืองรวมเมืองเชียงใหม่
(ปรับปรุงครั้งที่ 3) ที่กำลังอยู่ระหว่างการติดประกาศให้ตรวจสอบเกี่ยวกับข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินของผัง
เมืองรวมดังกล่าวระยะเวลา 90 วัน จะรวมตัวกันเข้ายื่นหนังสือคำร้องคัดค้านผังเมืองฉบับดังกล่าว ถึงกรม
โยธาธิการและผังเมือง ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะมีชาวบ้านเข้าร่วมยื่นคำร้องไม่ต่ำ
กว่า 200 ราย โดยที่แต่ละรายจะยื่นคำร้องเป็นรายบุคคล
ทั้งนี้ประเด็นของการยื่นหนังสือคำร้องคัดค้านผังเมืองฉบับดังกล่าวนี้ หลักๆ จะเป็นในเรื่องที่ผังเมืองรวมเมือง
เชียงใหม่ฉบับนี้ได้มีการกำหนดเกี่ยวกับการขยายความกว้างของถนนหลายสายในตัวเชียงใหม่ เช่น ถนนท่าแพ
ถนนแก้วนวรัฐ ถนนนิมมานเหมินท์ ถนนเจริญประเทศ ถนนเจริญเมือง ถนนเจริญราษฎร์ ถนนราชวงศ์ ถนนช้าง
ม่อย ถนนวังสิงห์คำ ถนนสุเทพ ถนนห้วยแก้ว เป็นต้น
ชาวบ้านมีความเห็นว่าการกำหนดขยายถนนต่างๆ ดังกล่าว มีความขัดแย้งกับการกำหนดผังสีการใช้ประโยชน์
ที่ดิน เช่น ในย่านวัดเกต ที่ถูกกำหนดเป็นพื้นที่อนุรักษ์เพื่อการอยู่อาศัย แต่กลับมีการกำหนดจะขยายถนนเจริญ
ราษฎร์ ที่ผ่านย่านชุมชนแห่งนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ขัดแย้งกันโดยสิ้นเชิง
สำหรับข้อกำหนดเกี่ยวกับการขยายความกว้างของถนนในผังเมืองรวมเมืองเชียงใหม่ฉบับนี้ นางสาววรวิมล
กล่าวว่า แม้ที่ผ่านมาทางโยธาธิการและผังเมืองจะส่งร่างผังเมืองรวมเมืองเชียงใหม่ฉบับนี้มาให้ชาวบ้านดู แต่ไม่
มีการแนบแผนที่ประกอบมาด้วย ทำให้ไม่ทราบรายละเอียดที่ชัดเจนมากนักว่าถนนที่ถูกกำหนดให้ขยายนั้นอยู่
ตรงจุดใดกันแน่ จนกระทั่งเพิ่งมาทราบรายละเอียดในภายหลัง และนำมาสู่การพูดคุยหารือกันในกลุ่มชาวบ้าน
ชุมนุมต่างๆ เพื่อยื่นคำร้องคัดค้านผังเมืองรวมเมืองเชียงใหม่ฉบับนี้ เนื่องจากไม่ต้องการให้ชุมชนของตัวเอง
ได้รับผลกระทบหากมีการขยายถนน
นอกจากนี้ เหรัญญิกมูลนิธิสถาบันพัฒนาเมืองและตัวแทนชาวบ้านย่านวัดเกต ในตัวเมืองเชียงใหม่ กล่าวว่า
แม้ชาวบ้านจะพร้อมใจกันยื่นคำร้องคัดค้านผังเมืองรวมเมืองเชียงใหม่ฉบับนี้ ในประเด็นเกี่ยวกับการขยายถนน
แต่ยอมรับว่าในท้ายที่สุดคณะกรรมการผังเมืองแห่งชาติ อาจจะไม่ตอบรับคำร้องและความคิดเห็นของชาวบ้าน
ก็ได้ ซึ่งหากเกิดกรณีเช่นนั้นขึ้น ทางกลุ่มชาวบ้านได้มีความเห็นร่วมกันในเบื้องต้นแล้วถึงแนวทางการเคลื่อนไหว
เรียกร้องในลำดับต่อไป โดยคงจะต้องอาศัยช่องทางในการยื่นฟ้องศาลปกครอง
ด้านนายนนท์ หิรัญเชษฐ์ เลขาธิการสมาคมการค้าอสังหาริมทรัพย์จังหวัดเชียงใหม่-ลำพูน เปิดเผยว่า ขณะนี้
ทางสมาคมฯ พร้อมด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ประกอบไปด้วย องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่
เทศบาลตำบล องค์การบริหารส่วนตำบลและองค์กรภาคเอกชนต่างๆ ได้มีมติร่วมกันแล้วที่จะยื่นคัดค้านร่างผัง
เมืองรวมเมืองเชียงใหม่(ปรับปรุงครั้งที่3) ฉบับนี้ ขณะเดียวกันเตรียมจัดงาน “90 วันร่างผังเมืองนับถอยหลังเพื่อ
ยื่นคัดค้าน” ในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2551 ที่โรงแรมกรีนเลครีสอร์ท จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่เวลา 09.30 น.ด้วย
เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียจากร่างผังเมืองฉบับนี้ เพื่อยื่นคัดค้านต่อไป
นายนนท์ กล่าวต่อไปอีกว่า ก่อนหน้านั้นได้มีการพูดคุยกันพอสมควรว่าหากการคัดค้านในครั้งนี้ไม่เป็นผลโดย
หากทางผังเมืองเชียงใหม่ยังมีการติดประกาศเพื่อมีผลบังคับใช้ทางสมาคมฯจะรวบรวมความคิดเห็นและข้อมูล
ทั้งหมดส่งฟ้องศาลปกครองเป็นรายแปลงเพื่อขอความเป็นธรรมต่อศาลต่อไป
แหล่งข่าวจากวงการอสังหาริมทรัพย์เชียงใหม่ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความจริงแล้วได้มีการรณรงค์ให้ประชาชนชาว
เชียงใหม่ให้ออกมาสนใจการประกาศของผังเมืองรวมเชียงใหม่ในครั้งนี้มานานแล้ว แต่จนถึงปัจจุบันถือเป็นเรื่อง
ที่ดีที่คนเชียงใหม่เริ่มตื่นตัวหันมาให้ความสนใจและเป็นที่ทราบกันแล้วว่า การขีดเส้นใส่สีของผังเมืองเชียงใหม่
ในครั้งนี้ไม่เป็นธรรมและไม่ได้เอื้อประโยชน์ใด ๆ ต่อเมืองเชียงใหม่และบางส่วนก็ขัดกับสภาพความเป็นจริง>